- 15 ก.ค. 2569
ทำไปได้ไง! โจรย่องฉกเงินร้านอาหารสัตว์ โดนรวบสารภาพเหตุผลสุดพีค "ตกงาน-ประชดรัก" ทำเอาตำรวจถึงกับกุมขมับ
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ หรือคอมมานโด ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้สั่งการให้กำลังชุดจับกุมนำโดย พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ ร่วมกับ พ.ต.อ.ธนากร งานเย็น ผกก.สน.ฉลองกรุง นำกำลังเข้าทำการจับกุม นายอัฐพงศ์ หรืออั๋น รอดขันเมือง อายุ 31 ปี ชาวจังหวัดอุดรธานี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญามีนบุรี ที่ จ.1094/2569 ลงวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 ในข้อหา “ลักทรัพย์ในเคหสถาน โดยผ่านสิ่งเช่นว่านั้นเข้าไปด้วยประการใดๆ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิด
หรือการพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม” โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวได้ที่บริเวณหน้าห้องพักพนักงานแห่งหนึ่งในพื้นที่ หมู่ 2 ตำบลนาดี อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร ขณะที่ผู้ต้องหากำลังนอนพักผ่อนอยู่บนเปลอย่างสบายใจ
คดีนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อช่วงเดือนมีนาคม 2569 ที่ผ่านมา ผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าของร้านจำหน่ายอาหารสัตว์ "บี แอนด์ บี เพชรช้อป คุ้มเกล้า" ได้เดินไปนั่งคุยกับคนรู้จักที่ร้าน "นายฮ้อยเผือก" ซึ่งตั้งอยู่ติดกัน ระหว่างนั้นนายอัฐพงศ์ผู้ต้องหาได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ไม่ทราบหมายเลขทะเบียนมาจอดที่หน้าร้าน ก่อนจะเดินเนียนเข้าไปด้านในทำทีเป็นลูกค้าเลือกซื้อสินค้า เมื่อเห็นว่าปลอดคนและไม่มีใครเฝ้าเคาน์เตอร์ จึงสบโอกาสตรงดิ่งไปเปิดลิ้นชักเก็บเงินแล้วกวาดเงินสดจำนวน 3,000 บาท หลบหนีไป ซึ่งในจังหวะที่เดินสวนกับเจ้าของร้านที่กำลังเดินกลับเข้ามา ผู้เสียหายได้เอ่ยปากทักถามว่าต้องการรับอะไรไหม แต่นายอัฐพงศ์แสร้งตอบปฏิเสธว่า "ไม่เอา ไม่เอา" ก่อนจะรีบกระโดดขึ้นรถจักรยานยนต์บิดหนีไปอย่างรวดเร็ว ต่อมาเมื่อเจ้าของร้านเข้าไปตรวจสอบทรัพย์สินพบว่าเงินหายไป และเมื่อเปิดภาพจากกล้องวงจรปิดก็พบพฤติกรรมของคนร้ายอย่างชัดเจน จึงได้นำหลักฐานเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.ฉลองกรุง เพื่อดำเนินคดีให้ถึงที่สุด
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนคอมมานโดได้รับแจ้งจากสายลับว่า ผู้ต้องหารายนี้ได้หลบหนีมาพักอาศัยและทำงานอยู่ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบและลงพื้นที่ตรวจสอบ จนกระทั่งพบนายอัฐพงศ์นอนอยู่ในเปลหน้าห้องพักพนักงาน เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวพร้อมแสดงหมายจับ ซึ่งนายอัฐพงศ์ยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริงและยังไม่เคยถูกจับกุมในคดีนี้มาก่อน
จากการสอบสวนเบื้องต้น นายอัฐพงศ์ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าในช่วงเกิดเหตุชีวิตตนกำลังตกต่ำอย่างหนัก เนื่องจากเพิ่งเลิกรากับแฟนสาวและอยู่ในสภาพตกงานไม่มีเงินติดตัว จึงต้องไปอาศัยอยู่กับเพื่อนที่กรุงเทพฯ วันเกิดเหตุได้ยืมรถจักรยานยนต์ของเพื่อนขับตระเวนไปเรื่อยๆ จนมาเจอร้านอาหารสัตว์ที่เปิดทิ้งไว้โดยไม่มีคนเฝ้า จึงตัดสินใจลงมือประชดชีวิตเพื่อหาเงินประทังชีพ พร้อมกันนี้นายอัฐพงศ์ยังได้ฝากอุทาหรณ์เตือนใจไปยังประชาชนและคนที่คิดจะหลงผิดว่า อย่าคิดที่จะขโมยของใครเลย หากจนปัญญาจริงๆ ให้เดินหางานทำหรือของานทำยังจะดีเสียกว่า สิ่งที่ตนทำลงไปมันแลกกับเงินเพียงไม่กี่บาท แต่ต้องทำให้เสียเวลา เสียโอกาส และเสียอนาคต ซึ่งในตอนนี้ตนเพิ่งจะได้งานที่ดีทำแท้ๆ แต่สุดท้ายก็ต้องมารับผลกรรมในสิ่งที่ตัวเองเคยสะดั่งทำไว้ จึงอยากเตือนให้ทุกคนหยุดคิดทำสิ่งไม่ดี จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจภายหลังแบบตน ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สน.ฉลองกรุง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้ประชาสัมพันธ์เตือนภัยไปยังผู้ประกอบการร้านค้าต่างๆ ว่า มิจฉาชีพในปัจจุบันมักแฝงตัวมาในคราบของลูกค้าทั่วไป โดยจะอาศัยความแนบเนียนเดินเข้าออกร้านเพื่อดูลาดเลา และเลือกจังหวะที่เจ้าของร้านเฝ้าอยู่คนเดียว หรือเดินออกจากร้านเพียงเสี้ยวนาทีในการลงมือก่อเหตุอย่างรวดเร็ว ก่อนจะใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะในการหลบหนี จึงขอเตือนภัยให้ทุกร้านค้าล็อกลิ้นชักเก็บเงินให้มิดชิด ไม่ควรวางเงินสดไว้ในจุดที่บุคคลภายนอกเอื้อมหยิบได้ง่าย หมั่นสังเกตบุคคลแปลกหน้า และควรติดตั้งกล้องวงจรปิดให้ครอบคลุมทั้งในและนอกร้าน เพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อและช่วยเป็นเบาะแสในการติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี
