ป.ป.ส. พูดแล้ว แอร์สาวถูกหลอกจริงไหม ชี้ต้องไขปมหลายข้อ

ป.ป.ส. พูดแล้ว แอร์สาวถูกหลอกจริงไหม ชี้ต้องไขปมหลายข้อ หลังพบหลายจุดผิดสังเกต ให้โอกาส 50-50 ตอนนี้ยังต้องหาหลักฐานเพิ่ม

วันที่ 1 มิ.ย.69 ที่ผ่านมา น.ส.อารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการ ป.ป.ส. ให้สัมภาษณ์ในรายการ กรรมกรข่าว คุยนอกจอ ถึงความคืบหน้าคดีแอร์โฮสเตสสาว ว่า ไรเดอร์ชายที่เดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่ก่อนหน้านี้ ไม่ใช่ผู้ที่นำลังพัสดุไปส่งให้แอร์โฮสเตสสาวในวันที่ 22 มิถุนายน เนื่องจากจากการตรวจสอบพบว่า บุคคลดังกล่าวเข้าไปส่งพัสดุในวันที่ 23 มิถุนายน และเป็นการนำถุงสีดำไปส่ง จึงเป็นคนละพัสดุกับที่กำลังถูกตรวจสอบ

รองเลขาธิการ ป.ป.ส. ระบุว่า การที่ไรเดอร์รายดังกล่าวออกมาแสดงตัว ถือเป็นเรื่องที่ถูกต้อง เพราะหลังภาพของเขาปรากฏตามสื่อ อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดและได้รับผลกระทบ

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ยังคงเร่งติดตามหาไรเดอร์ตัวจริงที่นำลังพัสดุไปส่งให้แอร์โฮสเตสสาว โดยจากข้อมูลพบว่า วันเกิดเหตุผู้ส่งสวมเสื้อคลุมมีฮูดก่อนนำพัสดุมาวางไว้ หากเจ้าตัวมั่นใจว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ก็ขอให้เข้ามาให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจและความปลอดภัยของตัวเอง ทั้งนี้ ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบว่าใช้รถจักรยานยนต์หรือรถยนต์ในการขนส่ง

ส่วนคำให้การของแฟนหนุ่มแอร์โฮสเตสสาว ระบุว่า หลังนำลังพัสดุขึ้นมาบนห้อง ได้เปิดดูภายในพบถุงผ้า 12 ใบ เมื่อตรวจสอบแล้วไม่เห็นสิ่งผิดปกติ จึงนำทั้งหมดบรรจุลงในกระเป๋าเดินทาง

สำหรับประเด็นที่สังคมตั้งข้อสงสัยว่า แอร์โฮสเตสสาวอาจตกเป็นเหยื่อหรือไม่นั้น นายอารีภักดิ์ยอมรับว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ เพราะยังมีหลายประเด็นที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม โดยเฉพาะหลักปฏิบัติของลูกเรือสายการบินทั่วโลก ซึ่งโดยทั่วไปจะไม่รับฝากสิ่งของจากบุคคลที่ไม่รู้จัก อีกทั้งแอร์โฮสเตสรายนี้ก็มีประสบการณ์ทำงานกับสายการบินมาแล้ว จึงต้องตรวจสอบว่าเหตุใดจึงตัดสินใจรับพัสดุจากคนแปลกหน้า ทั้งที่ไม่ทราบว่าเป็นของใครและมีที่มาอย่างไร

 

ด้านการตรวจสอบเส้นทางการเงิน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตรวจสอบบัญชีของแอร์โฮสเตสสาวแล้ว 2 บัญชี ยังไม่พบความผิดปกติ ไม่พบเงินก้อนใหญ่หรือธุรกรรมที่น่าสงสัย อย่างไรก็ตาม จะขยายผลไปตรวจสอบบัญชีของแฟนหนุ่ม รวมถึงบัญชีอื่นที่อาจเกี่ยวข้องต่อไป

เมื่อถูกถามว่าให้น้ำหนักมากน้อยเพียงใดกับความเป็นไปได้ที่แอร์โฮสเตสสาวไม่รู้เรื่อง นายอารีภักดิ์ตอบว่า "50 ต่อ 50" เพราะข้อมูลที่มีอยู่ในขณะนี้ยังไม่เพียงพอจะชี้ชัด ต้องรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม ทั้งเส้นทางการรับพัสดุ การตรวจสอบเพจอวตารที่ใช้ติดต่อ รวมถึงเหตุผลที่ยอมรับฝากของจากคนแปลกหน้า

 

โดยเบื้องต้นแฟนหนุ่มให้ข้อมูลว่า แอร์โฮสเตสสาวเคยรับหิ้วของลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง แต่ทุกครั้งที่ผ่านมาเป็นของที่สามารถตรวจสอบที่มาได้ แตกต่างจากกรณีล่าสุดที่กำลังเป็นประเด็นอยู่ในขณะนี้