แม่แจ้งความเอาผิดครู ตีลูก ป.6 ไหล่บวมฟกช้ำ ใบรับรองแพทย์ยืนยัน

แม่สุดทนพาลูกชายวัย 12 ปี นักเรียนชั้น ป.6 เข้าแจ้งความ หลังอ้างถูกครูใช้ไม้ตีจนไหล่บวมเป็นรอยนูนแดงและฟกช้ำ แพทย์ออกใบรับรองยืนยันบาดแผล

เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 นางสาวสุรีย์ญา อายุ 40 ปี มารดาของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ เดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสมุทรปราการ เพื่อดำเนินคดีกับครูผู้สอน หลังลูกชายถูกทำโทษด้วยการตีจนได้รับบาดเจ็บบริเวณหัวไหล่และแขนซ้าย มีรอยนูนแดงและฟกช้ำ อีกทั้งยังมีอาการไข้และไม่สบายหลังเกิดเหตุ

ภายหลังเกิดเหตุ ผู้ปกครองได้พาลูกชายเข้ารับการตรวจรักษาที่โรงพยาบาลเปาโล สมุทรปราการ โดยแพทย์ออกใบรับรองแพทย์ยืนยันว่า พบรอยฟกช้ำบริเวณข้อศอกและหัวไหล่ซ้าย ซึ่งสอดคล้องกับการถูกทำร้ายร่างกาย

ผู้เป็นแม่เปิดเผยว่า ต้องการเรียกร้องความเป็นธรรมใน 2 ประเด็นหลัก คือ ให้ครูคู่กรณีและโรงเรียนออกมาชี้แจงเหตุผลที่ใช้ความรุนแรงกับเด็ก พร้อมตั้งคำถามถึงข้อความที่ครูส่งมาชี้แจงผ่านแชตว่า "ตีเบา ๆ เพื่อสั่งสอน ไม่คิดว่าผิวเด็กจะบางจนเป็นรอย" ซึ่งมองว่าเป็นเหตุผลที่ไม่อาจยอมรับได้ อีกทั้งต้องการให้โรงเรียนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนดมาตรการเยียวยาทั้งด้านร่างกายและจิตใจของเด็ก รวมถึงวางแนวทางป้องกันไม่ให้สถานศึกษาเกิดเหตุใช้ความรุนแรงอีก

แม่แจ้งความเอาผิดครู ตีลูก ป.6 ไหล่บวมฟกช้ำ ใบรับรองแพทย์ยืนยัน

นางสาวสุรีย์ญาระบุว่า การเข้าแจ้งความครั้งนี้เป็นการดำเนินคดีอาญาในข้อหาทำร้ายร่างกาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 รวมถึงความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 โดยยืนยันว่าจะดำเนินคดีจนถึงที่สุด เพื่อให้เป็นบรรทัดฐานและป้องกันไม่ให้เด็กคนอื่นตกเป็นเหยื่อของความรุนแรงในโรงเรียน

คุณแม่เล่าว่า ในวันเกิดเหตุ โทรทัศน์ภายในห้องเรียนของลูกชายเกิดขัดข้อง ครูจึงให้นักเรียนย้ายขึ้นไปเรียนยังห้องเรียนชั้นบน ขณะที่เพื่อน ๆ ขึ้นไปก่อนแล้ว ลูกชายได้ลงมาหยิบของที่ห้องเรียนเดิมบริเวณชั้น 2 ระหว่างกำลังหาของ ครูคนดังกล่าวเดินลงมา ก่อนพูดตำหนิด้วยถ้อยคำไม่เหมาะสมว่าลงมานานเกินไป และใช้ไม้ฟาดทันทีโดยไม่ได้สอบถามหรือรับฟังเหตุผล ทำให้ลูกชายตกใจอย่างมาก

เธอยังอ้างว่า ไม่ใช่เพียงลูกชายของตนที่ถูกตี แต่ยังมีนักเรียนคนอื่นได้รับการลงโทษในลักษณะเดียวกัน โดยเพิ่งทราบเรื่องจากลูกชายหลังกลับถึงบ้านในช่วงเย็น จึงพยายามติดต่อครูผ่านไลน์กลุ่มของโรงเรียน แต่ไม่มีข้อมูลติดต่อโดยตรง ก่อนที่ครูประจำชั้นจะช่วยประสานงานและส่งข้อความชี้แจงของครูคู่กรณีมาให้

หลังอ่านข้อความดังกล่าว เธอได้ตอบกลับไปว่า ไม่อาจยอมรับการอ้างว่าครูมีความเครียดสะสมหรือเด็กผิวบอบบางจนเกิดรอยช้ำเอง เพราะมองว่าเป็นเหตุผลที่ไม่เหมาะสม พร้อมย้ำว่าระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการห้ามครูใช้ความรุนแรงกับนักเรียน หากจะลงโทษต้องใช้วิธีว่ากล่าวตักเตือน ไม่ใช่การทำร้ายร่างกาย

คุณแม่เชื่อว่าลูกชายถูกตีอย่างแรงเพียง 1 ครั้ง โดยพบรอยช้ำตั้งแต่หัวไหล่ลงมาถึงแขนซ้าย คาดว่าเด็กยกแขนขึ้นป้องกันตัว หากไม่ยกแขนบัง อาจถูกตีบริเวณใบหน้าหรือดวงตา ปัจจุบันลูกชายยังมีอาการไข้และไม่สบาย ขณะที่ทางโรงเรียนและผู้อำนวยการโรงเรียนยังไม่ได้ติดต่อมา มีเพียงครูประจำชั้นที่ช่วยประสานงานเท่านั้น

หลังจากนี้ เธอเตรียมเชิญผู้บริหารโรงเรียนและครูคู่กรณีเข้าชี้แจงข้อเท็จจริงต่อพนักงานสอบสวน ส่วนการดำเนินการทางวินัยกับครู ให้เป็นหน้าที่ของโรงเรียนพิจารณาตามระเบียบ

นอกจากนี้ คุณแม่ยังเรียกร้องให้โรงเรียนกำหนดมาตรการคุ้มครองความปลอดภัยของนักเรียนอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมแจ้งแนวทางดังกล่าวให้ผู้ปกครองทุกคนรับทราบ เนื่องจากเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับลูกชายของตนเพียงคนเดียว แต่ยังมีนักเรียนรายอื่นได้รับผลกระทบเช่นกัน พร้อมย้ำว่าไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ซ้ำอีก และหวังให้เรื่องนี้เป็นบทเรียนสำคัญในการปกป้องเด็กทุกคนในสถานศึกษา

แม่แจ้งความเอาผิดครู ตีลูก ป.6 ไหล่บวมฟกช้ำ ใบรับรองแพทย์ยืนยัน