- 01 ก.ค. 2569
พี่สาวเปิดวงจรปิดแฉน้องทรพีหลอนน้ำกระท่อม-กัญชา พ้นโรงพักไม่ถึง 20 นาที บุกซ้อมพ่อแท้ๆ คาร้านอาหารสัตว์ชลบุรี ฉุนขอเงินไม่ได้ วอน ตร.จับขังด่วน
ชลบุรี (1 กรกฎาคม 2569) – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และสร้างความสลดใจให้กับสังคมอย่างยิ่ง หลังได้รับการร้องเรียนจาก น.ส.จารุวรรณ อายุ 36 ปี และ น.ส.จีรวัฒน์ อายุ 32 ปี สองพี่สาวที่อยู่ในอาการหวาดผวาอย่างหนัก นำหลักฐานคลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิดเข้าร้องทุกข์ต่อสื่อมวลชน เพื่อขอให้ช่วยกระตุ้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งจัดการกับ นายเอกราช หรือ “โอ” อายุ 22 ปี น้องชายคนเล็กของครอบครัว ที่เกิดอาการคลุ้มคลั่งจากสารเสพติด บุกทำร้ายร่างกายบิดาบังเกิดเกล้าภายในร้านจำหน่ายอาหารสัตว์ บริเวณตลาดสดผู้ใหญ่กุ่ย ถนนพัฒนาการ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี
เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นพฤติกรรมไม่เข็ดหลาบและท้าทายกฎหมายอย่างยิ่ง โดยก่อนหน้านี้เพียงวันเดียว (29 มิถุนายน) นายเอกราชเพิ่งจะตกเป็นข่าวฉาวก่อเหตุทำร้ายร่างกายคุณตาแท้ๆ วัย 85 ปี จนริมฝีปากฉีกขาด ณ สวนสาธารณะเทศบาลเมืองหนองปรือ และถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองปรือ ตามรวบตัวได้คาห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านพัทยาใต้ในช่วงบ่ายของวันที่ 30 มิถุนายน
น.ส.จารุวรรณ พี่สาวคนโต เล่าด้วยน้ำตานองหน้าว่า ด้วยความรักและความสงสารน้องชาย ตนจึงรีบเดินทางไปที่โรงพักเพื่อเจรจาไกล่เกลี่ย พร้อมควักเงินสดจำนวน 10,000 บาท จ่ายค่าสินไหมและค่ารักษาพยาบาลให้คู่กรณีจนฝ่ายผู้เสียหายยอมถอนแจ้งความเพราะเห็นแก่อนาคต ซึ่งในห้องขังน้องชายยังกราบกรานสัญญาลูกผู้ชายว่าจะกลับตัวเป็นคนดีและตั้งใจทำงาน แต่ทว่าหลังจากก้าวขาออกจากโรงพักได้ไม่ถึง 20 นาที ตนกลับได้รับสายโทรศัพท์แจ้งข่าวร้ายจากน้องสาวคนกลางว่า นายเอกราชได้พุ่งตรงไปที่ร้านอาหารสัตว์และลงมือซ้อมทำร้ายบิดาตนเองทันที เนื่องจากเข้าไปขอเงินแล้วไม่ได้ดั่งใจ สร้างความโศกเศร้าและช้ำใจให้ผู้เป็นพ่อเป็นอย่างมาก
ด้าน น.ส.จีรวัฒน์ น้องสาวคนกลาง เผยพฤติกรรมทาสยาของน้องชายว่า นายเอกราชเริ่มเปลี่ยนเป็นคนละคนเมื่อ 2 ปีก่อน หลังหันไปดื่มน้ำกระท่อมผสมยา (โปร) และกัญชาเป็นประจำ จนมีอารมณ์ฉุนเฉียว พูดจาไม่รู้เรื่อง และมักใช้ความรุนแรงกับคนในบ้าน แม้เคยส่งตัวไปบำบัดรักษาแล้วก็ยังแอบกลับมาเสพซ้ำ ในวันเกิดเหตุน้องชายมีอาการหลอนยาขั้นรุนแรง หวาดระแวงเข้าใจผิดไปเองว่าพ่อจะชักอาวุธปืนยิง จึงเปิดฉากพุ่งเข้าทำร้ายร่างกายพ่อกลางร้านตามที่ปรากฏในกล้องวงจรปิด
หลังเกิดเหตุสะเทือนใจ ผู้เป็นบิดาได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์อีกครั้งที่ สภ.หนองปรือ โดยตำรวจได้ส่งตัวไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลและลงบันทึกประจำวันไว้แล้ว ปัจจุบันสมาชิกทุกคนในครอบครัวต้องอยู่กันอย่างอกสั่นขวัญแขวน ไม่กล้าออกมาทำงานเพราะกลัวว่านายเอกราชจะย้อนกลับมาล้างแค้นหรือทำร้ายจนถึงแก่ชีวิต จึงวิงวอนขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานด้านสาธารณสุขจับกุมตัวไปดำเนินคดีหรือส่งบำบัดในสถานพำนักระยะยาวอย่างเด็ดขาด เพื่อความปลอดภัยของครอบครัวและสังคมชุมชนหนองปรือโดยเร็วที่สุด
