- 28 ส.ค. 2569
อุทยานฯ สามร้อยยอด ซุ่มจับชายลักลอบตัด "หินถ้ำมังกร" เอาไปทำวัตถุมงคลตามความเชื่อ ยึดเครื่องตัดหญ้าติดใบตัดหิน โดนแจ้งข้อหาหนักปรับ 5 แสน คุก 5 ปี (
ประจวบคีรีขันธ์ (26 สิงหาคม 2569) - นายนิทัศน์ นุ่นสง ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจาก นายเอกฤทธิ์ ดวงมาลา หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด ว่า เจ้าหน้าที่ได้รับการแจ้งเบาะแสสำคัญจากพลเมืองดี ว่ามีกลุ่มบุคคลแอบลักลอบขึ้นไปบนยอดภูเขาถ้ำมังกร หมู่ที่ 5 บ้านเกาะไผ่ ตำบลไร่ใหม่ อำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จึงได้สั่งการสนธิกำลังเจ้าหน้าที่สายตรวจป้องกันปราบปราม สายที่ 2 สายที่ 3 และหน่วยพิทักษ์ทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าหุบตะเคียนยักษ์ จัดกำลังเดินทางเข้าพื้นที่เพื่อดักซุ่มบริเวณเส้นทางขึ้น-ลงทางธรรมชาติอย่างใกล้ชิด
กระทั่งในเวลาประมาณ 17.00 น. เจ้าหน้าที่สามารถปิดล้อมและเข้าควบคุมตัว นายอนุชาติ (สงวนนามสกุล) อายุ 37 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ ได้บริเวณภายในถ้ำมังกร พร้อมตรวจยึดของกลางประกอบด้วย ก้อนหินธรรมชาติที่ถูกตัดแต่งแล้วจำนวน 1 ก้อน อุปกรณ์ดัดแปลงเครื่องตัดหญ้าติดใบตัดหิน ค้อนปอนด์ เหล็กสกัด และอุปกรณ์เดินป่าพักแรมอีกจำนวนมาก คุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรสามร้อยยอด เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมายอย่างเด็ดขาด
จากการสอบสวนเบื้องต้น นายอนุชาติ ให้การรับสารภาพว่า ตั้งใจขึ้นมาเก็บและตัดหินภายในถ้ำมังกรจริง เนื่องจากในปัจจุบันยังคงมีกลุ่มผู้มีความเชื่อทางไสยศาสตร์และวัตถุมงคล พยายามแสวงหาหินจากถ้ำธรรมชาติไปแกะสลักเป็นพระพุทธรูปหรือเครื่องรางตามค่านิยมเรื่องพุทธคุณ ซึ่งด้าน นายเอกฤทธิ์ ดวงมาลา หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด ระบุว่า การกระทำดังกล่าวนอกจากจะผิดกฎหมายแล้ว ยังเป็นการทำลายโครงสร้างทางธรณีวิทยาและระบบนิเวศถ้ำหินปูนที่ต้องใช้เวลาสรรค์สร้างตามธรรมชาตินานนับแสนปีให้ได้รับความเสียหายอย่างไม่อาจประเมินค่าได้
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 ใน 2 ข้อหาหนัก ได้แก่ มาตรา 19 (2) ฐาน "ลักลอบเก็บหาทรัพยากรธรรมชาติ โดยไม่ได้รับอนุญาต" ประกอบมาตรา 42 ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และมาตรา 20 ฐาน "เข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต" ประกอบมาตรา 47 ระวางโทษปรับไม่เกิน 100,000 บาท โดยหลังจากนี้จะยกระดับการลาดตระเวนเชิงรุก (Smart Patrol) เพิ่มความถี่ในการตรวจขันจุดเสี่ยงและแหล่งถ้ำธรรมชาติ พร้อมเร่งสร้างความเข้าใจกับชุมชนรอบแนวเขตอุทยานฯ เพื่อหยุดยั้งการทำลายธรรมชาติต่อไป
