คู่กรณีโต้บูลลี่เพื่อน อ้างเรื่องเงินรุ่นเป็นแค่ฟางเส้นสุดท้าย

กลุ่มคู่กรณีแจงปมบูลลี่ นศ.สาววิศวะฯ ชี้เงินรุ่นแค่ฟางเส้นสุดท้าย ยันไม่เคยกีดกันเรื่องเรียน แค่ไม่ได้สนิทเหมือนเดิม

จากกรณีนักศึกษาสาวรายหนึ่งออกมาโพสต์เล่าประสบการณ์ถูกกลั่นแกล้งภายในสาขาที่กำลังศึกษาอยู่ โดยระบุว่าตลอดระยะเวลากว่า 2 เดือนที่ผ่านมาเลือกหายไปจากโซเชียลเพื่อเยียวยาสภาพจิตใจ หลังต้องเผชิญกับการนินทา พูดแขวะ ด่าทอต่อหน้า เดินชน โพสต์ข้อความเหน็บแนม รวมถึงถูกพาดพิงถึงครอบครัว และถูกลบออกจากกลุ่มไลน์ของสาขา ส่งผลให้ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ผลการเรียนตก และต้องใช้เวลาเรียนยาวเข้าสู่ปีที่ 5 นั้น

 

คู่กรณีโต้บูลลี่เพื่อน อ้างเรื่องเงินรุ่นเป็นแค่ฟางเส้นสุดท้าย

ล่าสุด ฝั่งคู่กรณีได้ออกมาชี้แจงผ่านโซเชียลมีเดีย ตอบทุกประเด็นที่ถูกกล่าวอ้าง โดยระบุว่าปัญหาทั้งหมดไม่ได้เกิดขึ้นเพียงจากเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่ง แต่เป็นความขัดแย้งที่สะสมมาเป็นเวลานาน

 

ในประเด็น เงินกองกลางของรุ่น คู่กรณีระบุว่า รุ่นมีมติร่วมกันตั้งแต่วันที่ 14 กรกฎาคม 2568 ให้เก็บเงินคนละ 100 บาทต่อเดือน เพื่อนำไปใช้จัดงานเลี้ยงบัณฑิต และทุกคนรับทราบข้อตกลงดังกล่าว โดยระบุว่าเจ้าของเรื่องจ่ายเงินมาต่อเนื่อง ก่อนแจ้งเมื่อเดือนมีนาคม 2569 ว่าจะหยุดจ่ายที่ยอด 1,000 บาท เนื่องจากคาดว่าจะเรียนไม่จบพร้อมเพื่อนและไม่ต้องการร่วมกิจกรรม ทำให้เพื่อนส่วนหนึ่งมองว่าเป็นการผิดข้อตกลง

 

ต่อมามีการประชุมของรุ่นเพื่อหาข้อยุติ และมีมติให้เจ้าของเรื่องยังต้องจ่ายเงินตามเดิม ก่อนที่ภายหลังตัวแทนเพื่อน 3 คนจะเข้าไปพูดคุยจนตกลงให้จ่ายถึงเพียงเดือนเมษายน และไม่ต้องร่วมกิจกรรมอีก อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการแจ้งเรื่องดังกล่าวในกลุ่มแชต ทำให้เพื่อนบางส่วนไม่เห็นด้วยและเกิดการโต้เถียงกันอย่างรุนแรง

 

สำหรับประเด็น การใช้ถ้อยคำด่าทอในกลุ่มแชต ฝั่งคู่กรณียอมรับว่ามีการใช้คำพูดที่รุนแรงจริง และขออภัยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมระบุว่าได้มีการตักเตือนผู้ที่เกี่ยวข้องแล้ว

 

ส่วนกรณี การพาดพิงเรื่องทุนเยียวยา คู่กรณีชี้แจงว่า เป็นผลจากความไม่พอใจของเพื่อนบางคน หลังเห็นเจ้าของเรื่องอ้างปัญหาด้านการเงิน แต่กลับโพสต์ภาพการท่องเที่ยวและซื้อสิ่งของราคาแพงบนโซเชียล จึงเกิดการประชดประชันเรื่องทุน ซึ่งยอมรับว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม

