สิ้น "นทีป์ ฅนปากศิลป์" อดีตสตันต์แมนสู้ชีวิต จากไปสุดเศร้า

อดีตสตันต์แมนผู้ไม่ยอมแพ้ชีวิต สิ้นแล้ว "นทีป์ ฅนปากศิลป์" จากไปอย่างสงบในวัย 50 ปี ทิ้งไว้ซึ่งผลงานศิลปะและแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่

เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 มูลนิธิอาร์ตโนแฮนด์ แจ้งข่าวการเสียชีวิตของ สุทัช ดิษฐี หรือ "นทีป์ ฅนปากศิลป์" อดีตสตันต์แมนและศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงานด้วยการใช้ปากวาดภาพ โดยจากไปอย่างสงบเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 เวลา 19.00 น. สิริอายุ 50 ปี หลังเข้ารับการรักษาตัวจากภาวะติดเชื้อในหลายอวัยวะ และพักรักษาในโรงพยาบาลต่อเนื่องนานกว่า 2 เดือน

 

สิ้น นทีป์ ฅนปากศิลป์ อดีตสตันต์แมนสู้ชีวิต จากไปสุดเศร้า

สิ้น นทีป์ ฅนปากศิลป์ อดีตสตันต์แมนสู้ชีวิต จากไปสุดเศร้า

 

เรื่องราวของนทีป์ถือเป็นอีกหนึ่งตำนานของผู้ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา เมื่อกว่า 26 ปีก่อน เขาเคยทำงานเป็นสตันต์แมน รับหน้าที่แสดงฉากผาดโผน ก่อนประสบอุบัติเหตุระหว่างฝึกตีลังกา จนคอหักและกระดูกคอแตก ส่งผลให้ร่างกายเป็นอัมพาตทั้งตัว ต้องนอนติดเตียง สูญเสียความหวังและกำลังใจในการใช้ชีวิตยาวนานถึง 10 ปี

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อเขาได้รับชมเรื่องราวของ เอกชัย วรรณแก้ว ศิลปินไร้แขนผู้สร้างผลงานศิลปะด้วยเท้า ปาก และคอ จนเกิดแรงบันดาลใจลุกขึ้นมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ เขาฝึกใช้ปากคาบดินสอเขียนหนังสือ ก่อนพัฒนาฝีมือสู่งานวาดลายไทยและลายกนก กระทั่งมีผู้แนะนำให้วาดภาพพระประจำวันเกิดจำหน่าย โดยผลงานชิ้นแรกขายได้ในราคา 300 บาท นับเป็นก้าวแรกของการเป็นศิลปินเต็มตัว และได้รับฉายา "นทีป์ ฅนปากศิลป์"

สิ้น นทีป์ ฅนปากศิลป์ อดีตสตันต์แมนสู้ชีวิต จากไปสุดเศร้า

 

หนึ่งในความภาคภูมิใจที่สุดของชีวิต คือการได้วาดภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 และได้รับจดหมายตอบกลับที่มีข้อความว่า "ทรงขอบใจ" นอกจากนี้ ยังได้วาดภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมได้รับโอกาสเข้าเฝ้าทูลละอองพระบาทถวายผลงาน ซึ่งพระองค์ทรงมีพระราชดำรัสให้กำลังใจ ให้กลับมาสู้ชีวิตและสร้างสรรค์ผลงานศิลปะต่อไป

ตลอดชีวิต นทีป์มักฝากข้อคิดไว้เสมอว่า "คนเราไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ไขอดีตได้ แต่สามารถเลือกใช้ชีวิตกับปัจจุบันให้มีความสุข" พร้อมย้ำว่าควรใช้ทุกวันให้ดีที่สุด โดยไม่ต้องกังวลกับวันพรุ่งนี้

แม้วันนี้ "นทีป์ ฅนปากศิลป์" จะจากไปแล้ว แต่เรื่องราวการต่อสู้กับชะตาชีวิตและผลงานศิลปะที่สร้างขึ้นด้วยความมุ่งมั่น จะยังคงเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้คนอีกนานแสนนาน

 

ขอบคุณ มูลนิธิอาร์ตโนแฮนด์