- 31 ส.ค. 2569
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เปิดเส้นทางลับข้าม 3 ประเทศตำรวจทางหลวงชลบุรีสกัดขบวนลำเลียงจีน 7 ราย ก่อนถึงฐานสแกมเมอร์ ย้ำชัด ไทยไม่ใช่ทางผ่านอาชญากรรม
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง
ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล., พ.ต.อ.แมน เม่นแย้ม รอง ผบก.ทล., พ.ต.อ.มีชัย กำเนิดพรม
รอง ผบก.ทล., พ.ต.อ.นโรตม์ ยุวบูรณ์ ผกก.3 บก.ทล., พ.ต.ท.ตุลยวัต เมืองทอง, พ.ต.ท.ศุภฤกษ์ เคหะทุ่ม
รอง ผกก.3 บก.ทล., พ.ต.ท.อิทธิศักดิ์ ค้ำคูณ สวญ.ส.ทล.2 กก.3 บก.ทล., พ.ต.ต.บดี ดวนพล สว.ส.ทล.2 กก.3 บก.ทล.
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ร.ต.อ.ภิเชศ นาเมืองรักษ์ รอง สว.ส.ทล.2 กก.3 บก.ทล., ร.ต.ท.ยุทธพงษ์
สอนวินิจฉัย, ร.ต.ต.อนิวรรต ปิ่นเพชร, ร.ต.ต.ฉัตรฒิญา สุขสาร รอง สว.(ป) ส.ทล.2 กก.3 บก.ทล.,
ด.ต.ธีรวัฒน์ นาเมืองรักษ์, ด.ต.เกียรติศักดิ์ ไก่แก้ว, ด.ต.ศรัณย์พงศ์ เปี่ยมทอง, ด.ต.ธาตรี สาลี, ด.ต.วิชัย
มูลตระกูล, ด.ต.นฤเบศร์ สุริยนต์, ด.ต.ธัญญาวัฒน์ ลาดกระโทก, ด.ต.พนมกร ดำนิล, ด.ต.ฉัตรชัย จิตรถวิล,
ด.ต.หญิง นุชรี นิชำนาญ, จ.ส.ต.ณรงค์ศักดิ์ รัชตะวรรณ, จ.ส.ต.คมกริช นกแก้ว, จ.ส.ต.พีระพล นิลเนตร, จ.ส.ต.ณัฐติรุจน์ พีรรวีพัชร์, จ.ส.ต.อลงกรณ์ มอญแก้ว, จ.ส.ต.หญิง ชัญญานุช เขื่อนเพชร, ส.ต.ท.ชินวัตร
ป๋าวงค์, ส.ต.ท.อภิวัฒน์ ดาผุย ผบ.หมู่ ส.ทล.2 กก.3 บก.ทล.
ร่วมกันจับกุม ผู้ต้องหา จำนวน 9 ราย ดังนี้
1. นายอารยะ (สงวนนามสกุล) อายุ 43 ปี สัญชาติไทย
2. นายวิทยา (สงวนนามสกุล) อายุ 38 ปี สัญชาติไทย
3. MR. LU XIAO CHAO อายุ 24 ปี สัญชาติจีน
4. MR. XIAO DONG อายุ 26 ปี สัญชาติจีน
5. MR. XI ZHU ZHOU อายุ 26 ปี สัญชาติจีน
6. MR. ZHENG WEI อายุ 27 ปี สัญชาติจีน
7. MR. XIAO WU หรือ TU SI WU อายุ 28 ปี สัญชาติจีน
8. MR. CHEN GANG อายุ 34 ปี สัญชาติจีน
9. MR. WU TIAN FA อายุ 36 ปี สัญชาติจีน
โดยผู้ต้องหาที่ 1-2 เป็นผู้ต้องหาในข้อหา “ร่วมกันช่วยเหลือ ซ่อนเร้น หรือกระทำด้วยประการใด ๆ เพื่อให้คนต่างด้าวซึ่งเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมายพ้นจากการจับกุม"
ผู้ต้องหาที่ 3- 9 กระทำความผิดฐาน "เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้
รับอนุญาต โดยไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทาง และหลบหนีการตรวจ
ของพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง"
พร้อมตรวจยึดของกลาง จำนวน 4 รายการ
1. รถยนต์ยี่ห้อ TOYOTA รุ่น COROLLA สีดำ ทะเบียน 7กฉ 95XX กรุงเทพมหานคร 1 คัน
2. รถยนต์ยี่ห้อ TOYOTA รุ่น WISH สีดำ ทะเบียน กต 38XX นครพนม 1 คัน
3. โทรศัพท์มือถือ 14 เครื่อง
4. หนังสือเดินทาง 4 เล่ม ( ลักษณะชำรุด หน้าข้อมูลส่วนบุคคลถูกฉีกขาด
ไม่มีผู้ใดยอมรับว่าเป็นเจ้าของ อยู่ระหว่างตรวจสอบ )
สถานที่จับกุม 344 กม.2 (ขาเข้ากรุงเทพมหานคร) ต.บ้านสวน อ.เมืองชลบุรี จ.ชลบุรี
พฤติการณ์ สืบเนื่องจากเมื่อเดือนพฤษภาคม 2569 ตำรวจทางหลวงชลบุรีได้ดำเนินการติดตามเฝ้าระวังกลุ่มรถยนต์ต้องสงสัยที่มีพฤติการณ์นำพาชาวจีนลักลอบเข้าเมือง ตามยุทธการ “Ghost Driver” ซึ่งสามารถสกัดจับรถยนต์ได้ 2 คัน และจับกุมผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องกับขบวนการลักลอบขนชาวจีนเข้าเมือง ความผิดฐานอั้งยี่และฟอกเงิน รวมจำนวน 26 ราย พร้อมตรวจยึดโทรศัพท์มือถือหลายเครื่อง จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้สืบสวนขยายผลอย่างต่อเนื่องจนพบว่า ยังมีเครือข่ายรถรับจ้างขนชาวจีนที่มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มสแกมเมอร์ในประเทศเพื่อนบ้าน ทำหน้าที่ลักลอบนำบุคคลเข้าและออกประเทศไทย โดยพบความเคลื่อนไหวของกลุ่มดังกล่าวเดินทางจากพื้นที่ อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี ใช้เส้นทาง ทล.344 เจ้าหน้าที่จึงวางแผนติดตามและสกัดจับกุม กระทั่งวันที่ 28 สิงหาคม 2569 ตำรวจทางหลวงชลบุรีพบรถยนต์ต้องสงสัย 2 คัน บริเวณ ทล.344 กม.2 ฝั่งขาเข้ากรุงเทพมหานคร ต.บ้านสวน อ.เมืองชลบุรี จ.ชลบุรี จึงเข้าตรวจสอบรถยนต์คันแรก ยี่ห้อ TOYOTA รุ่น COROLLA สีดำ ซึ่งมีนายอารยะ (สงวนนามสกุล) เป็นผู้ขับขี่ พบผู้โดยสารชาวจีน 3 ราย และไม่สามารถแสดงหนังสือเดินทางหรือเอกสารประจำตัวได้ ส่วนรถยนต์คันที่สอง ยี่ห้อ TOYOTA รุ่น WISH สีดำ มีนายวิทยา (สงวนนามสกุล) เป็นผู้ขับขี่ พบผู้โดยสารชาวจีน 4 ราย ซึ่งไม่สามารถแสดงหนังสือเดินทางหรือเอกสารประจำตัวได้เช่นเดียวกัน
จากการตรวจค้นรถยนต์ทั้ง 2 คัน พบโทรศัพท์มือถือรวม 12 เครื่อง และหนังสือเดินทางจำนวน 4 เล่ม ซุกซ่อนอยู่ใต้พรมปูพื้นรถ โดยไม่มีผู้ใดยอมรับว่าเป็นเจ้าของ เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้ตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมาย สอบถามคนขับรถชาวไทยทั้ง 2 ราย ให้การว่าได้รับการว่าจ้างให้ไปรับชาวจีนทั้ง 7 ราย บริเวณ ต.ฉมัน อ.มะขาม จ.จันทบุรี เพื่อนำส่งกรุงเทพมหานคร โดยได้รับค่าจ้างรายละ 10,000 บาท จากการสืบสวนเพิ่มเติมพบว่า ชาวจีนทั้ง 7 ราย เดินทางมาจากประเทศเวียดนาม ผ่านประเทศกัมพูชา ก่อนลักลอบเดินเท้าข้ามพรมแดนเข้าสู่ประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติในพื้นที่ อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี ในช่วงเช้าของวันเกิดเหตุ โดยมีรถยนต์ของขบวนการไปรอรับตามจุดนัดหมาย ก่อนลำเลียงผ่านกรุงเทพมหานครไปยังจุดหมายปลายทาง ซึ่งเป็นฐานปฏิบัติการของกลุ่มสแกมเมอร์ในรัฐกะเหรี่ยง ประเทศเมียนมา ฝั่งตรงข้ามชายแดน อ.แม่สอด จ.ตาก ลักษณะดังกล่าวสะท้อนว่าประเทศไทยถูกใช้เป็นเส้นทางเชื่อมในการลำเลียงบุคคลเข้าสู่แหล่งอาชญากรรมออนไลน์ข้ามชาติ ทั้งนี้ จากการตรวจสอบประวัติพบว่าชาวจีน 1 ใน 7 ราย มีหมายจับของทางการจีนในคดีฉ้อโกงทางโทรคมนาคม (Telecom Fraud) ซึ่งเป็นความผิดในลักษณะเดียวกับขบวนการสแกมเมอร์ จึงเป็นข้อมูลสำคัญที่เจ้าหน้าที่ใช้ประกอบการสืบสวนขยายผลถึงเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง
