ข่าวดี "สโตรก" ป้องกันได้ถึง 80% ถ้าทำตามที่หมอบอก 8 ข้อดังนี้

Stroke ป้องกันได้ถึง 80% หากเริ่มดูแลตัวเองตั้งแต่วันนี้ แพทย์แนะ 8 วิธีลดเสี่ยง คุมความดัน น้ำตาล ไขมัน เลิกบุหรี่ และรู้สัญญาณ FAST

"หมอเจดนพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา ได้ออกมาโพสต์ข้อความระบุว่า 

Stroke ป้องกันได้ถึง 80% ถ้าดูแลตามโพสต์นี้!
ผมอยากให้ทุกคนจำประโยคนี้ไว้ครับ
Stroke ไม่ได้เริ่มในวันที่ปากเบี้ยว แขนอ่อนแรง หรือพูดไม่ชัด
มันเริ่มก่อนหน้านั้นนานมาก
เริ่มตั้งแต่ความดันที่สูงทุกวัน
น้ำตาลที่ปล่อยให้พุ่ง
ไขมันที่สะสมในหลอดเลือด
บุหรี่ที่สูบซ้ำ
การนั่งนาน ไม่ออกกำลังกาย
และการนอนที่ร่างกายไม่เคยได้ซ่อมจริง ๆ

ข่าวดีคือ Stroke ป้องกันได้ครับ ในงาน American Stroke Association ได้ระบุว่า Stroke ประมาณ 80% สามารถป้องกันได้ ถ้าเราคุมปัจจัยเสี่ยงและใช้ชีวิตให้ถูกทาง วันนี้ผมสรุปให้เป็นข้อ ๆ ว่า ถ้าไม่อยากให้หลอดเลือดสมองตีบหรือแตก เราต้องเริ่มดูแลตรงไหนก่อน

1️⃣ คุมความดันให้ดี เพราะนี่คือตัวหลักของ Stroke
ถ้าถามว่าอะไรสำคัญที่สุดในการป้องกัน Stroke ผมให้ความดันมาก่อนเลยครับ
ความดันสูงทำให้ผนังหลอดเลือดรับแรงกระแทกตลอดเวลา เหมือนท่อที่โดนแรงดันซ้ำ ๆ ทุกวัน สุดท้ายหลอดเลือดแข็ง เปราะ ตีบ หรือแตกได้ง่ายขึ้น
หลายคนความดัน 145/90, 150/95 แล้วบอกว่า
“ผมก็ไม่การอะไรเลย ไม่ปวดหัวนะหมอ”
จริง ๆ ความดันสูงไม่จำเป็นต้องปวดหัวเสมอไปครับ
มันเงียบ แต่ทำงานหนักทุกวัน
โดยองค์การ World Stroke Organization ระบุว่าความดันสูงเป็นสาเหตุใหญ่ที่สุดของ Stroke และเกี่ยวข้องกับ Stroke ประมาณครึ่งหนึ่งของทั้งหมด เพราะฉะนั้นอย่ารอให้มีอาการ ควรวัดความดันที่บ้านเป็นระยะ ลดเค็ม คุมน้ำหนัก ออกกำลังกาย และถ้าแพทย์ให้ยาแล้ว อย่าหยุดยาเองเพราะเห็นตัวเลขดีขึ้นไม่กี่วันครับ

2️⃣ ลดไขมันเลว อย่าปล่อยให้หลอดเลือดตันเงียบ ๆ
Stroke แบบหลอดเลือดสมองตีบ มักเกี่ยวกับไขมันและคราบพลัคที่สะสมในหลอดเลือดครับ ตัวที่ต้องดูไม่ใช่แค่คอเลสเตอรอลรวม แต่ต้องดู LDL เป็นหลัก รวมถึงไตรกลีเซอไรด์ HDL และถ้ามีความเสี่ยงสูง อาจต้องดูค่าอย่าง ApoB หรือ Lp(a) เพิ่มด้วย
LDL สูงนาน ๆ เหมือนเอาคราบไปพอกผนังท่อเลือดทีละชั้น
วันนี้ยังไหลได้
ปีนี้ยังไม่เป็นอะไร
แต่วันหนึ่งรูในหลอดเลือดแคบลง หรือคราบแตกจนเกิดลิ่มเลือดอุดตัน สมองก็ขาดเลือดได้ครับ
วิธีเริ่มคือ ลดของทอด ไขมันทรานส์ เนื้อแปรรูป เบเกอรี น้ำหวาน และเพิ่มปลา ถั่ว ผัก ธัญพืชไม่ขัดสี ถ้าความเสี่ยงสูงหรือเคยมีโรคหลอดเลือด แพทย์อาจให้ยาลดไขมัน เพราะบางคนปรับอาหารอย่างเดียวไม่พอครับ

