บุกจับหนุ่มสิงคโปร์ หนีคดียา สั่งสารพิษร้าย-สารระเบิด คาคอนโด

สกัดทันก่อนเรื่องใหญ่ “รองจ๋อ-สารวัตรแจ๊ะ” นำทีมใส่ชุด PPE บุกจับหนุ่มสิงคโปร์ หนีคดียา สั่งสารพิษร้าย-สารระเบิด ซุกคาคอนโด

ปฏิบัติการกลางดึกของตำรวจนครบาลและตำรวจตรวจคนเข้าเมือง นำไปสู่การจับกุมชายชาวสิงคโปร์วัย 40 ปี ผู้ต้องหาหลบหนีคดียาเสพติดจากประเทศบ้านเกิด หลังพบเบาะแสว่ามีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาไอซ์และมีการจัดหาสารเคมีอันตรายหลายรายการ รวมถึงพบหลักฐานการสั่งซื้อสารพิษร้ายแรงผ่านโทรศัพท์มือถือ

 

บุกจับหนุ่มสิงคโปร์ หนีคดียา สั่งสารพิษร้าย-สารระเบิด คาคอนโด

บุกจับหนุ่มสิงคโปร์ หนีคดียา สั่งสารพิษร้าย-สารระเบิด คาคอนโด

 

เหตุการณ์เกิดขึ้นวันที่ 3 ก.ย. 2569 เมื่อกำลังศูนย์ยาเสพติด บช.น. ร่วมกับ บก.สส.สตม. เข้าปฏิบัติการที่คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งย่านบางแค กรุงเทพฯ พื้นที่รับผิดชอบ สน.หลักสอง ก่อนควบคุมตัว Mr. JOEL หรือ นายโจเอล อายุ 40 ปี สัญชาติสิงคโปร์ไว้ได้

จากการตรวจค้นพบยาไอซ์ 3 กรัม พร้อมอุปกรณ์เสพจำนวนมาก เงินสด 200,000 บาท โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง รวมถึงสารเคมีหลายชนิดที่เกี่ยวข้องกับวัตถุระเบิดหรือเป็นสารอันตราย อาทิ ดินประสิวประมาณครึ่งกิโลกรัม โซเดียมเมตาไบซัลไฟต์ สารละลายแอมโมเนีย กรดไนตริก และบอแรกซ์ รวมทั้งอุปกรณ์จุดชนวน 2 ชิ้น และกระป๋องแก๊ส 5 กระป๋อง

ที่ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งขยายผล คือข้อมูลภายในโทรศัพท์มือถือ ซึ่งพบหลักฐานการติดต่อสั่งซื้อสารพิษร้ายแรงผ่านช่องทางออนไลน์ โดยมีการชำระเงินแล้ว ตำรวจจึงไม่ปักใจเชื่อเพียงคำกล่าวอ้างว่า ผู้ต้องหาต้องการนำสารต่างๆ ไปใช้ทำร้ายตัวเอง และเดินหน้าตรวจสอบว่ามีแผนการอื่นอยู่เบื้องหลังหรือไม่

 

บุกจับหนุ่มสิงคโปร์ หนีคดียา สั่งสารพิษร้าย-สารระเบิด คาคอนโด

 

จุดเริ่มต้นของคดีเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายเดือน ม.ค. 2569 หลังสายด่วน ป.ป.ส. 1386 ได้รับแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับชายชาวสิงคโปร์รายหนึ่ง ซึ่งเชื่อว่าหลบหนีคดีจากประเทศบ้านเกิดเข้ามาพำนักในประเทศไทย โดยมีพฤติกรรมเสพยาไอซ์จนเกิดอาการคลุ้มคลั่ง ใช้ความรุนแรง ทำร้ายร่างกาย และหน่วงเหนี่ยวกักขัง

พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. นำชุดสืบสวน ศอ.ปส.บช.น. ลงพื้นที่ติดตามเบาะแสต่อเนื่องนานกว่า 3 เดือน กระทั่งประสานข้อมูลกับสำนักงานปราบปรามยาเสพติดกลางสิงคโปร์ หรือ CNB จนทราบว่า Mr. JOEL เป็นบุคคลที่ทางการสิงคโปร์เฝ้าระวังเป็นพิเศษ และมีประวัติเกี่ยวข้องกับคดียาเสพติดและคดีอาญาหลายคดี

บุกจับหนุ่มสิงคโปร์ หนีคดียา สั่งสารพิษร้าย-สารระเบิด คาคอนโด

 

ข้อมูลการสืบสวนยังพบว่า ผู้ต้องหารายนี้หลบหนีเข้ามาอยู่ในประเทศไทยเกือบ 3 ปี โดยใช้ชีวิตในคราบนักศึกษา ขณะที่ในเวลานั้นยังไม่ปรากฏชื่ออยู่ในบัญชีหมายจับของอินเตอร์โพล ทำให้สามารถหลบเลี่ยงการติดตามของเจ้าหน้าที่ได้