จากพฤติการณ์ดังกล่าวพบว่า เครือข่ายลักลอบขนบุคคลมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินการ โดยเลือกใช้รถยนต์ส่วนบุคคลทั่วไปเพื่อให้กลมกลืนกับการจราจร และวางแผนใช้เส้นทางหลีกเลี่ยงจุดที่ตำรวจทางหลวงปฏิบัติหน้าที่ ภายหลังเครือข่ายเดิมถูกกวาดล้างจากยุทธการ “Ghost Driver” เมื่อเดือนพฤษภาคม 2569 อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงได้ติดตาม วิเคราะห์ และประเมินความเคลื่อนไหวของกลุ่มรถต้องสงสัยอย่างต่อเนื่อง จนสามารถคาดการณ์เส้นทาง วางแผนสกัด และจับกุมรถยนต์ทั้ง 2 คันได้พร้อมกัน สำหรับคนขับรถชาวไทยทั้ง 2 ราย เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหาในความผิดฐาน “ร่วมกันช่วยเหลือ ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใด ๆ ให้คนต่างด้าวซึ่งเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมายพ้นจากการจับกุม” ซึ่งมีโทษทั้งจำและปรับ พร้อมอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขยายผล หากพบว่ามีการกระทำในลักษณะเป็นเครือข่ายองค์กรอาชญากรรม อาจพิจารณาแจ้งข้อหาเพิ่มเติมในความผิดฐานอั้งยี่ และความผิดตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ซึ่งจะเปิดทางให้ตรวจสอบเส้นทางการเงิน รวมถึงดำเนินการยึดหรืออายัดทรัพย์สินของผู้เกี่ยวข้อง ขณะที่ชาวจีนทั้ง 7 ราย ถูกแจ้งข้อกล่าวหาในความผิดฐาน “เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” โดยทั้งหมดให้การรับสารภาพ ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองชลบุรี ดำเนินคดีตามกฎหมาย และอยู่ระหว่างขยายผลไปยังผู้ว่าจ้าง นายหน้า และนายทุนของเครือข่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ
เบื้องต้นผู้ต้องหารับสารภาพ โดยนายอารยะและนายวิทยา ยอมรับว่าได้รับจ้างรับชาวจีน 7 ราย จากจุดนัดหมายที่ อ.มะขาม จ.จันทบุรี เพื่อนำส่งกรุงเทพฯ ด้วยค่าจ้างคนละ 10,000 บาท โดยทราบว่าผู้โดยสารไม่มีเอกสารเข้าเมืองถูกกฎหมายแต่ยินยอมขนส่งให้ ขณะที่ชาวจีนทั้ง 7 ราย ยอมรับว่าเดินทางจากเวียดนามผ่านกัมพูชา ข้ามแดนเข้าไทยทางช่องทางธรรมชาติ อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี โดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่มีเอกสารประจำตัวที่ถูกต้อง มีจุดหมายไปยังรัฐกะเหรี่ยง เมียนมา และรับว่ากระทำความผิดฐานเข้า-อยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่มีใบอนุญาต
