- 09 ส.ค. 2569
ผิดคาด! สรุปขับรถเหยียบน้ำกระเด็นใส่คนอื่น ปรับสูงสุด 2 หมื่น ติดคุกจริงไหม? กระทรวงยุติธรรมเฉลยแล้ว ข่าวจริงหรือปลอม
ช่วงฤดูฝนที่หลายพื้นที่ต้องเผชิญกับฝนตกหนักและมีน้ำท่วมขังตามถนน นอกจากจะต้องเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่แล้ว ผู้ใช้รถยังควรระวังเรื่อง การขับรถเหยียบน้ำจนกระเด็นใส่คนเดินเท้าหรือผู้ใช้รถใช้ถนน เพราะพฤติกรรมดังกล่าวอาจมีความผิดตามกฎหมาย และมีโทษทั้งจำและปรับ
ล่าสุดวันที่ 9 ส.ค. 2569 เฟซบุ๊ก กระทรวงยุติธรรม Ministry Of Justice, Thailand ได้เผยแพร่ข้อมูลยืนยันว่า เรื่องดังกล่าวเป็นความจริง พร้อมอ้างอิงข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตือนประชาชนให้เพิ่มความระมัดระวังในการใช้รถใช้ถนน โดยเฉพาะในช่วงที่มีฝนตกหนักและมีน้ำขังบนพื้นผิวการจราจร
ตาม พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 43 ประกอบมาตรา 158/1 ระบุว่า ผู้ใดขับรถในลักษณะที่เห็นได้ว่าไม่คำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตหรือร่างกายของผู้อื่น ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับตั้งแต่ 5,000-20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ดังนั้น หากผู้ขับขี่ขับรถผ่านบริเวณที่มีน้ำขังด้วยความเร็วหรือในลักษณะที่ทำให้น้ำกระเด็นใส่ผู้อื่น จนอาจเข้าข่ายการขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย ก็อาจถูกดำเนินคดีตามกฎหมายได้ โดยเจ้าหน้าที่จะพิจารณาจากพฤติการณ์และข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี
นอกจากนี้ หากน้ำที่รถขับผ่านกระเด็นใส่จนทำให้ ทรัพย์สินของผู้อื่นได้รับความเสียหาย ผู้ขับขี่อาจต้องรับผิดเพิ่มเติม โดยเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358 ฐานทำให้เสียทรัพย์ ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ขณะเดียวกัน ผู้เสียหายยังสามารถเรียกร้องค่าเสียหายจากเจ้าของรถได้ หากพิสูจน์ได้ว่าทรัพย์สินได้รับความเสียหายจากการกระทำดังกล่าว โดยเป็นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 438 ซึ่งกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับค่าสินไหมทดแทน โดยศาลจะพิจารณาตามพฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งการละเมิด
ทั้งนี้ การขับรถผ่านแอ่งน้ำไม่ได้หมายความว่าจะมีความผิดทุกกรณี แต่หากพฤติการณ์การขับขี่แสดงให้เห็นว่า ไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่น หรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สิน ก็อาจมีความผิดและถูกดำเนินการตามกฎหมายได้
กระทรวงยุติธรรมจึงขอให้ผู้ขับขี่เพิ่มความระมัดระวัง โดยเฉพาะช่วงหน้าฝน หากพบว่าบริเวณด้านหน้ามีน้ำท่วมขัง ควรลดความเร็วและขับผ่านอย่างระมัดระวัง เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำกระเด็นใส่คนเดินเท้า รถจักรยานยนต์ หรือทรัพย์สินของผู้อื่น
สรุปเรื่องนี้เป็นข้อมูลจริง ผู้ขับขี่จึงควรระมัดระวังในการขับรถผ่านบริเวณที่มีน้ำขัง เพราะการขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่นอาจมีโทษถึงจำคุก ขณะที่หากทำให้ทรัพย์สินเสียหายก็อาจมีความผิดเพิ่มเติมได้