ตลอดช่วง 2 สัปดาห์ก่อนการจับกุม ชุดสืบสวนพยายามแกะรอยอย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่พบตัวผู้ต้องหา กระทั่งได้เบาะแสว่าเจ้าตัวมักไปใช้บริการสาวเอ็นเตอร์เทนในย่านใจกลางเมือง เจ้าหน้าที่จึงวางแผนแฝงตัวเข้าไปสืบหาข้อมูล ก่อนพบหญิงสาวรายหนึ่งที่รู้จักกับ Mr. JOEL

หญิงสาวให้ข้อมูลว่า ผู้ต้องหาเคยใช้ความรุนแรงกับเธอ และมีพฤติกรรมหวาดระแวงหรือคลุ้มคลั่ง โดยบางครั้งพูดถึงการกระโดดตึกไปพร้อมกัน รวมถึงเคยข่มขู่ว่าจะใช้มีดทำร้าย และที่สร้างความกังวลให้ชุดสืบสวนมากที่สุด คือข้อมูลเกี่ยวกับการเตรียมสารพิษเพื่อใช้ก่อเหตุร้าย

 

บุกจับหนุ่มสิงคโปร์ หนีคดียา สั่งสารพิษร้าย-สารระเบิด คาคอนโด

 

ในตอนแรกเจ้าหน้าที่ไม่ตัดความเป็นไปได้ว่าข้อมูลดังกล่าวอาจเป็นเพียงคำบอกเล่าที่คลาดเคลื่อน แต่เมื่อขยายผลทางการสืบสวนกลับพบข้อมูลการสั่งซื้อสารพิษร้ายแรงจริง รวมถึงสารที่ใช้ในการการุณยฆาตสัตว์หรือการประหารชีวิต จึงรีบรายงานผู้บังคับบัญชาและเร่งติดตามตัวทันที

จนกระทั่งวันที่ 3 ก.ย. 2569 ชุดสืบสวนสามารถระบุตำแหน่งที่พักของ Mr. JOEL ได้ ก่อนวางกำลังเฝ้าติดตามและเข้าควบคุมตัวภายในคอนโดมิเนียมย่านบางแคได้สำเร็จ

หลังจับกุม พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. เดินทางมาซักถามและขยายผลด้วยตนเอง ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.หลักสอง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

จากการตรวจสอบประวัติผ่าน CNB ประเทศสิงคโปร์ พบว่า Mr. JOEL เคยถูกดำเนินคดียาเสพติดมาแล้วหลายครั้ง โดยเจ้าตัวให้การว่าเคยถูกจำคุกครั้งแรก 1 ปี ครั้งที่สอง 3 ปี และครั้งที่สาม 5 ปี รวมถึงถูกลงโทษเฆี่ยน 3 ครั้ง ก่อนจะก่อเหตุอีกครั้งในปี 2567 แล้วหลบหนีออกจากสิงคโปร์มายังประเทศไทย

ผู้ต้องหาอ้างว่า หลังหลบหนีเข้าประเทศไทยได้นำทรัพย์สินในสิงคโปร์ไปขายได้เงินประมาณ 5 ล้านบาท แต่ต่อมาถูกเพื่อนชาวสิงคโปร์หลอกเงินไปประมาณ 2.5 ล้านบาท จนเกิดความเครียด ประกอบกับมีปัญหากับแฟนสาว ทำให้เกิดความคิดอยากจบชีวิตตัวเอง

สำหรับการสั่งซื้อสารพิษและสารเคมีจำนวนมาก ผู้ต้องหาอ้างว่าซื้อมาเพื่อใช้ปลิดชีพตัวเอง โดยให้เหตุผลว่าที่สั่งในปริมาณมาก เพราะเกรงว่าจะไม่สามารถทำให้ตัวเองเสียชีวิตได้ พร้อมยืนยันว่าไม่ต้องการถูกส่งตัวกลับประเทศสิงคโปร์

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน (ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย และเป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยที่การอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรสิ้นสุด”

ส่วนประเด็นเกี่ยวกับการตระเตรียมวัตถุระเบิดและการสั่งสารอันตราย อยู่ระหว่างการสอบสวนและตรวจพิสูจน์ของกลาง เพื่อพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม

ด้าน พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. และรองโฆษก ตร. กล่าวว่า จากพยานหลักฐานและข้อมูลที่พบในโทรศัพท์มือถือของผู้ต้องหา พบการเตรียมการเกี่ยวกับสารพิษร้ายแรง ซึ่งหากเจ้าหน้าที่ดำเนินการล่าช้าอาจนำไปสู่เหตุร้ายแรงได้

เบื้องต้นแนวทางการสืบสวนมุ่งไปที่พฤติการณ์จากอาการยาเสพติดและยังไม่พบหลักฐานเชื่อมโยงกับการก่อการร้าย ขณะเดียวกันได้ประสานข้อมูลกับ CNB ประเทศสิงคโปร์ เพื่อยืนยันประวัติของผู้ต้องหา

ส่วนสารเคมีที่ตรวจพบ ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่าในสภาพที่พบยังไม่มีปริมาณเพียงพอที่จะนำไปประกอบเป็นระเบิดสังหารได้ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้นำสารเคมีหลายรายการส่งสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

ตำรวจขอขอบคุณประชาชนที่แจ้งเบาะแสและให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ จนนำไปสู่การติดตามจับกุมผู้ต้องหาซึ่งมีประวัติอาชญากรรมข้ามชาติรายนี้ได้สำเร็จ