- 06 ก.ค. 2569
ตำรวจมุกดาหาร ตั้งโต๊ะแถลงความคืบหน้าคดี เด็กชายวัย 11 ปี ขับรถกระบะชนขบวนพระธุดงค์ แจงชัดเด็กขับรถได้อย่างไร? ประเด็นเรื่องการรับประทานยา เล็งเอาผิดแม่-ยาย!
คืบหน้ากรณีเด็กวัย11ขวบ ซิ่งรถกระบะชนขบวนพระธุดงค์มรณภาพ 10 รูป ล่าสุด วันที่ 6 ก.ค.69 ตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร ร่วมกับบ้านพักเด็กและครอบครัวฯ แถลงความคืบหน้าคดีสะเทือนขวัญ เป็นเหตุให้มีพระภิกษุมรณภาพและบาดเจ็บหลายรูป โดยพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำพยานแล้ว 28 ปาก พร้อมตรวจสอบกล้องวงจรปิด ยืนยันตรงกันว่าเด็กชายวัย 11 ปี เป็นผู้ขับขี่รถคันเกิดเหตุเพียงลำพัง
ส่วนกระแสข่าวในโลกออนไลน์ที่ว่าเด็กทะเลาะกับยายก่อนขับรถประชดออกจากบ้านนั้น ตำรวจระบุว่าจากการสอบปากคำยายเบื้องต้นยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าเป็นความจริงแต่อย่างใด
สำหรับอาการของเด็ก ปัจจุบันอยู่ระหว่างการรักษาและคุ้มครองสวัสดิภาพที่โรงพยาบาลพระศรีมหาโพธิ จังหวัดอุบลราชธานี แพทย์ระบุว่าเด็กยังมีลักษณะไม่รับรู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่สื่อสาร และไม่แสดงอาการตกใจหรือร้องไห้เหมือนเด็กทั่วไป ซึ่งตำรวจกำลังเร่งตรวจสอบว่าเด็กได้รับยาประจำตัวอย่างต่อเนื่องหรือไม่ ?
เนื่องจากแพทย์ชี้ว่าหากขาดยาอาจส่งผลต่ออารมณ์และพฤติกรรมอย่างรุนแรง โดยต้องรอผลสรุปจากทีมสหวิชาชีพและผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็กอีกครั้ง เพื่อประเมินความสามารถและพฤติกรรมของเด็กอย่างละเอียด
- แนวทางการดำเนินคดีแยกเป็น 2 ส่วน
ในด้านการดำเนินคดี ตำรวจได้แยกกระบวนการออกเป็นสองส่วน โดยในส่วนของเด็ก แม้ยังอายุน้อยและยังไม่สามารถสอบปากคำได้เนื่องจากอยู่ระหว่างการรักษา แต่กระบวนการรวบรวมสำนวนคดียังคงเดินหน้าต่อตามกฎหมาย ขณะที่ส่วนของผู้ปกครอง ซึ่งเข้าข่ายคือแม่และยาย กำลังอยู่ระหว่างพิจารณาความผิดฐานปล่อยปละละเลย ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก โดยต้องตรวจสอบอย่างชัดเจนว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบดูแลเด็กในช่วงเวลาเกิดเหตุ
นอกจากนี้ ตำรวจได้สั่งกำชับทุกสถานีตำรวจในพื้นที่ให้เพิ่มความเข้มงวดตรวจสอบเด็กอายุต่ำกว่าเกณฑ์ที่ขับขี่ยานพาหนะ เพื่อดำเนินคดีกับทั้งเด็กและผู้ปกครองขั้นเด็ดขาดป้องกันเหตุซ้ำรอย พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ขบวนพระธุดงค์ประสานตำรวจท้องที่ล่วงหน้าเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกด้านจราจร
และทางบ้านพักเด็กและครอบครัวฯ ได้ฝากเตือนผู้ปกครอง โดยเฉพาะครอบครัวที่มีเด็กพิเศษ ให้เพิ่มความระมัดระวังในการดูแลอย่างใกล้ชิด และต้องเก็บกุญแจรถ อาวุธ หรือสิ่งของอันตรายให้พ้นมือเด็กโดยเด็ดขาด
