หมวดนัท ยอมพูดแล้ว เรื่องข้อมูล เจ้าของร้านไม่ยอมให้ลูกค้าออก

"หมวดนัทเต็มยศ" ยอมพูดแล้ว ความจริงเรื่องข้อมูล "เจ้าของร้านไม่ยอมให้ลูกค้าออก เพราะต้องจ่ายเงินก่อน" จนทัวร์ลง

เหตุไฟไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าวยังคงสร้างความสูญเสียอย่างหนัก ล่าสุดยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 31 ราย หลังมีผู้บาดเจ็บหญิงอายุ 34 ปี เสียชีวิตที่โรงพยาบาลเมื่อช่วงเย็นวันที่ 14 กรกฎาคมที่ผ่านมา ขณะที่ตำรวจนครบาล 2 เร่งเดินหน้าสอบสวนคดีอย่างเข้มข้น โดยสอบปากคำพยานแล้วรวม 51 ราย พร้อมเร่งตรวจสอบทุกประเด็นสำคัญ รวมถึงข้อสงสัยเรื่องประตูทางหนีไฟถูกล็อก

 

หมวดนัท ยอมพูดแล้ว เรื่องข้อมูล เจ้าของร้านไม่ยอมให้ลูกค้าออก

ที่ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการ สน.พหลโยธิน พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 พร้อมคณะผู้บังคับบัญชา และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สอบสวน รวมถึงฝ่ายจราจร ประชุมติดตามความคืบหน้าคดีเพลิงไหม้โรงเบียร์ย่านลาดพร้าว

 

ภายหลังการประชุม พล.ต.ต.เกียรติกุล เปิดเผยว่า ขณะนี้ยอดผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 31 ราย โดยผู้เสียชีวิตรายล่าสุดเป็นหญิงอายุ 34 ปี เสียชีวิตเมื่อเวลา 18:30 น. วันที่ 14 กรกฎาคม ที่โรงพยาบาลเปาโลเกษตร ปัจจุบันสามารถยืนยันอัตลักษณ์ผู้เสียชีวิตได้แล้ว 30 ราย อยู่ระหว่างการพิสูจน์อีก 1 ราย และได้ส่งมอบร่างคืนให้ญาติแล้ว 28 ราย ขณะที่ญาติของผู้เสียชีวิตเดินทางมาตรวจพิสูจน์ DNA แล้ว 30 ครอบครัว

หมวดนัท ยอมพูดแล้ว เรื่องข้อมูล เจ้าของร้านไม่ยอมให้ลูกค้าออก

ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ แบ่งเป็นผู้ป่วยอาการสาหัส (สีแดง) 24 ราย ผู้ป่วยอาการปานกลาง (สีเหลือง) 12 ราย และผู้บาดเจ็บเล็กน้อย (สีเขียว) 40 ราย ขณะที่ความคืบหน้าทางคดี ตำรวจนครบาล 2 ได้ตั้งคณะทำงานสืบสวนสอบสวนขึ้นเฉพาะกิจ โดยสอบปากคำพยานรวมแล้ว 51 ราย ประกอบด้วย เจ้าของสถานประกอบการ 1 ราย พนักงานร้าน 16 ราย ญาติของผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ 32 ราย และเจ้าหน้าที่ผู้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุอีก 2 ราย

 

นอกจากนี้ ยังมอบหมายให้ฝ่ายสืบสวนและสอบสวนเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้างอาคารและระบบไฟฟ้ามาให้ข้อมูลเพิ่มเติม พร้อมลงพื้นที่รวบรวมหลักฐาน ทั้งภาพจากกล้องวงจรปิดโดยรอบ และทยอยสอบปากคำผู้ได้รับบาดเจ็บทุกราย เพื่อนำมาประกอบสำนวนคดี

 

หมวดนัท ยอมพูดแล้ว เรื่องข้อมูล เจ้าของร้านไม่ยอมให้ลูกค้าออก

สำหรับกรณีพี่สาวของเจ้าของร้าน ซึ่งถูกเชิญมาให้ข้อมูลเมื่อวันที่ผ่านมา เบื้องต้นพบว่าไม่มีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นของกิจการ และอาศัยอยู่ในจังหวัดยโสธร โดยได้นำเอกสารสำคัญ เช่น สัญญาเช่า และใบอนุญาตประกอบกิจการ มอบให้พนักงานสอบสวน ซึ่งถือว่าเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี

 

ส่วนประเด็นที่มีการกล่าวอ้างว่าประตูทางหนีไฟหรือทางออกฉุกเฉินถูกล็อกจากด้านนอกนั้น ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 ระบุว่า ขณะนี้มีพยาน 2 ราย ได้แก่ พนักงานของร้านและผู้ขายลูกอม ให้ข้อมูลในประเด็นดังกล่าวแล้ว แต่ยังไม่สามารถสรุปข้อเท็จจริงได้ จำเป็นต้องรอผลตรวจสอบและพยานหลักฐานด้านอื่นมาประกอบก่อน

 

ขณะเดียวกัน ตำรวจยังอยู่ระหว่างตรวจสอบกรณีชายแต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่ ซึ่งออกมาให้สัมภาษณ์สื่อเกี่ยวกับเหตุเพลิงไหม้ โดยกำลังตรวจสอบสถานะและต้นสังกัดว่าเป็นเจ้าหน้าที่จริงหรือไม่ หรือเป็นการสวมเครื่องแบบโดยมิชอบ อย่างไรก็ตาม ตำรวจยืนยันว่าจะให้ความสำคัญกับการคลี่คลายสาเหตุของเหตุเพลิงไหม้ที่สร้างความสูญเสียต่อชีวิตประชาชนเป็นอันดับแรก

หมวดนัท ยอมพูดแล้ว เรื่องข้อมูล เจ้าของร้านไม่ยอมให้ลูกค้าออก

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ว่า ยังมีรถจักรยานยนต์ 6 คัน และรถยนต์ 1 คัน ที่จอดอยู่ภายในพื้นที่เกิดเหตุ โดยเจ้าของรถสามารถติดต่อขอรับคืนได้ที่ สน.พหลโยธิน

 

ทั้งนี้ "หมวดนัท" ว่าที่ ร.ท.มั่วบ้านงานหรือ ชายที่แต่งชุดทหารเต็มยศ ได้ออกมายอมรับแล้วว่า ทั้งหมดที่ให้สัมภาษณ์กับสื่อในวันนั้นเป็นเพียงแค่ “ข้อสันนิษฐาน” ของตัวเอง ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่เห็นกับตาเป็นการคาดเดาล้วนๆ รวมไปถึงประเด็น “เจ้าของร้านไม่ยอมให้ลูกค้าออก เพราะต้องจ่ายเงินก่อน”

 

อย่างไรก็ตาม อีกประเด็นที่หลายคนตั้งคำถามคือเรื่อง ยศและเครื่องแบบ ล่าสุดเจ้าตัวชี้แจงว่า “ว่าที่ร้อยโท” ได้มาจากการเรียน รด. ปี 3 ส่วนที่ใช้คำว่า “สิบเอก” เป็นการเทียบวุฒิตามระเบียบ ไม่ใช่ข้าราชการทหารที่รับราชการหรือได้รับเงินเดือน เพียงแต่หากเกิดเหตุสำคัญอาจถูกเรียกตัวได้ตามเงื่อนไข

 

หมวดนัท ยอมพูดแล้ว เรื่องข้อมูล เจ้าของร้านไม่ยอมให้ลูกค้าออก