3️⃣ คุมน้ำตาลก่อนเบาหวานจะทำร้ายหลอดเลือด
น้ำตาลสูงไม่ได้ทำร้ายแค่ไตกับตาครับ แต่มันทำให้หลอดเลือดอักเสบ แข็ง และเสียสมดุลได้ด้วย คนที่เป็นเบาหวานหรือภาวะก่อนเบาหวาน มักมีความเสี่ยง Stroke สูงขึ้น โดยเฉพาะถ้ามาพร้อมพุง ไขมันสูง และความดันสูง ปัจจัยอย่างเบาหวาน ความดันสูง ไขมันสูง การไม่ออกกำลังกาย และอาหารที่ไม่ดี ล้วนเพิ่มความเสี่ยง Stroke ได้
สิ่งที่ควรดูคือ
FBS น้ำตาลตอนอดอาหาร
HbA1c น้ำตาลสะสม
และบางคนควรดูน้ำตาลหลังอาหารด้วย
ถ้าน้ำตาลหลังอาหารพุ่งบ่อย อย่ารอให้ HbA1c ขึ้นจนเข้าเกณฑ์เบาหวานก่อนค่อยแก้ครับ เริ่มจากลดน้ำหวาน ลดแป้งขัดสี เพิ่มโปรตีนกับผัก และเดินหลังอาหาร 10–15 นาที ร่างกายจะจัดการน้ำตาลได้ดีขึ้นมากในหลายคน

4️⃣ เลิกบุหรี่ให้ได้ เพราะบุหรี่ทำให้หลอดเลือดพังเร็ว
บุหรี่ไม่ได้ทำร้ายแค่ปอดครับ
มันทำร้ายหลอดเลือดทั้งตัว
สารในบุหรี่ทำให้ผนังหลอดเลือดอักเสบ เลือดจับตัวง่ายขึ้น หลอดเลือดตีบง่ายขึ้น และเพิ่มโอกาสเกิดลิ่มเลือด อันนี้เกี่ยวกับ Stroke โดยตรง
ที่สำคัญคือบุหรี่ไม่ได้มีคำว่า “สูบน้อยเลยไม่เป็นไร” แบบสบายใจได้ครับ สูบน้อยก็ยังทำร้ายหลอดเลือดอยู่ และถ้ามีความดันสูง ไขมันสูง หรือเบาหวานร่วมด้วย ความเสี่ยงจะยิ่งซ้อนกันเข้าไปอีก ถ้าเลิกเองไม่ได้ ไม่ต้องอายครับ ใช้ตัวช่วยได้ เช่น คลินิกเลิกบุหรี่ ยา หมากฝรั่งนิโคติน หรือการติดตามกับทีมแพทย์ การเลิกบุหรี่เป็นหนึ่งในการลงทุนสุขภาพที่คุ้มที่สุดสำหรับหลอดเลือดสมองครับ

5️⃣ ขยับร่างกายให้พอ เพราะนั่งนิ่งทั้งวันคือความเสี่ยงเงียบ
บางคนไม่ได้กินเละมาก แต่ร่างกายนี่แทบไม่ขยับเลยครับ
นั่งทำงาน
นั่งรถ
นั่งกิน
นั่งดูโทรศัพท์
แล้วก็เข้านอนเลย
รู้ไหมครับว่าการไม่ออกกำลังกายทำให้ความดัน ไขมัน น้ำหนัก และน้ำตาลคุมยากขึ้น ซึ่งทั้งหมดนี้โยงกับ Stroke ทั้งนั้น การขาดกิจกรรมทางกายเพิ่มความเสี่ยงภาวะที่นำไปสู่ Stroke เช่น อ้วน ความดันสูง ไขมันสูง และเบาหวานครับ ลองตั้งเป้าหมายง่าย ๆ คือเดินเร็วหรือออกกำลังกายระดับปานกลางให้ได้อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ และฝึกกล้ามเนื้อ 2–3 วันต่อสัปดาห์
ไม่ต้องเริ่มจากหนักครับ
เริ่มจากเดินหลังอาหาร
ขึ้นบันได
ลุกเดินทุก 1 ชั่วโมง
หรือเดินเร็ววันละ 20–30 นาที
ทำซ้ำให้ได้ก่อน แล้วค่อยเพิ่มความหนักครับ

