สะเทือนขวัญ! คนร้ายใช้อาวุธทำร้าย "นายก อบต.บ้านติ้ว" เสียชีวิต

เกิดเหตุอุกอาจกลางดึกคนร้ายใช้อาวุธมีดทำร้าย "นายก อบต.บ้านติ้ว" อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนเสียชีวิตที่โรงพยาบาล

31 สิงหาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 21.40 น. วันที่ 30 สิงหาคมที่ผ่านมา ร.ต.อ.สงัด กุมภาพันธ์ พนักงานสอบสวน สภ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ได้รับแจ้งเหตุทำร้ายร่างกายด้วยอาวุธมีด มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 ราย ภายในบ้านเลขที่ 999 หมู่ 1 ต.ตาลเดี่ยว อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนเดินทางไปตรวจสอบพร้อมอาสามูลนิธิร่วมกตัญญูหล่มสักและหน่วยกู้ชีพโรงพยาบาลหล่มสัก

ที่เกิดเหตุพบ นายหลักทรัพย์ (สงวนนามสกุล) อายุ 61 ปี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านติ้ว อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ อยู่บ้านเลขที่ 9 หมู่ 7 ต.บ้านติ้ว อ.หล่มสัก ได้รับบาดเจ็บจากการถูกอาวุธมีดทำร้ายบริเวณลำตัวหลายแห่ง อาการสาหัส นอกจากนี้ยังพบ นางสมจิตร (สงวนนามสกุล) อายุ 60 ปี ภรรยา ได้รับบาดเจ็บจากการถูกทำร้ายเช่นกัน

เจ้าหน้าที่กู้ชีบเร่งนำผู้บาดเจ็บทั้งสองรายส่งโรงพยาบาลหล่มสักเพื่อให้แพทย์รักษาอย่างเร่งด่วน แต่ต่อมา นายหลักทรัพย์ทนต่ออาการบาดเจ็บไม่ไหวและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ขณะที่การชันสูตรเบื้องต้นพบว่ามีบาดแผลจากของมีคมหลายแห่งบริเวณร่างกาย

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุช่วงเวลาประมาณ 19.00 น. จนถึง 21.40 น. นายหลักทรัพย์นั่งพูดคุยกับชายผู้ก่อเหตุบริเวณโรงจอดรถ ซึ่งใช้เป็นสถานที่รับแขก ภายในมีโซฟาไม้และม้านั่ง โดยขณะนี้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าทั้งสองพูดคุยหรือมีปัญหาเรื่องใดกัน

สะเทือนขวัญ! คนร้ายใช้อาวุธทำร้าย "นายก อบต.บ้านติ้ว" เสียชีวิต

ต่อมาคนร้ายได้ใช้อาวุธมีดทำร้ายนายหลักทรัพย์จนได้รับบาดเจ็บ จากนั้นนางสมจิตร ภรรยา เดินมาเห็นเหตุการณ์ จึงถูกคนร้ายทำร้ายได้รับบาดเจ็บอีกคน ก่อนวิ่งหลบหนีเข้าไปภายในบ้าน

จากนั้นคนร้ายพานายหลักทรัพย์ออกจากบริเวณโรงจอดรถไปประมาณ 30 เมตร ก่อนขับรถยนต์เก๋งไม่ทราบหมายเลขทะเบียน หลบหนีออกจากที่เกิดเหตุ

เบื้องต้นตำรวจยังไม่สามารถระบุสาเหตุและแรงจูงใจของการก่อเหตุได้อย่างแน่ชัด อยู่ระหว่างเร่งสืบสวนสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อคลี่คลายปมเหตุและติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

สะเทือนขวัญ! คนร้ายใช้อาวุธทำร้าย "นายก อบต.บ้านติ้ว" เสียชีวิต

ขณะเดียวกัน พนักงานสอบสวนได้ประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเพชรบูรณ์เข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ พร้อมเก็บรวบรวมหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อนำไปประกอบการสืบสวนและติดตามตัวผู้ก่อเหตุต่อไป