- 10 ส.ค. 2569
รับวันแม่! ตลาดแม่กิมเฮงโคราชคึกคัก เร่งร้อยพวงมาลัยรับออเดอร์ ขณะมะลิพุ่งทะลุ 1,500 บาท เหตุอากาศแปรปรวน แม่ค้าโอดแบกต้นทุนขึ้นขายแค่พวงละ 30 บาท
นครราชสีมา (10 สิงหาคม 2569) - ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจบรรยากาศการจำหน่ายดอกไม้สดและพวงมาลัยเนื่องในเทศกาลวันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2569 บริเวณตลาดแม่กิมเฮง ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา พบว่าบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก พ่อค้าและแม่ค้าต่างเร่งจัดเตรียมร้อยพวงมาลัยตามยอดสั่งจองของลูกค้าและผู้ค้ารายย่อยกันอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางสถานการณ์ราคาดอกมะลิและดอกไม้ชนิดต่างๆ ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดก่อนถึงวันที่ 12 สิงหาคมนี้
จากการสำรวจบรรยากาศที่ร้าน “จูดอกไม้สด” ทางร้านได้มีการเตรียมพวงมาลัยหลากหลายรูปแบบเพื่อรับมือกับกำลังซื้อและงบประมาณที่แตกต่างกันของลูกค้า อาทิ “พวงมาลัยเงิน” ราคาประดิษฐ์เริ่มต้นตั้งแต่ 1,500 ถึง 4,500 บาท, ต้นมะลิกระถางราคา 90 บาท รวมถึง “พวงมาลัยดอกมะลิประดิษฐ์” ราคาพวงละ 130 บาท ซึ่งได้รับความสนใจและมียอดสั่งจองเข้ามาเป็นจำนวนมากเนื่องจากสามารถเก็บไว้ได้นานและราคาเข้าถึงง่ายกว่าดอกไม้สด
ด้าน น.ส.รัตติกาล เจ้าของร้าน “แหวนดอกไม้” เปิดเผยถึงปัจจัยด้านต้นทุนว่า ราคาดอกมะลิสดที่สั่งซื้อและรับตรงมาจากสวนล่าสุดพุ่งสูงถึงกิโลกรัมละประมาณ 1,100 บาท ซึ่งราคานี้ยังไม่รวมค่าบริการขนส่งข้ามพื้นที่ที่คิดตามขนาดลัง โดยลังใหญ่ตกลังละประมาณ 200 บาท และลังเล็กประมาณ 150 บาท ส่งผลให้ต้นทุนจริงของดอกมะลิขยับเข้าใกล้กิโลกรัมละ 1,300 ถึง 1,500 บาทเลยทีเดียว แม้ต้นทุนวัตถุดิบจะพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก แต่ทางผู้ค้าหน้าร้านก็ไม่สามารถปรับราคาจำหน่ายพวงมาลัยขึ้นตามต้นทุนได้ทั้งหมด เนื่องจากเกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของประชาชน จึงจำเป็นต้องขยับราคาขายพวงมาลัยขึ้นได้เพียงพวงละประมาณ 30 บาทเท่านั้น และยอมแบกรับภาระส่วนต่างของต้นทุนเอาไว้เองบางส่วน
นอกจากนี้ ดอกไม้ชนิดอื่นๆ ที่ใช้เป็นองค์ประกอบในการร้อยพวงมาลัยต่างก็ปรับตัวสูงขึ้นตามกัน โดย “ดอกรัก” จากปกติราคากิโลกรัมละกว่า 100 บาท ปรับเพิ่มขึ้นเป็นกิโลกรัมละกว่า 300 บาท ส่วน “ดอกกุหลาบ” จากเดิมขายกันในราคา 100 ดอกเพียง 30–40 บาท หรือช่วงแพงสุดไม่เกิน 90 บาท ปัจจุบันราคาเฉลี่ยขยับพุ่งสูงถึงดอกละประมาณ 1.50 บาท ทำให้การผลิตพวงมาลัยขนาดใหญ่หรือพวงมาลัยราคาสูง จำเป็นต้องให้ลูกค้าสั่งจองล่วงหน้าเท่านั้น เนื่องจากต้องใช้ปริมาณดอกไม้จำนวนมากและใช้เวลาในการร้อย ส่วนพวงมาลัยที่วางจำหน่ายบริเวณหน้าร้านจะเน้นขนาดมาตรฐานทั่วไปเพื่อให้ทันต่อความต้องการ
น.ส.รัตติกาล กล่าวเพิ่มเติมว่า ยอดจำหน่ายพวงมาลัยในช่วงเทศกาลวันแม่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับวันปกติ เนื่องจากประชาชนนิยมซื้อไปกราบไหว้ขอพรผู้มีพระคุณ ประกอบกับมีแม่ค้ารายย่อยมารับไปขายต่อ อย่างไรก็ตาม ในปีนี้ทางร้านต้องเพิ่มความระมัดระวังในการสั่งซื้อวัตถุดิบเป็นพิเศษ หากสั่งซื้อดอกไม้มาสต็อกไว้มากเกินไปแล้วขายไม่หมดอาจประสบภาวะขาดทุนได้ สำหรับสาเหตุหลักที่ทำให้ราคาดอกไม้พุ่งสูงขึ้น คาดว่าเกิดจากสภาพอากาศที่แปรปรวน มีฝนตกสลับแดดออกอย่างหนัก ส่งผลกระทบต่อคุณภาพและปริมาณผลผลิตดอกไม้ในสวนที่ออกสู่ตลาดน้อยลง ขณะที่ความต้องการซื้อทั่วประเทศพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยขณะนี้ร้านค้าภายในตลาดแม่กิมเฮงกำลังเร่งผลิตพวงมาลัยเพื่อส่งมอบให้ทันตามคำสั่งซื้อระหว่างวันที่ 10–11 สิงหาคม ก่อนเข้าสู่วันแม่แห่งชาติในวันที่ 12 สิงหาคมนี้
