- 24 มิ.ย. 2569
ฉุนทวงเงินซื้อเก้าอี้สอบท้องถิ่นไม่ได้ ! ควงอาวุธรัวถล่มบ้านนายหน้าสอบท้องถิ่น หลังสอบร่วงไร้ชื่อ แถมจ่ายล่วงหน้าไปแล้วหัวละ 3.5 แสน
จากกระแสข่าวทุจริตการสอบท้องถิ่น ซึ่งกำลังเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก กลายเป็นประเด็นใหญ่ในสังคมไทย หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) หรือตำรวจไซเบอร์ บุกเข้าทลายแหล่งใหญ่ พร้อมจับกุมเครือข่ายแก้ไขกระดาษคำตอบ ข้อสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ประจำปี 2568
ล่าสุด ขบวนการดังกล่าวส่งผลกระทบเป็นวงกว้างในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะในสนามสอบจังหวัดพัทลุง (ปี 2568) ซึ่งพบว่ามีผู้สมัครสอบจำนวนมากหลงเชื่อยอมจ่ายเงินใต้โต๊ะให้กับกลุ่มนายหน้าเพื่อแลกกับการได้บรรจุเข้ารับราชการ ทว่าหลังประกาศผลกลับไม่มีชื่อติดโผ นำไปสู่การทวงเงินคืน และบานปลายถึงขั้นใช้อาวุธปืนยิงถล่มบ้านพักนักการเมืองท้องถิ่นเพื่อข่มขู่
- เปิดพฤติการณ์เรียกรับเงิน หัวละ 6.5 แสน
รายงานข่าวระบุว่า ขบวนการซื้อขายตำแหน่งในการสอบแข่งขันบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ จ.พัทลุง มีกลุ่มนายหน้าโฆษณาชวนเชื่อเรียกเก็บเงินค่าดำเนินการสูงถึงรายละ 650,000 บาท โดยมีเงื่อนไขแบ่งจ่ายเป็น 2 งวด
- งวดแรก (มัดจำล่วงหน้า) จ่ายไปก่อนครึ่งหนึ่งเป็นเงิน 350,000 บาท เพื่อเป็นค่าดำเนินการเปิดทาง
- งวดที่สอง จ่ายส่วนที่เหลือทั้งหมดหลังจากมีประกาศรายชื่อสอบผ่านและได้รับการเรียกบรรจุ
อย่างไรก็ตาม หลังจากมีการประกาศผลสอบอย่างเป็นทางการ ปรากฏว่ามีผู้สมัครสอบจำนวนมากที่ยอมจ่ายเงินมัดจำไปแล้ว ไม่มีรายชื่อสอบผ่าน ส่งผลให้กลุ่มผู้เสียหายรวมตัวกันออกติดตามทวงเงินคืนจากกลุ่มนายหน้าในพื้นที่อย่างหนัก ซึ่งบางรายยินยอมคืนเงินให้ แต่มีการหักหัวคิวเป็นค่าดำเนินการกินเปล่ารายละ 50,000 บาท
สถานการณ์เริ่มทวีความรุนแรงขึ้นในพื้นที่ อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง หลังผู้เสียหายรายหนึ่งไม่สามารถตกลงเรื่องการคืนเงินมัดจำกับ ประธานสภาเทศบาลตำบลรายหนึ่ง ซึ่งทำหน้าที่เป็นนายหน้ารวบรวมเงิน ส่งผลให้คนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนบุกยิงถล่มใส่บ้านพักของประธานสภาฯ คนดังกล่าวจนตัวบ้านได้รับความเสียหายอย่างหนัก
หลังเกิดเหตุ แม้ผู้เสียหายจะเข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่กลับมีการสั่งปิดข่าวเงียบ เนื่องจากเกรงกลัวความผิดฐานพัวพันกับการทุจริต และปัจจุบันประธานสภาฯ คนดังกล่าวไม่กล้าพักอาศัยอยู่ที่บ้านพักเนื่องจากหวั่นความปลอดภัย
ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านพักที่เกิดเหตุใน ต.บ้านนา อ.ศรีนครินทร์ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง แต่ไม่พบตัวประธานสภาฯ อยู่ในพื้นที่ มีเพียง แม่ของปธ. อายุ 76 ปี ให้ข้อมูลเบื้องต้นว่า ตนไม่เชื่อว่าลูกชายจะพฤติกรรมเป็นนายหน้าซื้อขายตำแหน่งตามที่ถูกกล่าวหา เพราะหากกระทำผิดและได้เงินจำนวนมากจริง ปัจจุบันครอบครัวคงมีฐานะร่ำรวยไปแล้ว
ขณะที่ ชาวบ้านในพื้นที่รายหนึ่ง ให้การยืนยันกับผู้สื่อข่าวว่า เหตุการณ์ยิงถล่มบ้านพักประธานสภาฯ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง แต่มีการปิดข่าวกันให้เงียบที่สุด โดยให้ข้อมูลเชิงลึกว่า ประธานสภาฯ รายนี้ทำหน้าที่เป็นนายหน้าสายย่อย คอยรวบรวมเงินจากผู้สมัครสอบในพื้นที่ไปส่งต่อให้กับนายหน้าอีกรายหนึ่งซึ่งมีบ้านพักอยู่ใกล้กัน ก่อนจะโอนเข้าขบวนการใหญ่ในพื้นที่ภาคกลาง เมื่อผลสอบออกมาว่าสอบไม่ติดและไม่คืนเงิน จึงถูกยิงข่มขู่ดังกล่าว
ที่สำคัญแหล่งข่าวในพื้นที่เปิดเผยเพิ่มเติมว่า เฉพาะในเขต อ.ศรีนครินทร์ มีกลุ่มนายหน้าจัดหาโควตาเข้าสอบท้องถิ่นรายใหญ่ราว 9-10 สาย มีผู้เกี่ยวข้องทั้งฝั่งผู้จ่ายเงินและเครือข่ายนายหน้ารวมกันเกือบ 800 คน โดยกลุ่มนายหน้าในพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นบุคคลมีสี ข้าราชการ และนักการเมืองท้องถิ่นรวมกว่า 50 คน อาทิ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง, ข้าราชการครู, นายกเทศมนตรี, นายช่าง อบจ. และสมาชิกสภาเทศบาล
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้พยายามเดินทางไปติดต่อขอสัมภาษณ์กลุ่มข้าราชการและนักการเมืองท้องถิ่นที่ถูกระบุว่ามีรายชื่อเชื่อมโยงกับขบวนการดังกล่าว เพื่อให้ความเป็นธรรมในการชี้แจงข้อเท็จจริง แต่ยังไม่สามารถติดต่อผู้ใดได้
