- 21 มิ.ย. 2569
ระดับน้ำแม่น้ำน่านเมืองพิษณุโลกลดลงต่อเนื่อง เผยให้เห็นขอนไม้ตะเคียนขนาดใหญ่กลางแม่น้ำ ชาวบ้านเชื่อเป็นต้นเดียวกับที่เคยโผล่ให้เห็นหลายครั้งในอดีต
วันที่ 21 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากระดับน้ำในแม่น้ำน่านที่ไหลผ่านตัวเมืองพิษณุโลกลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้พบเห็นขอนไม้ตะเคียนขนาดใหญ่โผล่ขึ้นกลางแม่น้ำ บริเวณหน้าวัดน้อย ใกล้กับค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และพระราชวังจันทน์ สร้างความสนใจให้กับชาวบ้านและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาชม
ข้อมูลจากสถานีวัดระดับน้ำ N5A พบว่า ระดับน้ำที่ไหลผ่านตัวเมืองพิษณุโลกอยู่ที่ 1.29 เมตร มีปริมาณน้ำไหลผ่านประมาณ 108.30 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทำให้พื้นที่บางจุดในแม่น้ำน่านเผยให้เห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ใต้ผืนน้ำ
ชาวบ้านที่พบเห็นต่างเชื่อว่า ขอนไม้ดังกล่าวอาจเป็นต้นตะเคียนเก่าแก่ที่เคยปรากฏให้เห็นในช่วงน้ำลดหลายครั้งที่ผ่านมา โดยบางปีเคยไปโผล่บริเวณหมู่บ้านเหนือ บางปีพบที่หน้าวัดโพธิญาณ แต่ไม่เคยลอยไปถึงบริเวณหน้าวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ วรมหาวิหาร หรือวัดใหญ่
หลังข่าวแพร่สะพัด มีชาวบ้านจำนวนหนึ่งนั่งเรือเข้าไปดู พร้อมนำดอกไม้ไปถวายและตั้งจิตอธิษฐานขอพร รวมถึงขอโชคลาภตามความเชื่อ บางรายนำธูปตัวเลขไปปักบริเวณโคนต้นตะเคียน ก่อนนำมาจุดริมตลิ่งเพื่อนำเลขที่ได้ไปเสี่ยงโชค
นายธนะเกียรติ ชาบาง อายุ 66 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 ต.หัวรอ เล่าว่า ตั้งแต่เด็กตนเองเล่นน้ำในแม่น้ำน่านเป็นประจำ และเคยเห็นขอนไม้ตะเคียนต้นนี้หลายครั้ง โดยในอดีตพบอยู่บริเวณริมแม่น้ำน่านหน้าบริเวณโรงงานทอผ้าเก่า ตรงข้ามโรงพยาบาลค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช มีลักษณะเป็นขอนไม้ขนาดใหญ่และยาว มักลอยไปมาตามกระแสน้ำ
นายธนะเกียรติ เล่าต่อว่า เมื่อปี 2555 เคยมีกลุ่มญาติธรรมจาก จ.พิจิตร เดินทางมาทำพิธีบวงสรวงเพื่ออัญเชิญขอนไม้ขึ้นจากน้ำ โดยนำรถเครนมายก แต่ไม่สามารถยกขึ้นได้ ต่อมาพยายามใช้เรือลากก็ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ จึงปล่อยไว้ตามเดิม
ที่ผ่านมา ขอนไม้ตะเคียนดังกล่าวเคยปรากฏให้เห็นหลายพื้นที่ โดยเมื่อระดับน้ำสูงจะลอยไปมาตั้งแต่บริเวณวัดยางมีมานะ ผ่านวัดโพธิญาณ จนถึงบริเวณวัดน้อยหรือหน้าค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช แต่ไม่เคยลอยไปถึงวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ วรมหาวิหาร
ด้านนายโสภณ แสงตาหล้า ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 ต.หัวรอ กล่าวว่า ตนเองเคยเห็นขอนไม้ตะเคียนดังกล่าวประมาณ 2-3 ครั้ง โดยมีเรื่องเล่าจากผู้เฒ่าผู้แก่ว่า ในอดีตบริเวณดังกล่าวเป็นจุดที่ชาวบ้านไม่ค่อยกล้าว่ายน้ำข้าม เพราะเชื่อว่ามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คอยปกปักรักษา
นายโสภณ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันวิถีชีวิตเปลี่ยนไป ไม่มีเหตุการณ์ทหารเกณฑ์ว่ายน้ำข้ามแม่น้ำเพื่อหลบเลี่ยงการเกณฑ์ทหารเหมือนในอดีต เนื่องจากระบบสวัสดิการและมุมมองต่อการรับราชการทหารเปลี่ยนแปลงไป
พระครูสุนทรโรจนคุณ เจ้าอาวาสวัดโพธิญาณ กล่าวว่า เรื่องราวของขอนไม้ตะเคียนต้นนี้ถูกเล่าขานต่อกันมานาน โดยเชื่อว่าเป็นขอนไม้ขนาดใหญ่ที่มักลอยไปตามแม่น้ำน่าน แต่จะไม่เลยไปทางใต้เกินบริเวณวัดใหญ่ และหากลอยย้อนขึ้นเหนือก็มักไม่เกินวัดยาง
เจ้าอาวาสวัดโพธิญาณ กล่าวว่า เมื่อประมาณปี 2540 ช่วงที่น้ำในแม่น้ำน่านลดลงมาก เคยพบขอนไม้ตะเคียนขนาดใหญ่เกยตื้นหน้าวัดโพธิญาณ ก่อนจะจมหายไปเมื่อระดับน้ำเพิ่มขึ้น และในปี 2545 เคยพบอีกครั้งบริเวณหลังโรงสี โดยมีชาวบ้านพยายามทำพิธีอัญเชิญขึ้นมา แต่ไม่สามารถนำขึ้นได้
ทั้งนี้ ขอนไม้ตะเคียนดังกล่าวยังคงเป็นตำนานที่ชาวพิษณุโลกเล่าขานต่อกันมายาวนาน และทุกครั้งที่ระดับน้ำแม่น้ำน่านลดลง ก็มักสร้างความสนใจให้กับผู้พบเห็นอยู่เสมอ
