- 17 ส.ค. 2569
รู้แล้ว คนไข้หญิงโพสต์บ่นโรงพยาบาลป่วยอะไรจึงมาหาหมอ ถึงว่าโดนบุคลากรทางการแพทย์คอมเมนต์แซะ ก่อนเสียชีวิต
กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ สำหรับกรณีหญิงสูงวัยรายหนึ่ง ซึ่งก่อนหน้านี้ได้โพสต์ข้อความระบายความรู้สึก หลังเดินทางไปโรงพยาบาลและต้องรอเข้ารับการตรวจเป็นเวลานาน โดยข้อความดังกล่าวถูกเพจแห่งหนึ่งนำไปเผยแพร่ต่อ ก่อนจะมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมา
หญิงรายดังกล่าวโพสต์ข้อความในลักษณะตัดพ้อว่า “ถ้าบ่ตรวจให้กู ให้กูตายอยู่บ้านโลดสู” หลังต้องรอเข้ารับการตรวจรักษาเป็นเวลานาน โดยทางเพจ ซ้อเปา - เรื่องนี้ต้องใส่ใจ ระบุว่า กรณีนี้ควรแยกออกเป็นคนละประเด็น เนื่องจากขณะหญิงรายดังกล่าวเดินทางไปพบแพทย์ เป็นอาการเจ็บป่วยทั่วไป ไม่ใช่กรณีฉุกเฉินเร่งด่วน และการโพสต์ข้อความดังกล่าวเป็นการบ่นตามประสาชาวบ้านจากการรอคิวนาน
อย่างไรก็ตาม หลังจากมีเพจนำโพสต์ของหญิงรายนี้ไปเผยแพร่ต่อ กลับมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นในลักษณะต่อว่า เหน็บแนม และเยาะเย้ย โดยมีการกล่าวอ้างว่าหนึ่งในกลุ่มผู้แสดงความคิดเห็นเป็นพยาบาลหรือบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงมีการกดแสดงความรู้สึกหัวเราะกับโพสต์ดังกล่าว
ข้อความบางส่วนมีลักษณะทำนองว่า หากไม่สามารถรอได้ก็ให้กลับไปเสียชีวิตที่บ้าน จนทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก โดยเฉพาะหากบุคคลที่แสดงความคิดเห็นเป็นบุคลากรทางการแพทย์จริง เพราะหลายคนมองว่าควรอธิบายให้ผู้ป่วยเข้าใจถึงระบบการรักษาและการจัดลำดับความเร่งด่วนของผู้ป่วย มากกว่าการใช้ถ้อยคำในลักษณะเยาะเย้ย
กระทั่ง ลูกชายของหญิงรายดังกล่าวออกมาแจ้งข่าวเศร้าว่า แม่ของเขาเสียชีวิตแล้ว โดยเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาอาการเจ็บป่วยเดิม แต่เกิดขึ้นในระหว่างที่หญิงรายดังกล่าวนอนรักษาตัวอยู่ภายในโรงพยาบาล
ลูกชายเล่าว่า เดิมครอบครัวคาดว่าแม่จะสามารถออกจากโรงพยาบาลและกลับบ้านได้ภายในวันดังกล่าวหรือวันรุ่งขึ้น แต่ช่วงเวลาประมาณ 04:00 น. เจ้าหน้าที่ได้โทรศัพท์แจ้งครอบครัวว่า แม่หมดสติอยู่ภายในห้องน้ำ หลังเข้าไปทำธุระและเกิดล้มจนศีรษะกระแทกพื้น ส่งผลให้มีเลือดออกและเลือดคั่งในสมอง
เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ครอบครัวเกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับการดูแลผู้ป่วย โดยเฉพาะสาเหตุที่ปล่อยให้หญิงรายดังกล่าวเข้าห้องน้ำเพียงลำพัง รวมถึงหลังหมดเวลาเยี่ยมช่วงประมาณ 18:00–20:00 น. เหตุใดจึงไม่มีการสังเกตเห็นว่าผู้ป่วยลุกออกจากเตียงไปเข้าห้องน้ำ ก่อนจะมีการพบตัวอีกครั้งในช่วงเช้ามืด
ครอบครัวระบุว่า ในช่วงแรกได้รับแจ้งว่าจะมีการผ่าตัดเพื่อรักษาอาการ แต่สุดท้ายไม่ได้มีการผ่าตัดเกิดขึ้น ก่อนที่ในช่วงบ่ายจะมีการย้ายตึกและย้ายห้อง และได้รับแจ้งในเวลาต่อมาว่าไม่สามารถช่วยเหลือได้ทัน เนื่องจากมีเลือดออกในสมองเป็นจำนวนมาก
