- 31 ก.ค. 2569
ย้อนประวัติไม่ธรรมดา"ป๋อง-ธง" สองผู้ต้องหาคดีอุ้มสองพี่น้องชาวรัสเซีย พร้อมความคืบหน้าล่าสุดของคดีสะเทือนขวัญ
จากกรณีการหายตัวไปของ น.ส.ไดเอนา นาซีโมวา อายุ 22 ปี และ นายโรมัน นาซีโมวา อายุ 17 ปี สองพี่น้องชาวรัสเซีย ที่ขาดการติดต่อพร้อมรถจักรยานยนต์ฮอนด้า ADV 150 ตั้งแต่วันที่ 26 กรกฎาคม 2569 ก่อนคดีจะนำไปสู่การออกหมายจับ "ป๋อง" และ "ธง" ผู้ต้องสงสัย และสามารถจับกุมตัวได้ในเวลาต่อมา
ประวัติ "ป๋อง" นายฑนา เกิดทอง
นายฑนา เป็นชาวตำบลห้วยใหญ่ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี โดยสื่อหลายสำนักรายงานจากการตรวจสอบประวัติว่า เขาเคยถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับอาวุธปืนในปี 2559 และ 2561 คดีพรากผู้เยาว์ในปี 2563 รวมถึงคดีพยายามฆ่า ขณะที่ญาติระบุว่า เพิ่งพ้นโทษออกมาได้ไม่ถึง 2 เดือนก่อนเกิดเหตุครั้งนี้
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่เผยแพร่ยังไม่มีการเปิดเผยเลขคดีหรือผลคำพิพากษา จึงสามารถระบุได้เพียงว่า "เคยถูกดำเนินคดี" เท่านั้น ไม่ควรสรุปว่าเจ้าตัวมีความผิดในทุกคดี เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าคดีใดถึงที่สุดแล้ว
ย้อนกลับไปเมื่อปี 2553 มีรายงานข่าวว่า ตำรวจ สภ.บางละมุง จับกุมนายฑนา ขณะอายุ 27 ปี หลังเข้าช่วยเหลือเด็กหญิงวัย 14 ปีออกจากห้องพัก พร้อมแจ้งข้อหาหลายกระทง ทั้งข่มขืนเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี กักขังหน่วงเหนี่ยว พรากผู้เยาว์ เสพยาเสพติด และครอบครองอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต
ในขณะนั้น นายฑนาให้การว่า เด็กหญิงมาอยู่กับตนโดยสมัครใจ พร้อมยอมรับเพียงเรื่องยาเสพติดและอาวุธปืน ทั้งนี้ ข่าวต้นทางรายงานเฉพาะขั้นตอนการจับกุมและการแจ้งข้อกล่าวหา โดยไม่มีข้อมูลผลคำพิพากษา จึงไม่สามารถระบุได้ว่าศาลมีคำพิพากษาอย่างไร
ด้านป้าแท้ ๆ ของนายฑนา ให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า หลานชายเป็นคนอารมณ์ร้อน และเคยถูกบิดาทำร้ายอย่างรุนแรงตั้งแต่เด็ก อีกทั้งหลังพ้นโทษได้แวะมาหาเพียงไม่กี่ครั้ง โดยครั้งสุดท้ายคือคืนวันที่ 27 กรกฎาคม ก่อนบอกว่าจะเดินทางไปจังหวัดจันทบุรีเพราะลูกป่วย
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวเป็นเพียงคำบอกเล่าจากญาติ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงจากสำนวนคดี และไม่ควรนำปมวัยเด็กมาเชื่อมโยงว่าเป็นสาเหตุของการก่ออาชญากรรม เนื่องจากยังไม่มีหลักฐานทางคดีหรือทางการแพทย์รองรับ
นอกจากนี้ ยังมีหญิงรายหนึ่งให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อว่า เคยถูกนายฑนาล่วงละเมิดทางเพศและกักขังเมื่อราว 7 ปีก่อน แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีเอกสารแจ้งความ หมายจับ หรือคำยืนยันจากตำรวจ จึงต้องถือเป็นเพียง "คำกล่าวอ้าง" ที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์
