- 25 ส.ค. 2569
สาวไร้ใบขับขี่ถอยเก๋งชน จยย.เด็ก 16 เจ็บ ขอร้องอย่าแจ้งความ ก่อนเบี้ยวไกล่เกลี่ย พอนำเรื่องโพสต์โดนขู่ พรบ.คอมฯ ตร.เรียกไม่ยอมไป แต่ส่งคนตามคุกคามหน้าบ้าน
มุกดาหาร (25 สิงหาคม 2569) - จากกรณีเหตุการณ์อุบัติเหตุซึ่งบันทึกภาพไว้ได้อย่างชัดเจนจากกล้องวงจรปิดหน้าร้านขายของชำริมถนนบ้านบางทรายใหญ่ ตำบลบางทรายใหญ่ อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยภาพเผยให้เห็นรถเก๋งคันหนึ่งกำลังถอยหลังเพื่อจะกลับรถ แต่กลับถอยมาด้วยความเร็วสูงจนพุ่งชนรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่เข้าอย่างจัง ส่งผลให้เยาวชนชายอายุ 16 ปี ซึ่งนั่งอยู่บนรถจักรยานยนต์ ล้มลงได้รับบาดเจ็บบริเวณหลัง และรถจักรยานยนต์ได้รับความเสียหาย
ภายหลังเกิดเหตุ หญิงสาวซึ่งเป็นคนขับรถเก๋งได้ลงมาจากรถเพื่อเจรจากับฝ่ายผู้เสียหาย โดยพยายามเจรจาขอร้องไม่ให้โทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยอ้างเหตุผลว่าตนเองไม่มีใบขับขี่ พร้อมทั้งแสดงความรับผิดชอบและให้สัญญาว่าจะชดใช้ค่าเสียหายให้ทุกอย่าง ก่อนจะให้ช่องทางติดต่อทาง Facebook ไว้เพื่อใช้เจรจาตกลงเรื่องค่าซ่อมรถและค่ารักษาพยาบาล แต่เมื่อถึงกำหนดนัดหมายในวันถัดมา หญิงคนดังกล่าวกลับไม่เดินทางมาตามนัด และไม่สามารถติดต่อได้ ส่งผลให้เยาวชนอายุ 16 ปี ผู้บาดเจ็บ นำแชตข้อความที่เคยคุยกันไว้พร้อมหลักฐานไปโพสต์ประกาศตามหาตัวตามช่องทางออนไลน์ แต่เรื่องกลับบานปลายเมื่อคู่กรณีส่งข้อความกลับมาข่มขู่ว่าจะแจ้งความดำเนินคดีในข้อหา พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ โดยอ้างว่าการโพสต์ดังกล่าวทำให้ตนเองได้รับความเสื่อมเสียชื่อเสียง
ด้วยความกังวลใจ ผู้บาดเจ็บและ นายบาส อายุ 23 ปี เจ้าของรถจักรยานยนต์ จึงตัดสินใจเดินทางเข้าขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองมุกดาหาร โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้โทรศัพท์ประสานไปยังคู่กรณี เพื่อให้นัดหมายเข้ามาเจรจาตกลงค่าเสียหายที่สถานีตำรวจ แต่คู่กรณีกลับปฏิเสธ ไม่ยอมเดินทางมาตามที่ตำรวจนัด และเลือกใช้วิธีนำพวกขับรถมาติดตามคุกคามผู้เสียหายถึงบ้านพักและที่ทำงานแทน
ล่าสุด วันนี้ (25 สิงหาคม 2569) ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังบ้านของ นายบาส อายุ 23 ปี เจ้าของรถจักรยานยนต์ เพื่อสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้น โดยนายบาสเปิดเผยด้วยความหวาดกลัวว่า ขณะนี้ตนเองและน้องเยาวชนวัย 16 ปี รู้สึกกังวลเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินเป็นอย่างมาก เนื่องจากในช่วง 2 วันที่ผ่านมา มีรถของคู่กรณีขับมาจอดวนเวียนซุ่มดูอยู่บริเวณหน้าบ้านพักอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังตามไปเฝ้าที่ร้านทำงานของตน ซึ่งตนไม่ทราบเจตนาแน่ชัดว่าคู่กรณีต้องการอะไร เพราะหากต้องการเจรจาเรื่องค่าเสียหาย ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองมุกดาหาร ได้แนะนำให้เข้ามาพูดคุยกันที่โรงพักเพียงอย่างเดียว แต่คู่กรณีพร้อมพวกกลับไม่ยอมเข้ามา ทั้งที่ประเมินค่าเสียหายในการซ่อมรถจักรยานยนต์เบื้องต้นน่าจะไม่เกิน 3,000 บาทเท่านั้น ตนเห็นว่าพฤติกรรมดังกล่าวเป็นการคุกคามที่ไม่น่าปลอดภัย จึงต้องนำเรื่องราวออกมาเปิดเผยต่อสื่อมวลชนเพื่อร้องขอความยุติธรรมและคุ้มครองความปลอดภัย
