- 30 มิ.ย. 2569
เผยเบาะแสใหม่คดีแอร์โฮสเตสสาว ต้นทางพัสดุอ้างเป็น "ผ้าไหม" เผยต้นทางก่อนมาถึงผู้รับ ขณะที่ตำรวจเร่งตรวจสอบเส้นทางพัสดุและล่าผู้เกี่ยวข้องทั้งเครือข่าย
ความคืบหน้ากรณีแอร์โฮสเตสการบินไทย ถูกเจ้าหน้าที่ออสเตรเลียจับกุมในข้อหาลักลอบนำเข้าเฮโรอีน หลังตรวจพบยาเสพติดซุกซ่อนอยู่ในสัมภาระ เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ได้เข้าตรวจค้นห้องพักของแอร์โฮสเตสสาวเมื่อวันที่ 29 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยมีแฟนหนุ่มให้ความร่วมมือพาเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบภายในห้องทุกจุด
ผลการตรวจค้นไม่พบยาเสพติดหรือสิ่งผิดกฎหมายแต่อย่างใด พบเพียงกล่องพัสดุที่ใช้สำหรับจัดส่งสินค้าเท่านั้น
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดของคอนโดมิเนียม พบว่าเมื่อวันที่ 22 มิถุนายนที่ผ่านมา มีชายสวมเสื้อฮู้ดนำสิ่งของมาส่งบริเวณด้านหน้าคอนโดในช่วงเวลากลางคืน ก่อนเดินทางไม่นาน ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบตัวบุคคลและขยายผลว่ามีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายลักลอบค้ายาเสพติดหรือไม่
ขณะเดียวกัน ทางการออสเตรเลียได้ส่งข้อมูลการจับกุมมายังประเทศไทย โดยระบุว่า สัมภาระของผู้ต้องหามีทั้งหมด 12 ใบ แต่ตรวจพบกระเป๋าที่ซุกซ่อนเฮโรอีนจำนวน 2 ใบ ซึ่งเครือข่ายค้ายาเสพติดมักใช้วิธีซุกซ่อนยาไว้ปะปนกับสิ่งของทั่วไป เพื่ออำพรางและหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่
ด้านการตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้ต้องหา เบื้องต้น ป.ป.ส. ยังไม่พบความผิดปกติ และพบว่าเงินภายในบัญชีมีจำนวนไม่มาก อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังคงเดินหน้ารวบรวมพยานหลักฐานและขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการที่อยู่เบื้องหลัง
ขณะที่ข้อมูลจากรายการ Phutta Talk ระบุว่า แอร์โฮสเตสสาวอาจรับงานรับหิ้วสิ่งของไปต่างประเทศเป็นครั้งแรก โดยสมัครผ่านกลุ่มเฟซบุ๊กที่เปิดให้ลูกเรือรับจ้างหิ้วของ ผู้ว่าจ้างใช้บัญชีเฟซบุ๊กปลอมติดต่อ อ้างว่าต้องการฝากหิ้ว "ผ้าไหม" ไปส่งที่ประเทศออสเตรเลีย พร้อมตกลงค่าจ้างประมาณ 6,000-7,000 บาท
รายงานยังระบุว่า ผู้ว่าจ้างส่งพัสดุผ่านบริษัทขนส่งเอกชน โดยจากการสืบสวนพบว่า ต้นทางพัสดุถูกส่งมาจากอำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย ก่อนส่งต่อไปยังอำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต และส่งต่อมายังผู้ต้องหา
ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณจุดรับส่งพัสดุต้นทาง เพื่อระบุตัวผู้ที่นำกล่องพัสดุมาฝากส่ง และขยายผลไปยังผู้บงการหรือเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติที่อยู่เบื้องหลังต่อไป
นอกจากนี้พันตำรวจตรีสุริยา สิงหกมล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ยังเผยด้วยว่า พนักงานสายการบินหญิงคนนี้ประกาศรับหิ้วสินค้าจากประเทศไทยไปต่างประเทศผ่านเฟซบุ๊กในกลุ่มรับหิ้วสินค้า ก่อนมีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “โรส” ติดต่อว่าจ้างให้นำกระเป๋าโอทอปไปส่ง โดยได้รับค่าจ้าง 8,800 บาท และมีรถขนส่งนำพัสดุมาส่งที่คอนโดมิเนียมย่านบางนา ก่อนที่เจ้าตัวจะนำสัมภาระติดตัวเดินทางออกนอกประเทศ และถูกตรวจพบที่ประเทศออสเตรเลีย
