- 25 มิ.ย. 2569
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) จับสึกกลางด่าน พระขับรถสวมทะเบียน ไร้ใบขับขี่ พบพฤติกรรมไม่เหมาะสม เคยโดนจับสึกพระ หันมาบวชเณร ไร้วัดสังกัด
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย สถานีตำรวจทางหลวง 2 กองกำกับการ 5 กองบังคับการตำรวจทางหลวง ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์, พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล., พ.ต.อ.สาธิต สมานภาพ ผกก.5 บก.ทล., พ.ต.ท.มงคล นนท์ธีระโรจน์, พ.ต.ท.ดร.เจต จึงประเสริฐศรี รอง ผกก.5 บก.ทล. และ พ.ต.ท.เกียรติพร สวัสดิเทพ สว.ส.ทล.2 กก.5 บก.ทล.
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ได้ร่วมกันจับกุมตัว นายสวัสดิ์ฯ อายุ 63 ปี จับพระสึกคาด่าน
พร้อมด้วยของกลาง
1. รถยนต์ส่วนบุคคล ยี่ห้อ FORD รุ่น FESTIVA สีน้ำเงิน จำนวน 1 คัน
2. แผ่นป้ายทะเบียน หมายเลขทะเบียน 6ช 6xx9 กรุงเทพมหานคร จำนวน 1 แผ่น
สถานที่จับกุม บนถนน ทล.1 กม.688 ต.วังพร้าว อ.เกาะคา จ.ลำปาง
พฤติการณ์แห่งคดี ตำรวจทางหลวงลำปางได้ตั้งจุดตรวจบริเวณถนน ทล.1 กม.ที่ 688 ต.วังพร้าว อ.เกาะคา จ.ลำปาง พบรถยนต์เก๋งสีน้ำเงิน ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนด้านหลัง ด้านหน้าติดป้ายหมายเลขทะเบียน 6ช 6xx9 กรุงเทพมหานคร ขับผ่านมา จึงเรียกรถดังกล่าวหยุดเพื่อตรวจสอบ พบว่าผู้ขับขี่เป็นพระสงฆ์ ชื่อพระสวัสดิ์ฯ อ้างว่าอยู่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดหนองคาย ตรวจสอบข้อมูลไม่พบประวัติการทำใบขับขี่มาก่อน และไม่มีหลักฐานมาแสดงความเป็นเจ้าของรถ
จากการตรวจสอบรถคันที่ขับมาพบว่า รถคันดังกล่าวติดแผ่นป้ายทะเบียนไม่ตรงกับความเป็นจริง ซึ่งรถคันดังกล่าวเป็นรถอีกทะเบียนหนึ่งและมีสถานะระงับการใช้ทะเบียน โดยชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์และผู้ครอบครองรถก็มิได้เป็นของนายสวัสดิ์ฯ จากการตรวจสอบแผ่นป้ายทะเบียนที่ติดมาด้านหน้าพบว่าเป็นแผ่นป้ายทะเบียนของรถคันอื่น ซึ่งมีสถานะถูกระงับใช้เช่นเดียวกัน
จากนั้นได้ทำการซักถามข้อมูลโดยละเอียด ปรากฏว่านายสวัสดิ์ฯ ตอบคำถามวกไปวนมา ไม่ตรงกับความเป็นจริง เมื่อตรวจสอบข้อมูลภายในโทรศัพท์มือถือของนายสวัสดิ์ฯ พบว่ามีรูปภาพ คลิปวิดีโอ แชทสนทนา ในลักษณะลามกอนาจารเป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงลำปางจึงประสานไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดลำปางร่วมตรวจสอบ
เจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดลำปางตรวจสอบพบว่า นายสวัสดิ์ฯ เคยบวชเป็นพระมาก่อนจริง และได้ถูกจับสึกไปแล้วครั้งหนึ่ง ต่อมาได้บวชเป็นสามเณรอีกครั้งเมื่อปี 2567 ปัจจุบันไม่มีสังกัดวัดอยู่เป็นหลักแหล่ง ใช้วิธีการขับรถไปเรื่อย ๆ เพื่อบิณฑบาตตามตลาดและชุมชนต่าง ๆ เพื่อให้ชาวบ้านใส่บาตรและถวายปัจจัย
พฤติกรรมของนายสวัสดิ์ฯ เป็นการประพฤติที่ไม่เหมาะสม ทำให้ศาสนาเสื่อมเสีย เจ้าหน้าที่จึงได้นิมนต์เจ้าคณะอำเภอเกาะคามายังด่านตรวจ เพื่อทำการลาสิกขาเป็นที่เรียบร้อย
เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงจึงได้แจ้งข้อกล่าวหากับนายสวัสดิ์ฯ ว่า ขับรถโดยไม่ได้รับอนุญาตให้ขับรถ, นำป้ายทะเบียนของรถคันหนึ่งมาใช้กับรถอีกคันหนึ่ง, ใช้รถที่ทะเบียนระงับ พร้อมตรวจยึดรถยนต์คันดังกล่าว นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เกาะคา เพื่อดำเนินคดีและติดตามหาเจ้าของรถที่แท้จริงต่อไป
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา
ช่องทางการติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม พ.ต.ท.เกียรติพร สวัสดิเทพ 083-135-7666