 

ในประเด็น การพาดพิงถึงอุบัติเหตุของบิดา คู่กรณียืนยันว่า ผู้ที่พิมพ์ข้อความประชดไม่ทราบเรื่องอุบัติเหตุของคุณพ่อ และไม่ได้มีเจตนาล้อเลียนเหตุการณ์ดังกล่าว พร้อมยืนยันว่าเป็นคนละประเด็นกับการแซะเรื่องทุนเยียวยา

 

ส่วนข้อกล่าวหาเรื่อง กีดกันไม่ให้รับข้าวกล่องระหว่างกิจกรรม ฝั่งคู่กรณีอธิบายว่า เจ้าของเรื่องและเพื่อนอีก 1 คน เดินทางมาถึงหลังช่วงพักกลางวัน จึงไม่ได้รับอาหารในรอบแรก และเมื่อกิจกรรมเสร็จ แม้อาจารย์จะแจ้งว่ายังมีข้าวเหลือ แต่ทั้งสองกำลังพูดคุยเรื่องการลงชื่อเข้าร่วมกิจกรรมกับอาจารย์ ทำให้เพื่อนคนอื่นเดินอ้อมไปหยิบอาหารอีกทางจนหมด ยืนยันว่าไม่ได้มีการตั้งใจแบนหรือกีดกันไม่ให้รับประทานอาหาร

 

สำหรับประเด็น การนำออกจากกลุ่มแชต คู่กรณีระบุว่า กลุ่มดังกล่าวเป็นกลุ่มเฉพาะกิจที่ใช้ประสานงานเกี่ยวกับงานราตรีบัณฑิตและการเก็บเงินกองกลาง เมื่อเจ้าของเรื่องประกาศชัดเจนว่าจะไม่ร่วมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่อ จึงมีการตัดสินใจนำออกจากกลุ่มดังกล่าว ไม่ใช่กลุ่มที่ใช้สื่อสารเรื่องการเรียนทั้งหมด

 

นอกจากนี้ คู่กรณียังชี้แจงถึงกรณี แชตหลุดนินทา ว่า เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2567 หลังมีความเห็นไม่ตรงกันเรื่องการเล่าเหตุการณ์ระหว่างฝึกงาน โดยทั้งสองฝ่ายได้พูดคุยปรับความเข้าใจและกล่าวขอโทษกันเรียบร้อยแล้วตั้งแต่ในช่วงเวลาดังกล่าว

 

ส่วนข้อกล่าวหาว่า ถูกกีดกันจนเรียนจบช้า คู่กรณียืนยันว่าไม่เป็นความจริง โดยระบุว่าเจ้าของเรื่องยังมีกลุ่มทำงาน มีเพื่อนร่วมทำโปรเจกต์ และสามารถส่งงานได้ตามปกติ ไม่เคยถูกกีดกันด้านการเรียน พร้อมมองว่าการเรียนจบช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับการวางแผนและความรับผิดชอบของนักศึกษาแต่ละคน

 

ทั้งนี้ ฝั่งคู่กรณีระบุว่า เหตุการณ์การโต้เถียงรุนแรงในกลุ่มแชตเกิดขึ้นเพียงวันเดียวจากประเด็นเงินกองกลาง แต่สาเหตุที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนห่างเหิน เป็นผลจากความไม่เข้าใจและความรู้สึกที่สะสมมาจากหลายเหตุการณ์ โดยมองว่าประเด็นเงินเป็นเพียง "ฟางเส้นสุดท้าย" ที่ทำให้หลายคนเลือกถอยห่างจากกัน เพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย

 

อย่างไรก็ตาม ข้อชี้แจงดังกล่าวเป็นข้อมูลจากฝั่งคู่กรณี ขณะที่ข้อเท็จจริงในประเด็นต่าง ๆ ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และยังไม่มีข้อสรุปจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือคำวินิจฉัยอย่างเป็นทางการ

 

คู่กรณีโต้บูลลี่เพื่อน อ้างเรื่องเงินรุ่นเป็นแค่ฟางเส้นสุดท้าย