"เงินเยียวยาเกษตรกร" เปิด 4 ขั้นตอนการให้ความช่วยเหลือ

"เงินเยียวยาเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติ" เปิด 4 ขั้นตอนการให้ความช่วยเหลือ ลงทะเบียนแล้วจะได้รับเงินเมื่อไหร่

เกษตรกรที่ประสบภัยพิบัติเช็กสิทธิล่าสุด โดย กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้สรุปข้อมูลเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ อัตราการช่วยเหลือ และขั้นตอนการขอรับความช่วยเหลือเกษตรกร ผู้ประสบภัยพิบัติด้านพืช เพื่อให้เกษตรกรเตรียมตัว และดำเนินการได้ถูกต้อง 

 

เงินเยียวยาเกษตรกร เปิด 4 ขั้นตอนการให้ความช่วยเหลือ

3 เรื่องสำคัญที่ควรรู้

  1. ตรวจสอบและปรับปรุง ทะเบียนเกษตรกรให้เป็นปัจจุบันก่อนเกิดภัย
  2. เมื่อเกิดความเสียหาย ให้ยื่น แบบขอรับความช่วยเหลือ (กษ 01) พร้อมผ่านการตรวจสอบและรับรองความเสียหายตามขั้นตอน
  3. ติดตามการประชาคม การตรวจสอบ และรายชื่อผู้ผ่านการพิจารณาจากหน่วยงานในพื้นที่


อัตราการช่วยเหลือด้านพืช ครอบคลุมทั้งข้าว พืชไร่และพืชผัก ไม้ผลไม้ยืนต้น แปลงปลูกดินโคลนทับถม แมลงเศรษฐกิจ และนาเกลือทะเล ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด


โดยการช่วยเหลือจะดำเนินการผ่านหน่วยงานภาครัฐตามขั้นตอน และโอนเงินช่วยเหลือเข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรง ไม่มีการเรียกเก็บค่าดำเนินการ โดยเกษตรกรสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้าน และติดตามข่าวสารจากช่องทางทางการของกรมส่งเสริมการเกษตร


หลักเกณฑ์ใหม่เงินเยียวยาเกษตรกร

  • ข้าว ช่วยเหลือ 2,240 บาทต่อไร่
  • พืชไร่และพืชผัก ช่วยเหลือ 3,180 บาทต่อไร่
  • ไม้ผล ไม้ยืนต้น และอื่น ๆ ช่วยเหลือ 6,800 บาทต่อไร่
  • กรณีไม้ผลและไม้ยืนต้นที่ชะงักการเจริญเติบโต แต่ไม่ตาย หรือผลผลิตได้รับความเสียหาย ช่วยเหลือ 3,400 บาทต่อไร่
  • กรณีพื้นที่ถูกหิน ดิน ทราย ไม้ โคลน หรือซากวัสดุทับถม จนไม่สามารถใช้เพาะปลูกได้ ช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการขุดลอกและขนย้าย ในอัตรา 16,000 บาทต่อไร่ แต่ไม่เกิน 5 ไร่

ใครมีสิทธิรับเงินเยียวยาเกษตรกร

หากเป็นเกษตรกรที่ประสบภัยพิบัติ และกำลังรอความช่วยเหลือจากภาครัฐ จะต้องเข้าหลักเกณฑ์และเงื่อนไขดังนี้

  • เงื่อนไขสำคัญที่ต้องมี : ต้องขึ้นทะเบียนหรือปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรกับ กรมส่งเสริมการเกษตร ก่อนเกิดภัยพิบัติ เท่านั้น
  • หลักเกณฑ์การพิจารณา : พื้นที่เพาะปลูกต้องได้รับความเสียหายจริง และต้องตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ทางราชการประกาศ "เขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ"
  • จำกัดพื้นที่ช่วยเหลือ : กรณีพืชตายหรือเสียหายหนักจนไม่สามารถฟื้นฟูได้ จะเยียวยาตามพื้นที่เสียหายจริง สูงสุดไม่เกินครัวเรือนละ 30 ไร่

 

อัตราเงินเยียวยาตามประเภทพืช

  • กลุ่มไม้ผล ไม้ยืนต้น และพืชอื่น ๆ : (กรณีพืชตายหรือเสียหายสิ้นเชิง) รับเงินช่วยเหลือในอัตรา 6,800 บาทต่อไร่
  • กลุ่มผู้ปลูกข้าว : รับเงินช่วยเหลือในอัตรา 2,240 บาทต่อไร่


***คำแนะนำ : รีบตรวจสอบสถานะการขึ้นทะเบียนเกษตรกรของคุณกับหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อไม่ให้พลาดสิทธิประโยชน์และความช่วยเหลือจากภาครัฐเมื่อเกิดภัยพิบัติ


เงินเยียวยาเกษตรกร จะได้รับตอนไหน

เกษตรกรที่ประสบภัยและรอรับเงินเยียวยา ตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ มีกรอบเวลาและขั้นตอนการดำเนินการดังนี้:

  • ระยะเวลาการจ่ายเงิน : จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จ ภายในไม่เกิน 3 เดือน นับตั้งแต่วันที่เกิดภัยพิบัติ
  • หน่วยงานผู้โอนเงิน : โอนเงินตรงเข้าบัญชีเกษตรกรโดย ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)


4 ขั้นตอนการให้ความช่วยเหลือผู้เกษตรกรประสบภัยพิบัติด้านพืช

  • ขั้นตอนที่ 1 (ประกาศเขตภัยพิบัติ) : เริ่มต้นเมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศให้พื้นที่นั้นเป็น "เขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน"
  • ขั้นตอนที่ 2 (ยื่นแบบ กษ 01) : เกษตรกรยื่นคำร้องขอรับความช่วยเหลือผ่าน แบบ กษ 01 ซึ่งต้องได้รับการตรวจสอบและรับรองความเสียหายจากผู้ใหญ่บ้าน, กำนัน, นายก อบต. หรือนายกเทศมนตรี
  • ขั้นตอนที่ 3 (ตรวจสอบระดับหมู่บ้าน) : คณะอนุกรรมการตรวจสอบความเสียหายระดับหมู่บ้าน ลงพื้นที่ตรวจสอบและรับรองความถูกต้องอีกครั้ง
  • ขั้นตอนที่ 4 (ติดประกาศรายชื่อ) : นำรายชื่อเกษตรกรที่ผ่านการตรวจสอบทั้งหมดไป ติดประกาศตามสถานที่กำหนดไว้ไม่น้อยกว่า 3 วัน เพื่อเปิดให้มีการตรวจสอบความโปร่งใสก่อนส่งเรื่องเบิกจ่ายต่อไป

 

***คำแนะนำ: หากอยู่ในพื้นที่ประสบภัย ควรรีบติดต่อผู้นำชุมชนหรือเกษตรอำเภอเพื่อยื่นแบบ กษ 01 และติดตามประกาศในพื้นที่อย่างใกล้ชิด


ขั้นตอนการพิจารณาเงินเยียวยาเกษตรกร

เมื่อเกิดภัยพิบัติและผ่านการตรวจสอบความเสียหายแล้ว กระบวนการพิจารณาอนุมัติวงเงินช่วยเหลือจากภาครัฐมีขั้นตอนตามลำดับ ดังนี้

  1. ระดับอำเภอ (ก.ช.ภ.อ.) : สำนักงานเกษตรอำเภอนำเสนอเรื่องต่อ คณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติอำเภอ (ก.ช.ภ.อ.) เพื่อพิจารณาจ่ายเงินตามวงเงินที่ผู้ว่าราชการจังหวัดจัดสรรไว้
  2. ระดับจังหวัด (ก.ช.ภ.จ.) : หากวงเงินในระดับอำเภอ ไม่เพียงพอ สำนักงานเกษตรจังหวัดจะส่งเรื่องต่อให้ คณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจังหวัด (ก.ช.ภ.จ.) พิจารณาให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติม
  3. ระดับกระทรวง (ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์) : หากงบประมาณระดับจังหวัดยังไม่พออีก ทางคณะกรรมการ ก.ช.ภ.จ. จะพิจารณาให้ความเห็นชอบเพื่อ ขอใช้เงินทดรองราชการในอำนาจของปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต่อไป


***ข้อควรรู้: กระบวนการพิจารณาเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้การช่วยเหลือเข้าถึงเกษตรกรอย่างเป็นระบบและครอบคลุมภายใต้งบประมาณฉุกเฉิน

 

เงินเยียวยาเกษตรกร เปิด 4 ขั้นตอนการให้ความช่วยเหลือ

เงินเยียวยาเกษตรกร เปิด 4 ขั้นตอนการให้ความช่วยเหลือ

เงินเยียวยาเกษตรกร เปิด 4 ขั้นตอนการให้ความช่วยเหลือ

 

ขอบคุณ กรมส่งเสริมการเกษตร