- 06 ก.ค. 2569
ผอ.ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดมุกดาหาร ยอมพูดแล้ว พฤติกรรม เด็กชายวัย 11 ขวบ ก่อนขับรถชนพระสงฆ์เดินธุดงค์
ความคืบหน้าเหตุสะเทือนขวัญ กรณีเด็กชายวัย 11 ปี ขับรถกระบะพุ่งชนขบวนพระธุดงค์ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร จนมีพระมรณภาพและได้รับบาดเจ็บหลายรูป ล่าสุดหน่วยงานด้านการศึกษาพิเศษได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับพัฒนาการและพฤติกรรมของเด็ก ขณะที่ตำรวจยังเดินหน้าสอบสวนอย่างละเอียด เพื่อหาข้อเท็จจริงรอบด้านของคดี
หนึ่งในประเด็นสำคัญที่สังคมให้ความสนใจ คือเด็กชายวัย 11 ปี เคยมีพฤติกรรมขับรถมาก่อนหรือไม่ และเรียนรู้การขับรถมาจากใคร โดยครูผู้ดูแลยืนยันว่า ไม่เคยเห็นเด็กขับรถมาโรงเรียน มีเพียงภาพจำที่เด็กนั่งรถมากับแม่หรือยายเป็นประจำ แต่ยอมรับว่าเด็กมีลักษณะเด่นคือจดจำสิ่งที่ชอบได้ดี และเรียนรู้จากการเลียนแบบ
ขณะที่พนักงานสอบสวนได้ทยอยเรียกบุคคลใกล้ชิดเข้าให้ปากคำ ทั้งตา ยาย และครูประจำชั้น เพื่อนำข้อมูลมาประกอบสำนวนคดี โดยยืนยันว่าจะรวบรวมพยานหลักฐานทุกด้านอย่างรอบคอบ ก่อนพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย
นางวัชราภรณ์ ผิวขำ ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า ศูนย์การศึกษาพิเศษมีหน้าที่ดูแลเด็กพิการทุกประเภท โดยจัดตั้งหน่วยบริการในแต่ละอำเภอเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ครอบครัว ปัจจุบันมีทั้งหมด 5 แห่ง ซึ่งอำเภอดอนตาลเป็นหนึ่งในนั้น และมีเด็กเข้ารับบริการรวม 22 คน
ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาพิเศษเปิดเผยว่า เด็กเข้ามาอยู่ในความดูแลตั้งแต่ปี 2564 ช่วงแรกมีปัญหาเรื่องพัฒนาการ การเข้าสังคม และการสื่อสาร ปรับตัวค่อนข้างยาก แต่เมื่อได้รับการฝึกตามหลักสูตรอย่างต่อเนื่อง พัฒนาการก็ดีขึ้น สามารถปฏิบัติตามกติกาพื้นฐาน ปรับตัวเข้ากับเพื่อน และแนะนำตัวเองได้
ในส่วนของพฤติกรรมการเดินทางมาโรงเรียน เด็กจะมีแม่หรือยายเป็นผู้มาส่ง บางวันใช้รถกระบะ บางวันใช้รถจักรยานยนต์ โดยครูไม่เคยเห็นเด็กเป็นผู้ขับรถ แต่จะเห็นนั่งด้านหน้ามากับผู้ปกครอง ซึ่งเด็กมีลักษณะเด่นด้านการจดจำและเรียนรู้จากการเลียนแบบ หากเห็นสิ่งใดที่ชอบจะสามารถจดจำได้เป็นพิเศษ
นอกจากนี้ ทางศูนย์ฯ ยังยืนยันว่า เด็กไม่ได้ใช้โทรศัพท์มือถือระหว่างเรียน โดยการเรียนการสอนจะเน้นฝึกทักษะชีวิต การพัฒนาด้านสังคม อารมณ์ ภาษา และการปฏิบัติจริง มีครูและพี่เลี้ยงคอยดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดกิจกรรม
ส่วนความคืบหน้าทางคดี พนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ได้เรียกตาและยายของเด็ก รวมถึงครูประจำชั้น เข้าให้ปากคำแล้ว เพื่อนำข้อมูลไปประกอบแนวทางการสอบสวน โดยเฉพาะการตรวจสอบว่าเด็กเคยมีพฤติกรรมขับรถมาก่อนหรือไม่ รวมถึงมีผู้ใดเคยสอนหรือปล่อยให้เด็กฝึกขับรถหรือไม่
ขณะเดียวกัน เด็กชายวัย 11 ปี ยังคงอยู่ในการดูแลของเจ้าหน้าที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ตามกระบวนการคุ้มครองเด็ก ขณะที่ตำรวจยืนยันว่าจะรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานทุกด้านอย่างรอบคอบ ก่อนพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
