- 25 มิ.ย. 2569
จับ 3 พนักงานโรงแรม ทุจริตแก้ไขข้อมูลในระบบจองห้องพัก ออกใบเสร็จรับเงินปลอม ก่อเหตุต่อเนื่องกว่า 357 ครั้ง รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 2.1 ล้านบาท
ตำรวจสอบสวนกลาง จับกุม น.ส.ปัทมาฯ อายุ 35 ปี, น.ส.ภรณ์ณพัทรฯ อายุ 42 ปี และ น.ส.พรวลัยฯ อายุ 50 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ลงวันที่ 18 มิถุนายน 2569 ในความผิดฐาน “ร่วมกันลักทรัพย์ที่เป็นของนายจ้างและปลอมเอกสารสิทธิ และใช้หรืออ้างเอกสารสิทธิปลอมในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน และทำให้เสียหาย ทำลาย แก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นโดยมิชอบ” โดยสามารถจับกุม น.ส.ปัทมาฯ และ น.ส.ภรณ์ณพัทรฯ ได้ที่บริเวณหน้าโรงแรมแห่งหนึ่ง เขตบางรัก กรุงเทพฯ และจับกุม น.ส.พรวลัยฯ ได้ที่บริเวณกองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ
คดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อประมาณเดือนกุมภาพันธ์ 2569 กรรมการบริษัทแห่งหนึ่งได้ติดต่อจองห้องพักให้กับพนักงานสาขาพัทยา แต่พนักงานโรงแรมแจ้งว่าห้องพักเต็ม ทั้งที่ในระบบจองและบันทึกข้อมูลห้องพักแจ้งว่าห้องยังว่างอยู่ จึงเกิดความสงสัยและเข้าตรวจสอบระบบอย่างละเอียด ผลการตรวจสอบพบว่ามีการเข้าไปแก้ไขข้อมูลในระบบโดยเจตนามากกว่า 2,000 ครั้ง เพื่อไม่ให้การเข้าพักของแขกถูกบันทึกเป็นรายได้ของโรงแรม
จากการตรวจสอบพบพนักงาน 3 ราย มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้แก่ ผู้จัดการแผนกต้อนรับ พนักงานรับจองห้องพัก และพนักงานต้อนรับ โดยมีพฤติการณ์คือ เมื่อลูกค้าเข้าพักและชำระเงินสดที่เคาน์เตอร์ พนักงานทั้ง 3 รายจะร่วมมือกันแก้ไขข้อมูลในระบบจนข้อมูลการเข้าพักหายไป ทำให้ไม่ปรากฏรายได้ในระบบบัญชี จากนั้นจะนำเงินสดดังกล่าวไปแบ่งกัน โดยมีการออกใบเสร็จรับเงินปลอมของโรงแรมให้กับลูกค้า แต่พฤติกรรมดังกล่าวถูกจับได้จากข้อมูลที่ขัดแย้งกัน เนื่องจากในระบบแจ้งว่าไม่มีแขกเข้าพัก
แต่ในรายงานแม่บ้านกลับมีการทำความสะอาดห้องพัก และรายงานห้องอาหารมีการแจ้งนอกระบบให้ผู้เข้าพักทานอาหารเช้าได้ เมื่อตรวจสอบกล้องวงจรปิดจึงพบว่ามีแขกเข้าพักและจ่ายเงินสดจริง โดยลักลอบกระทำความผิดอย่างต่อเนื่อง รวม 357 ครั้ง เป็นเงินที่แอบสะสมไปทั้งสิ้น 2,196,950.50 บาท เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ลงพื้นที่สืบสวนติดตามจนสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 รายไว้ได้ ก่อนนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งมหาเมฆ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป เบื้องต้นผู้ต้องหาที่ 1 และ 2 ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ส่วนผู้ต้องหาที่ 3 ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา
