- 09 ก.ค. 2569
นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ หรือ "หมอเจด" เตือนมะเร็งปากมดลูกระยะแรกอาจไม่มีอาการ ย้ำอย่ารอป่วยค่อยตรวจ แนะ 5 วิธีลดความเสี่ยงและป้องกันตั้งแต่วันนี้
"หมอเจด" นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา ได้ออกมาโพสต์ข้อความระบุว่า
มะเร็งปากมดลูกป้องกันได้! เช็กวิธีลดความเสี่ยงก่อนมีอาการ!
“ไม่มีอาการเลยค่ะหมอ”
“ไม่มีเลือดออก ไม่มีตกขาวผิดปกติ”
“มีแฟนคนเดียวมาตลอด ไม่น่าจะเสี่ยงนะคะ”
นี่คือเหตุผลที่หลายคนใช้เลื่อนการตรวจออกไปเรื่อย ๆ ครับ
แต่ปัญหาของมะเร็งปากมดลูกคือ…
ระยะแรกมันอาจเงียบมาก
ไม่ปวด
ไม่เลือดออก
ไม่รู้สึกว่าร่างกายเปลี่ยนไป
ทั้งที่เซลล์บริเวณปากมดลูกอาจเริ่มผิดปกติไปแล้ว ที่น่าเสียดายคือโรคนี้มีทั้งวัคซีน มีการตรวจคัดกรอง และมีโอกาสจัดการตั้งแต่ระยะก่อนเป็นมะเร็งได้ ผมจึงไม่อยากให้รอจนร่างกายส่งเสียงดัง เพราะวันนั้นเราอาจพลาดช่วงเวลาที่ป้องกันได้ง่ายที่สุดไปแล้วครับ
1️⃣ อย่ารอมีอาการ เพราะเป้าหมายคือเจอ “ก่อนเป็นมะเร็ง”
หลายคนเข้าใจว่าการตรวจคัดกรองมีไว้ตรวจว่าตัวเองเป็นมะเร็งหรือยัง ความจริงเราอยากเจอให้เร็วกว่านั้นครับ เราต้องการหาเชื้อ HPV ความเสี่ยงสูง หรือเซลล์ที่เริ่มเปลี่ยน ก่อนมันพัฒนาไปเป็นมะเร็ง
เพราะฉะนั้น ต่อให้ตอนนี้ไม่มีเลือดออก ไม่มีตกขาว และไม่ปวดท้อง ก็ไม่ได้แปลว่าข้ามการตรวจได้ การตรวจ HPV และการตรวจเซลล์ปากมดลูกช่วยค้นหาความผิดปกติตั้งแต่ยังไม่มีอาการได้ ยิ่งเจอเร็ว ขั้นตอนการดูแลก็มักไม่ซับซ้อนเท่าการรอให้โรคลุกลามครับ
2️⃣ วัคซีน HPV ต้องฉีดก่อนโรค ไม่ใช่รอให้เสี่ยงแล้วค่อยคิด
มะเร็งปากมดลูกส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการติดเชื้อ HPV ชนิดความเสี่ยงสูงครับ วัคซีนจึงทำหน้าที่เหมือนปิดประตูเชื้อสำคัญบางสายพันธุ์ ก่อนที่มันจะมีโอกาสเข้ามาสร้างความเปลี่ยนแปลงกับเซลล์
ช่วงที่ได้ประโยชน์สูงคือก่อนสัมผัสเชื้อ แต่คนที่เคยมีเพศสัมพันธ์แล้วก็ไม่ควรตัดสินเองว่าสายเกินไป เพราะไม่ได้หมายความว่าจะเคยติดเชื้อครบทุกสายพันธุ์ที่วัคซีนครอบคลุม ประวัติการฉีด อายุ และสุขภาพของแต่ละคนไม่เหมือนกัน เอาสมุดวัคซีนหรือข้อมูลที่มีไปถามแพทย์ให้ชัด ดีกว่าปล่อยผ่านเพราะคิดว่าโตแล้วฉีดไม่ได้ครับ
3️⃣ ฉีดวัคซีนครบแล้ว ยังต้องตรวจคัดกรอง
“ฉีดแล้ว แปลว่าปลอดภัย ไม่ต้องตรวจแล้วใช่ไหม?”
คำตอบคือยังต้องตรวจอยู่ดีครับ เพราะวัคซีนไม่ได้ครอบคลุมเชื้อ HPV ที่ก่อโรคทุกสายพันธุ์ และบางคนอาจได้รับเชื้อมาก่อนฉีดแล้ว วัคซีนกับการตรวจคัดกรองจึงไม่ได้มาแทนกัน แต่มาช่วยกันคนละด้าน วัคซีนช่วยลดโอกาสรับเชื้อสำคัญ ส่วนการคัดกรองช่วยค้นหาเชื้อหรือเซลล์ที่เริ่มผิดปกติ ถ้าทำอย่างหนึ่งแล้วทิ้งอีกอย่าง ประตูความเสี่ยงก็ยังปิดไม่ครบครับ
4️⃣ ผลตรวจผิดปกติ ไม่ได้แปลว่าเป็นมะเร็ง แต่ห้ามหายไปจากระบบ
วันที่ผลออกว่าเจอ HPV หรือเซลล์ผิดปกติ หลายคนตกใจจนไม่กล้ากลับไปพบหมอครับ บางคนคิดว่า “ถ้ายังไม่รู้ละเอียด ก็คงยังไม่เป็นอะไร” แต่การหายไปจากการติดตามต่างหากที่ทำให้เราเสียโอกาส
ผลผิดปกติไม่ได้แปลว่าเป็นมะเร็งทันที และการติดเชื้อ HPV จำนวนมากอาจหายได้เอง แต่บางรายเชื้อคงอยู่นานจนเซลล์ค่อย ๆ เปลี่ยน แพทย์จึงอาจนัดตรวจซ้ำ ตรวจเพิ่มเติม หรือรักษารอยโรคก่อนมะเร็งตามระดับความเสี่ยง ช่วงนี้คือช่วงที่ยังหยุดเรื่องใหญ่ได้ อย่าปล่อยให้ความกลัวทำให้เรื่องที่ยังจัดการได้ กลายเป็นเรื่องที่ยากขึ้นครับ
5️⃣ ลดความเสี่ยงจากเชื้อ และอย่ามองข้ามบุหรี่
HPV ติดต่อผ่านการสัมผัสทางเพศและผิวหนังบริเวณใกล้ชิดได้ คนที่มีคู่นอนคนเดียวก็ยังอาจเคยสัมผัสเชื้อได้ เพราะเชื้ออาจอยู่ในร่างกายโดยไม่มีอาการมานาน การใช้ถุงยางช่วยลดความเสี่ยงได้ แต่ป้องกันไม่ได้ทั้งหมด เนื่องจากยังมีผิวหนังบางส่วนที่ไม่ได้ถูกปกคลุม อีกเรื่องที่ผมอยากย้ำคือบุหรี่ เพราะสารจากบุหรี่ทำให้เซลล์ปากมดลูกถูกทำร้าย และร่างกายกำจัดเชื้อ HPV ได้ยากขึ้น คนที่สูบบุหรี่จึงไม่ควรคิดว่าเรื่องนี้เกี่ยวกับปอดอย่างเดียวครับ
ลดความเสี่ยงตั้งแต่วันนี้ ทำ 5 อย่างนี้ครับ
• เช็กประวัติวัคซีน HPV ว่าเคยฉีดหรือฉีดครบหรือยัง
• นัดตรวจคัดกรองตามช่วงอายุ ประวัติสุขภาพ และคำแนะนำของสถานพยาบาล
• เมื่อผลผิดปกติ ให้กลับไปติดตามตามนัด อย่าหายเพราะกลัว
• ใช้ถุงยางเพื่อลดโอกาสรับและส่งต่อเชื้อ แม้จะป้องกันไม่ได้ทั้งหมด
• หยุดสูบบุหรี่ และถ้ามีเลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์ เลือดออกหลังหมดประจำเดือน หรือ
ตกขาวผิดปกติ ให้ไปตรวจโดยไม่ต้องรอดูอาการครับ
มะเร็งปากมดลูกไม่ใช่โรคที่เราควรรอให้มีอาการแล้วค่อยวิ่งตามแก้ครับ เรามีโอกาสป้องกันตั้งแต่การฉีดวัคซีน มีโอกาสเจอความผิดปกติจากการคัดกรอง และมีโอกาสรักษารอยโรคก่อนจะกลายเป็นมะเร็ง สิ่งที่น่าเสียดายที่สุดจึงไม่ใช่การตรวจแล้วเจอ แต่คือมีเครื่องมือป้องกันอยู่แล้ว แต่เราไม่เคยใช้มันเลยครับ ใครมีคำถาม หรืออยากให้ผมเขียนความรู้เรื่องอะไรคอมเมนต์กันมาได้เลยนะครับ