ประวัติ "ธง" นายธงชัย ศรีนิล
นายธงชัย เป็นชาวพื้นที่ห้วยใหญ่เช่นเดียวกัน และถูกออกหมายจับพร้อมนายฑนา จากหลักฐานที่เชื่อมโยงกับรถจักรยานยนต์ของผู้สูญหาย
มีรายงานว่า นายธงชัยไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง คุ้นเคยกับเส้นทางในพื้นที่ป่าห้วยใหญ่ และมีพยานพบเห็นอยู่ใกล้จุดที่พบชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ของสองพี่น้องชาวรัสเซีย
อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบยังไม่พบข้อมูลยืนยันว่า นายธงชัยมีประวัติคดีอาญาในอดีต จึงไม่ควรเหมารวมว่าผู้ต้องหาทั้งสองมีประวัติอาชญากรรมเหมือนกัน
ด้านภรรยาของนายธงชัย ให้สัมภาษณ์ว่า ทั้งคู่อยู่กินกันมาประมาณ 1 ปี และสามีเพิ่งรู้จักกับนายฑนาได้ไม่นาน เธอเชื่อว่าสามีอาจถูกข่มขู่ให้เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดี พร้อมเรียกร้องให้ออกมามอบตัวและพูดความจริง โดยระบุว่า พบสามีครั้งสุดท้ายเมื่อเช้าวันที่ 27 กรกฎาคม ซึ่งสามีให้เงินไว้ 100 บาท ก่อนหายตัวไป
ขณะที่ชาวบ้านในพื้นที่ให้ข้อมูลว่า นายธงชัยเป็นคนขี้กลัวและไม่ค่อยมีปัญหากับใคร อย่างไรก็ตาม ข้อมูลทั้งหมดเป็นเพียงคำให้สัมภาษณ์จากบุคคลใกล้ชิด ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่า นายธงชัยถูกข่มขู่หรือถูกบังคับให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับคดีจริงหรือไม่
ความคืบหน้าของคดี
สำหรับสองพี่น้องชาวรัสเซีย ได้หายตัวไปตั้งแต่ช่วงเช้ามืดวันที่ 26 กรกฎาคม 2569 โดยกล้องวงจรปิดบันทึกภาพชายขี่รถจักรยานยนต์ติดตามหลังผู้สูญหาย ก่อนที่ทั้งคู่จะหายไปจากเส้นทาง
ต่อมา เจ้าหน้าที่ตรวจพบรถจักรยานยนต์ของผู้สูญหายถูกชำแหละ ป้ายทะเบียนถูกทำลาย และชิ้นส่วนถูกฝังแยกไว้หลายจุด จนนำไปสู่การขอศาลออกหมายจับนายฑนา และนายธงชัย ขณะที่คดียังคงอยู่ระหว่างรอผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ และการค้นหาผู้สูญหาย
ล่าสุด เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม เจ้าหน้าที่สามารถจับกุม นายฑนา หรือ "ป๋อง" และ นายธงชัย หรือ "ธง" ได้ในพื้นที่อำเภอวังสมบูรณ์ จังหวัดสระแก้ว หลังหลบหนีออกจากจังหวัดชลบุรี ผ่านจังหวัดจันทบุรี ก่อนมาถูกจับกุม
ภายหลังการจับกุม ทั้งสองถูกควบคุมตัวไปสอบปากคำที่ สภ.วังสมบูรณ์ เพื่อขยายผลและติดตามชะตากรรมของสองพี่น้องชาวรัสเซีย ซึ่งขณะนี้หายตัวไปเป็นวันที่ 6
รายงานข่าวระบุว่า ในระหว่างการสอบสวนเบื้องต้น นายธงชัยให้การกับชุดจับกุมว่า สองพี่น้องชาวรัสเซียเสียชีวิตแล้ว และถูกนำร่างไปฝังบนภูเขา พร้อมอ้างว่าสาเหตุการเสียชีวิตมาจากการถูกยิง โดยกล่าวหาว่าผู้ก่อเหตุคือ นายฑนา หรือ "ป๋อง"
อย่างไรก็ตาม คำให้การดังกล่าวยังเป็นเพียงข้อมูลในชั้นสอบสวน และเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริง รวมถึงค้นหาผู้สูญหายและรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อยืนยันข้อเท็จจริงของคดีต่อไป
