- 25 มิ.ย. 2569
มะพร้าวสุราษฎร์ฯ ตกต่ำรอบ 20 ปี เหลือลูกละ 4 บาท หักค่าลิงเหลือแค่ 2 บาท ชาวสวนจำใจปล่อยสุกคาต้น นายอำเภอทำหนังสือผ่าน สส. จี้รัฐบาลเร่งอุ้มราคาก่อนกระทบทั่วประเทศ
สุราษฎร์ธานี (25 มิถุนายน 2569) – ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี เกษตรกรชาวสวนมะพร้าวในพื้นที่กำลังประสบปัญหาราคามะพร้าวตกต่ำอย่างรุนแรงและวิกฤตที่สุดในรอบสองทศวรรษ ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตและรายได้ของประชาชนในท้องถิ่นอย่างหนัก เนื่องจากราคารับซื้อในปัจจุบันสวนทางกับต้นทุนการผลิตและราคาของน้ำกะทิสำเร็จรูปในท้องตลาดอย่างสิ้นเชิง
นายนิคม อายุ 73 ปี เกษตรกรชาวสวนมะพร้าวในพื้นที่ตำบลบางใบไม้ อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดเผยถึงความยากลำบากว่า ปัจจุบันราคามะพร้าวผลใหญ่ลดลงเหลือเพียงลูกละ 4 บาท ส่วนขนาดรองลงมาเหลือเพียงลูกละ 2 บาท ซึ่งราคานี้เกษตรกรแทบไม่เหลือผลกำไร เนื่องจากมีต้นทุนค่าแรงงานในการเก็บเกี่ยวสูง โดยเฉพาะค่าจ้างลิงขึ้นเก็บมะพร้าวและค่าขนย้ายออกจากสวนตกผลละ 2 บาท หากขายมะพร้าวผลใหญ่ได้ 4 บาท หักค่าลิงแล้วจะเหลือถึงมือเกษตรกรเพียงผลละ 2 บาทเท่านั้น ส่วนมะพร้าวผลเล็กที่ขายได้ผลละ 2 บาท เมื่อหักค่าจ้างแล้วเท่ากับเท่าทุนหรือขาดทุนทันที
จากสภาวะดังกล่าว ชาวสวนจำนวนมากจึงเลือกวิธีปฏิเสธการจ้างแรงงาน และปล่อยให้มะพร้าวสุกคาต้นจนหล่นลงมาเองตามธรรมชาติ เพื่อประหยัดต้นทุนค่าใช้จ่าย ก่อนจะเดินเก็บรวบรวมไปขายครั้งละ 30-50 ลูก พอให้มีเงินซื้ออาหารประทังชีวิตไปวัน ๆ ขณะที่ในส่วนของตนเองมีมะพร้าวที่รับซื้อเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรด้วยกันตกค้างและกองอยู่ในล้งมากกว่า 10,000 ลูก ปัจจุบันต้องแก้ปัญหาด้วยการนำมะพร้าวที่เริ่มงอกหน่อไปแปรรูปเป็น "มะพร้าวย่าง" โดยใช้ผลมะพร้าว 6-7 ลูก มาย่างให้ได้เนื้อมะพร้าวย่าง 1 กิโลกรัม ส่งขายให้พ่อค้าคนกลางในราคากิโลกรัมละ 14 บาท พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงกลไกตลาดของภาครัฐว่า ราคากะทิที่ผู้บริโภคซื้อมีส่วนต่างจากราคามะพร้าวหน้าสวนถึง 30-40 บาท จึงอยากให้รัฐบาลเข้ามาตรวจสอบและลดช่องว่างตรงนี้เพื่อดันราคาหน้าสวนให้ขยับขึ้น
ทางด้าน นายสุเชาว์ ทูโมสิก นายอำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า พื้นที่อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี โดยเฉพาะในเขต "6 ตำบลในบาง" ได้แก่ ต.บางใบไม้, ต.บางชนะ, ต.บางไทร, ต.บางโพธิ์, ต.คลองฉนาก และ ต.คลองน้อย เป็นแหล่งปลูกมะพร้าวที่สำคัญและหนาแน่น ซึ่งในการประชุมส่วนราชการร่วมกับกำนันและผู้ใหญ่บ้านล่าสุด ทุกฝ่ายได้สะท้อนปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้านเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ตนจึงได้ประสานงานไปยังพาณิชย์จังหวัด เกษตรอำเภอ รวมถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ในพื้นที่ ร่วมลงตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งพบว่ามีมะพร้าวราคาดิ่งจากเดิมลูกละ 16-20 บาท เหลือเพียง 4 บาทจริง และตกค้างในล้งเป็นจำนวนมาก
เบื้องต้น ทางอำเภอเมืองสุราษฎร์ธานีได้ดำเนินการทำหนังสือรายงานสถานการณ์ความเดือดร้อนอย่างเป็นทางการ ยื่นผ่าน สส.สุราษฎร์ธานี เพื่อส่งต่อไปยังรัฐบาลและหน่วยงานส่วนกลางในการพิจารณาหามาตรการแทรกแซงหรือช่วยเหลือเยียวยาอย่างเร่งด่วน โดยราคาที่เหมาะสมและช่วยให้เกษตรกรสามารถอยู่รอดได้ควรอยู่ที่ประมาณไม่ต่ำกว่าลูกละ 8-10 บาท ซึ่งหากปล่อยไว้โดยไม่มีการแก้ไขปัญหาระยะสั้น ปัญหานี้จะขยายวงกว้างและส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมมะพร้าวรวมถึงเกษตรกรทั่วประเทศอย่างแน่นอน