จากเดิมที่ครอบครัวกำลังเตรียมตัวพาแม่กลับบ้าน กลับกลายเป็นต้องรับร่างกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาแทน
ด้านเพจซ้อเปา - เรื่องนี้ต้องใส่ใจ ระบุเพิ่มเติมว่า เรื่องดังกล่าวควรแบ่งออกเป็น 2 ประเด็นอย่างชัดเจน ประเด็นแรกคือเรื่องการที่หญิงสูงวัยโพสต์บ่นหลังต้องรอรับการตรวจนาน ก่อนจะถูกนำโพสต์ไปเผยแพร่และมีบุคลากรหรือบุคคลทั่วไปเข้ามาต่อว่าและกดแสดงความรู้สึกในลักษณะไม่เหมาะสม
ส่วนประเด็นที่สองคือเหตุการณ์ที่หญิงรายดังกล่าวล้มในห้องน้ำระหว่างนอนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลจนเสียชีวิต ซึ่งเป็นเหตุการณ์อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นภายหลัง และจำเป็นต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการดูแลผู้ป่วย รวมถึงระยะเวลาการแจ้งให้ญาติทราบว่าเกิดอะไรขึ้น
เพจดังกล่าวยังระบุว่า ประเด็นการเสียชีวิตไม่ได้เกี่ยวข้องกับการวินิจฉัยโรคของแพทย์ เนื่องจากหญิงรายนี้เสียชีวิตจากเหตุการณ์อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นระหว่างนอนรักษาตัว แต่สิ่งที่ทำให้สังคมตั้งคำถามคือเรื่องการปฏิบัติต่อผู้ป่วยและการแสดงความคิดเห็นของบุคลากรทางการแพทย์บางรายบนโลกออนไลน์
กรณีนี้จึงกลายเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ถูกตั้งคำถามถึงความเหมาะสมในการสื่อสารระหว่างบุคลากรทางการแพทย์กับผู้ป่วย แม้ผู้ป่วยบางรายอาจไม่เข้าใจระบบการจัดลำดับความเร่งด่วนของโรงพยาบาล แต่การอธิบายด้วยเหตุผลและสร้างความเข้าใจ ย่อมแตกต่างจากการนำผู้ป่วยไปเผยแพร่ต่อสาธารณะแล้วแสดงความคิดเห็นในลักษณะเยาะเย้ย
ขณะเดียวกัน ประเด็นการล้มในห้องน้ำและการเสียชีวิตยังต้องรอการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากโรงพยาบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า ในช่วงเวลาที่เกิดเหตุมีการดูแลผู้ป่วยอย่างไร มีการเข้าช่วยเหลือเมื่อใด และเหตุใดครอบครัวจึงได้รับแจ้งในช่วงเวลาดังกล่าว เพื่อให้ทุกฝ่ายได้รับความเป็นธรรมและทราบข้อเท็จจริงที่ชัดเจนต่อไป
เหตุการณ์นี้จึงไม่ได้มีเพียงคำถามเรื่องการเสียชีวิตเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงอีกหนึ่งประเด็นสำคัญว่า ผู้ป่วยที่เข้ารับบริการในโรงพยาบาล แม้จะเป็นผู้ป่วยที่ไม่ได้อยู่ในภาวะฉุกเฉิน ก็ควรได้รับคำอธิบายและการปฏิบัติด้วยความเคารพ ขณะที่ข้อสงสัยเกี่ยวกับเหตุการณ์อุบัติเหตุภายในโรงพยาบาลก็ควรได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อให้ครอบครัวได้รับคำตอบที่ชัดเจนต่อไป
อย่างไรก็ตามโพสต์ของคนไข้หญิงคนดังกล่าวได้นั้น ก่อนเสียชีวิตเธอได้บอกกับเพื่อนๆ ที่ติดตามอาการในเฟซบุ๊กว่า หลังจากที่ได้รับการตรวจโรคแล้ว พบว่าเธอติดเชื้อในกระแสเลือด ซึ่งอาการตามตัวของเธอนั้นมีร่องรอยคล้ายผื่นแดงๆ ขึ้นเต็มตัว