6️⃣ กินแบบดูแลหลอดเลือด ไม่ใช่กินแค่ให้อิ่ม
อาหารที่ช่วยลดความเสี่ยง Stroke ไม่ใช่อาหารวิเศษครับ แต่เป็นอาหารที่ลดความดัน ลดไขมัน ลดพุง และลดการอักเสบไปพร้อมกัน
หลักง่าย ๆ คือ
ลดเค็ม
ลดน้ำหวาน
ลดของทอด
ลดเนื้อแปรรูป
เพิ่มผัก
เพิ่มปลาที่มีโอเมก้า-3
เพิ่มถั่ว
เลือกธัญพืชไม่ขัดสี
ใช้น้ำมันดีในปริมาณพอดี
American Heart Association แนะนำว่าการกินที่เน้นผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี ถั่ว ปลา และลดโซเดียม ไขมันอิ่มตัว น้ำตาลเติมเพิ่ม และอาหารแปรรูป ซึ่งช่วยดูแลหัวใจและหลอดเลือดครับ ถ้าความดันสูง สิ่งแรกที่อยากให้ลดคือเค็มครับ น้ำปลา ซอส ผงปรุงรส บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ของหมักดอง และอาหารแปรรูป บางทีไม่ได้เค็มแค่ที่ลิ้น แต่โซเดียมมันซ่อนอยู่เยอะมาก

7️⃣ อย่ามองข้ามหัวใจเต้นผิดจังหวะ โดยเฉพาะ AF
Stroke ไม่ได้มาจากหลอดเลือดสมองอย่างเดียวครับ บางครั้งลิ่มเลือดเกิดจากหัวใจ แล้วหลุดไปอุดหลอดเลือดสมอง
ภาวะที่สำคัญคือ Atrial fibrillation หรือ AF คือหัวใจห้องบนเต้นผิดจังหวะ ทำให้เลือดค้างและเกิดลิ่มเลือดได้ง่ายขึ้น
บางคนรู้สึกใจสั่น
บางคนเหนื่อยง่าย
บางคนหน้ามืด
แต่บางคนแทบไม่รู้สึกอะไรเลย
ถ้ามีอาการใจสั่นเป็นพัก ๆ ชีพจรไม่สม่ำเสมอ อายุเยอะ ความดันสูง เบาหวาน หรือเคยมีประวัติ Stroke มาก่อน ควรคุยกับแพทย์เรื่องตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ หรือบางคนอาจต้องติดเครื่องบันทึกหัวใจตามความเหมาะสมครับ

8️⃣ รู้สัญญาณ Stroke แล้วต้องรีบ ไม่ใช่นอนรอดูอาการ
ป้องกันคือเรื่องหนึ่ง แต่ถ้าเกิดอาการแล้ว ต้องรีบที่สุดครับ เพราะสมองขาดเลือดทุกนาที เซลล์สมองตายเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
ให้จำคำว่า FAST
F - Face หน้าเบี้ยว ปากตก ยิ้มไม่เท่ากัน
A - Arm แขนอ่อนแรง ยกแขนสองข้างแล้วตกข้างหนึ่ง
S - Speech พูดไม่ชัด พูดไม่ได้ ฟังไม่เข้าใจ
T - Time รีบโทรฉุกเฉินหรือไปโรงพยาบาลทันที
อย่ารอดูว่าเดี๋ยวดีขึ้นไหม
อย่านอนพักก่อน
อย่าขับรถไปเองถ้าอาการชัด
เพราะการรักษา Stroke หลายอย่างแข่งกับเวลา ยิ่งถึงโรงพยาบาลเร็ว โอกาสรักษาและฟื้นตัวก็ดีกว่าครับ เพราะ Stroke เกิดจากเลือดไปเลี้ยงสมองถูกขัดขวางหรือหลอดเลือดแตก ทำให้สมองเสียหายและอาจเสียชีวิตได้

Stroke ป้องกันได้ถึงประมาณ 80% ถ้าเราจัดการปัจจัยเสี่ยงให้ถูกทางครับ ไม่ใช่รอให้แขนอ่อนแรงแล้วค่อยเริ่มกลัว แต่เริ่มตั้งแต่วันนี้ด้วยการคุมความดัน น้ำตาล ไขมัน เลิกบุหรี่ ขยับร่างกาย กินให้หลอดเลือดสบายขึ้น และดูแลหัวใจให้ดี เพราะหลอดเลือดสมองไม่ได้พังในวันเดียว มันพังจากสิ่งที่เราปล่อยซ้ำ ๆ มาหลายปี และมันก็ดีขึ้นได้จากสิ่งที่เราเริ่มทำซ้ำ ๆ ตั้งแต่วันนี้เหมือนกันครับ

ข่าวดี "สโตรก" ป้องกันได้ถึง 80% ถ้าทำตามที่หมอบอก 8 ข้อดังนี้