- 19 ส.ค. 2569
ผวาพิษสารเคมี! ปลานานาชนิดลอยตายเกลื่อนแม่น้ำมาว อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ เหงือกดำคล้ำ คาดโดนเคมีเข้มข้น อบต.สั่งเตือนด่วน ห้ามนำไปกินหรือขายเด็ดขาด
เชียงใหม่ (18 สิงหาคม 2569) - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุการณ์สุดตกใจเมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 18 สิงหาคม 2569 บริเวณแม่น้ำมาว ในพื้นที่ตำบลโป่งน้ำร้อน อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ หลังพบปลานานาชนิดจำนวนมากเริ่มมีอาการผิดปกติ ลอยคอขึ้นมาบริเวณผิวน้ำคล้ายน็อกน้ำหรือเมาสารพิษ ก่อนจะทยอยตายลงเรื่อยๆ เป็นจำนวนมากตลอดแนวลำน้ำ สร้างความตกใจและความกังวลให้กับชาวบ้านในชุมชนเป็นอย่างมาก ขณะเดียวกันพบว่ามีชาวบ้านบางส่วนที่ทราบข่าว ได้นำอุปกรณ์ลงไปไล่จับปลาที่กำลังลอยตาย โดยบางรายสามารถจับได้คนละหลายกระสอบเพื่อหวังนำกลับไปปรุงอาหารบริโภคในครอบครัวและนำไปวางจำหน่าย
นายสิทธิชัย ปันดี สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) โป่งน้ำร้อน เขตหมู่ 3 บ้านหัวฝาย เปิดเผยว่า เมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. ตนได้รับแจ้งว่าพบปลาหลายสายพันธุ์ลอยขึ้นเหนือน้ำในลักษณะเมาสารพิษ ก่อนทยอยตายจำนวนมากบริเวณฝายน้ำล้นบ้านหัวฝาย ตำบลโป่งน้ำร้อน และบริเวณโซนฝายบ้านม่อนปิ่นเหนือ จึงได้รีบรายงานแจ้งเหตุไปยังอำเภอฝางเพื่อให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบเป็นการด่วน
ต่อมา ปลัดอำเภอฝาง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานประมง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าหน้าที่การประปา และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ฝาง ได้ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุอย่างละเอียด พบซากปลาตายลอยเกลื่อนเป็นจำนวนมาก โดยปลาหลายชนิดอยู่ในช่วงใกล้ฤดูวางไข่ และบางชนิดเป็นพันธุ์ปลาท้องถิ่นหายากที่ชาวบ้านและชุมชนร่วมกันอนุรักษ์ฟื้นฟูมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ จากการตรวจสอบสภาพซากปลาเบื้องต้น พบว่าเหงือกของปลาที่ตายมีลักษณะสีดำคล้ำผิดธรรมชาติ เจ้าหน้าที่จึงตั้งข้อสันนิษฐานเบื้องต้นว่า ปลาน่าจะได้รับสารพิษหรือสารเคมีในปริมาณเข้มข้น อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถระบุชนิดของสารพิษได้แน่ชัด เนื่องจากพื้นที่ต้นน้ำเหนือน้ำขึ้นไปมีการทำสวนส้มและพื้นที่เกษตรกรรมขนาดใหญ่ เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บตัวอย่างซากปลาและตัวอย่างน้ำไปส่งตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการอย่างละเอียดอีกครั้ง
ด้านชาวบ้านในพื้นที่ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า เหตุการณ์ปลาลอยตายเกลื่อนแม่น้ำมาวในลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อปี 2566 ซึ่งหลังจากนั้นชุมชนได้ร่วมมือร่วมใจกันฟื้นฟูระบบนิเวศและอนุรักษ์พันธุ์ปลาจนกลับมาชุกชุมอีกครั้ง แต่กลับต้องมาเกิดเหตุการณ์ปลาตายซ้ำรอยเดิม สร้างความเสียหายต่อระบบนิเวศและความเจ็บปวดใจให้กับคนในชุมชนอย่างมาก จึงเรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐเร่งสืบสวนหาต้นตอแหล่งปล่อยสารพิษ และหากพบผู้กระทำความผิดขอให้ดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด
ล่าสุด อบต.โป่งน้ำร้อน ได้เปิดกระจายข่าวผ่านระบบเสียงตามสาย แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่อย่างเร่งด่วน โดยขอความร่วมมือห้ามนำปลาที่ตายผิดธรรมชาติจากแม่น้ำมาวไปปรุงอาหารบริโภค หรือนำไปวางจำหน่ายเด็ดขาด จนกว่าจะทราบผลการตรวจวิเคราะห์อย่างชัดเจน เนื่องจากเกรงว่าอาจมีสารพิษตกค้างอันตรายปนเปื้อนเข้าสู่ร่างกาย และอาจส่งผลกระทบอันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพของผู้บริโภคได้
