- 01 ก.ย. 2569
ไฟป่าพรุทะเลน้อย พัทลุง ปะทุ 3 จุด หลังแล้งจัดฝนทิ้งช่วง ลมแรงโหมลามเผาสวนปาล์มวอด 200 ไร่ เจ้าหน้าที่เร่งทำแนวกันไฟ-สูบน้ำอัดผิวดินด่วน
พัทลุง (31 สิงหาคม 2569) - ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดพัทลุงว่า จากสภาวะฝนทิ้งช่วงยาวนานนับเดือนในหลายพื้นที่ของจังหวัดพัทลุง ได้ส่งผลกระทบให้เกิดปัญหาภัยแล้งอย่างขยายวงกว้าง โดยเฉพาะในพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย อำเภอควนขนุน ซึ่งระดับน้ำภายในป่าพรุได้ลดระดับลงอย่างต่อเนื่อง จนทำให้สภาพต้นหญ้าและต้นไม้น้อยใหญ่ในพื้นที่ป่าพรุเริ่มแห้งเหี่ยวและยืนต้นตายกลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดี ก่อให้เกิดเหตุไฟป่าปะทุลุกลามขึ้นอย่างหนักบริเวณทุ่งหญ้า ป่าเสม็ด และสวนปาล์มน้ำมันของเกษตรกร รวมทั้งสิ้น 3 จุด ในพื้นที่บ้านหัวป่าเขียว หมู่ที่ 7 ตำบลทะเลน้อย อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ซึ่งเป็นพื้นที่รอยต่อติดกับจังหวัดนครศรีธรรมราช
ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่จากสถานีควบคุมไฟป่าพัทลุง ร่วมกับเจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย และเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลทะเลน้อย ได้จัดกำลังระดมลงพื้นที่เพื่อเร่งเข้าควบคุมและฉีดน้ำดับไฟอย่างเร่งด่วน บริเวณปากทางเข้าขนำร่าน ซึ่งมีลักษณะภูมิประเทศเป็นทุ่งหญ้าและป่าพรุ โดยพบว่าแนวไฟได้ลุกลามขยายตัวออกไป 2 ทิศทางหลัก ได้แก่ ทิศตะวันตก ซึ่งไฟได้ลุกลามเข้าไปยังพื้นที่รอยต่อ หมู่ที่ 4 ตำบลเคร็ง อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นผืนป่าเสม็ดขนาดใหญ่และมีสวนปาล์มน้ำมันของชาวบ้าน ส่วนทิศตะวันออก ไฟได้มุ่งหน้าเข้าสู่บริเวณขนำทัด ซึ่งเป็นพื้นที่สวนปาล์มน้ำมันของประชาชนเช่นกัน แม้ว่าเจ้าของสวนปาล์มบางส่วนจะได้นำเครื่องจักรมาไถดินทำแนวกันไฟล่วงหน้าไว้บ้างแล้ว และเจ้าหน้าที่สามารถจำกัดวงล้อมไฟไว้ได้ในระดับหนึ่ง แต่การทำงานเป็นไปด้วยความยากลำบากเนื่องจากมีกระแสลมพัดกระโชกแรงตลอดเวลา
จากการสำรวจความเสียหายเบื้องต้นพบว่า เหตุไฟป่าที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ได้ลุกลามเข้าไหม้สวนปาล์มน้ำมันของชาวบ้านในบริเวณใกล้เคียง ได้รับความเสียหายไปแล้วไม่ต่ำกว่า 200 ไร่ และในวันนี้ ไฟยังคงลุกลามโหมกระหน่ำกินพื้นที่กว้างขึ้นกว่าเดิม มิหนำซ้ำยังพบจุดเกิดไฟไหม้เพิ่มขึ้นใหม่อีก 1 จุด ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเดิมประมาณ 1 กิโลเมตร ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ต้องแบ่งกำลังเร่งทำแนวกันไฟเพิ่มเติม เพื่อป้องกันไม่ให้เปลวไฟลุกลามเข้าไปทำลายพื้นที่ทำการเกษตรและพืชผลของชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียง
ขณะเดียวกัน สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพัทลุง (ปภ.พัทลุง) ได้สนับสนุนการปฏิบัติงาน ด้วยการนำเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่เข้ามาติดตั้งเพื่อสูบน้ำจากลำคลองธรรมชาติ นำมาฉีดพ่นและเติมเต็มความชุ่มชื้นให้กับผิวดินรอบ ๆ จุดเกิดเหตุ เพื่อลดการสะสมความร้อนและป้องกันไม่ให้ไฟใต้ดินปะทุขึ้นมาใหม่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายยังคงต้องจัดกำลังเฝ้าระวังและตรึงพื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมง จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ
