- 19 ก.ค. 2569
"7 กลุ่มเสี่ยงการ์ดอย่าตก" อย่าเพิ่งชะล่าใจว่าโรคหายไปแล้วค่ะ ล่าสุดแพทย์ออกโรงแจ้งเตือนภัย หลังพบสถิติผู้ป่วยโควิด-19 ยังคงมีจำนวนทรงตัว เปิดคำแนะนำ กลุ่มไหนต้องคุมเข้ม
"7 กลุ่มเสี่ยงการ์ดอย่าตก" อย่าเพิ่งชะล่าใจว่าโรคหายไปแล้วค่ะ ล่าสุดแพทย์ออกโรงแจ้งเตือนภัย หลังพบสถิติ "ผู้ป่วยโควิด-19" ยังคงมีจำนวนทรงตัวและระบาดต่อเนื่องแบบไม่มีแผ่ว พร้อมส่งสัญญาณเตือนด่วนถึงกลุ่มเสี่ยงเฉพาะที่ต้องยกระดับมาตรการคุมเข้มและดูแลตัวเองเป็นพิเศษมากกว่าคนทั่วไปเพื่อความปลอดภัย
ยังพบผู้ป่วยโควิด 19 อย่างต่อเนื่อง กลุ่มเสี่ยงควรระมัดระวัง
ข้อมูลที่จัดทำขึ้นและเผยแพร่ผ่านช่องทางออนไลน์ เป็นส่วนหนึ่งในผลงานของ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นพ.อมร ลีลารัศมี ที่เผยแพร่ผ่านแพทยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์จริง ซึ่งเนื้อหาดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงสถานการณ์โรคโควิด 19 ที่ยังคงมีการระบาด และปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรค ไม่ได้มีเจตนาสร้างความตื่นตระหนกหรือเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จ
หน่วยงานที่ตรวจสอบ
แพทยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
อาการเบื้องต้นของสายพันธุ์ NB.1.8.1
จากการเก็บข้อมูลทางระบาดวิทยา ไวรัสสายพันธุ์นี้มีการกลายพันธุ์บางตำแหน่งที่ช่วยให้ "แพร่กระจายได้ง่ายขึ้นและหลบหลีกภูมิคุ้มกันได้ดี" แต่ยังไม่มีหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าก่อให้เกิดอาการรุนแรงเพิ่มขึ้น ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมีลักษณะอาการคล้ายคลึงกับโรคติดเชื้อทางเดินหายใจทั่วไป ได้แก่
- มีไข้ต่ำถึงสูง
- ไอแห้ง หรือไอต่อเนื่อง
- เจ็บคอ ระคายเคืองคอ
- คัดจมูก มีน้ำมูกไหล
- ปวดเมื่อยตามร่างกาย
อาการแสดงออก "เจ็บคอเหมือนมีดโกนบาด"
อาการของผู้ติดเชื้อ NB.1.8.1 ส่วนใหญ่มักไม่รุนแรง แต่มีลักษณะเฉพาะที่ได้รับรายงานบ่อยคือ
- เจ็บคออย่างรุนแรง (Razor-blade throat): ผู้ป่วยมักรู้สึกเจ็บปวดแหลมในลำคอคล้ายกับถูกใบมีดโกนบาด
- อาการทั่วไป: มีไข้ อ่อนเพลีย ไอแห้ง ปวดกล้ามเนื้อ คัดจมูก หรือมีน้ำมูก
- สิ่งที่เปลี่ยนไป: อาการ สูญเสียการรับรสและกลิ่นพบได้น้อยลงมาก ในสายพันธุ์นี้
กลุ่มเสี่ยงสูงที่ต้องระมัดระวังกระทรวงสาธารณสุขเน้นย้ำและสั่งเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดในกลุ่มเสี่ยงสูง หรือ กลุ่ม 608 และเด็กเล็ก เนื่องจากหากติดเชื้ออาจมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ง่ายกว่าคนทั่วไป ได้แก่
- ผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป
- ผู้ป่วย 7 กลุ่มโรคเรื้อรัง (เช่น โรคเบาหวาน, โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง, โรคไตวาย, โรคหัวใจ, โรคมะเร็ง เป็นต้น)
- หญิงตั้งครรภ์
- เด็กเล็กอายุ 6 เดือน ถึง 2 ปี
แนวทางการป้องกันตนเอง
แนะนำให้ประชาชนปฏิบัติตามมาตรการป้องกันขั้นพื้นฐานอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะเมื่อต้องเดินทางไปในพื้นที่แออัด ด้วยการสวมหน้ากากอนามัย, หมั่นล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ และหากเริ่มมีอาการป่วยคล้ายไข้หวัด ให้ทำการตรวจคัดกรองเบื้องต้นด้วยชุดตรวจ ATK ทันที เพื่อแยกกักตัวและเข้ารับการรักษาอย่างเหมาะสมต่อไป
