- 07 ก.ย. 2569
"เงินเยียวยาเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติ" เปิด 4 ขั้นตอนการให้ความช่วยเหลือ ลงทะเบียนแล้วจะได้รับเงินเมื่อไหร่
เกษตรกรที่ประสบภัยพิบัติเช็กสิทธิล่าสุด โดย กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้สรุปข้อมูลเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ อัตราการช่วยเหลือ และขั้นตอนการขอรับความช่วยเหลือเกษตรกร ผู้ประสบภัยพิบัติด้านพืช เพื่อให้เกษตรกรเตรียมตัว และดำเนินการได้ถูกต้อง
3 เรื่องสำคัญที่ควรรู้
- ตรวจสอบและปรับปรุง ทะเบียนเกษตรกรให้เป็นปัจจุบันก่อนเกิดภัย
- เมื่อเกิดความเสียหาย ให้ยื่น แบบขอรับความช่วยเหลือ (กษ 01) พร้อมผ่านการตรวจสอบและรับรองความเสียหายตามขั้นตอน
- ติดตามการประชาคม การตรวจสอบ และรายชื่อผู้ผ่านการพิจารณาจากหน่วยงานในพื้นที่
อัตราการช่วยเหลือด้านพืช ครอบคลุมทั้งข้าว พืชไร่และพืชผัก ไม้ผลไม้ยืนต้น แปลงปลูกดินโคลนทับถม แมลงเศรษฐกิจ และนาเกลือทะเล ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
โดยการช่วยเหลือจะดำเนินการผ่านหน่วยงานภาครัฐตามขั้นตอน และโอนเงินช่วยเหลือเข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรง ไม่มีการเรียกเก็บค่าดำเนินการ โดยเกษตรกรสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้าน และติดตามข่าวสารจากช่องทางทางการของกรมส่งเสริมการเกษตร
หลักเกณฑ์ใหม่เงินเยียวยาเกษตรกร
- ข้าว ช่วยเหลือ 2,240 บาทต่อไร่
- พืชไร่และพืชผัก ช่วยเหลือ 3,180 บาทต่อไร่
- ไม้ผล ไม้ยืนต้น และอื่น ๆ ช่วยเหลือ 6,800 บาทต่อไร่
- กรณีไม้ผลและไม้ยืนต้นที่ชะงักการเจริญเติบโต แต่ไม่ตาย หรือผลผลิตได้รับความเสียหาย ช่วยเหลือ 3,400 บาทต่อไร่
- กรณีพื้นที่ถูกหิน ดิน ทราย ไม้ โคลน หรือซากวัสดุทับถม จนไม่สามารถใช้เพาะปลูกได้ ช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการขุดลอกและขนย้าย ในอัตรา 16,000 บาทต่อไร่ แต่ไม่เกิน 5 ไร่
ใครมีสิทธิรับเงินเยียวยาเกษตรกร
หากเป็นเกษตรกรที่ประสบภัยพิบัติ และกำลังรอความช่วยเหลือจากภาครัฐ จะต้องเข้าหลักเกณฑ์และเงื่อนไขดังนี้
- เงื่อนไขสำคัญที่ต้องมี : ต้องขึ้นทะเบียนหรือปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรกับ กรมส่งเสริมการเกษตร ก่อนเกิดภัยพิบัติ เท่านั้น
- หลักเกณฑ์การพิจารณา : พื้นที่เพาะปลูกต้องได้รับความเสียหายจริง และต้องตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ทางราชการประกาศ "เขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ"
- จำกัดพื้นที่ช่วยเหลือ : กรณีพืชตายหรือเสียหายหนักจนไม่สามารถฟื้นฟูได้ จะเยียวยาตามพื้นที่เสียหายจริง สูงสุดไม่เกินครัวเรือนละ 30 ไร่
อัตราเงินเยียวยาตามประเภทพืช
- กลุ่มไม้ผล ไม้ยืนต้น และพืชอื่น ๆ : (กรณีพืชตายหรือเสียหายสิ้นเชิง) รับเงินช่วยเหลือในอัตรา 6,800 บาทต่อไร่
- กลุ่มผู้ปลูกข้าว : รับเงินช่วยเหลือในอัตรา 2,240 บาทต่อไร่
***คำแนะนำ : รีบตรวจสอบสถานะการขึ้นทะเบียนเกษตรกรของคุณกับหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อไม่ให้พลาดสิทธิประโยชน์และความช่วยเหลือจากภาครัฐเมื่อเกิดภัยพิบัติ
เงินเยียวยาเกษตรกร จะได้รับตอนไหน
เกษตรกรที่ประสบภัยและรอรับเงินเยียวยา ตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ มีกรอบเวลาและขั้นตอนการดำเนินการดังนี้:
- ระยะเวลาการจ่ายเงิน : จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จ ภายในไม่เกิน 3 เดือน นับตั้งแต่วันที่เกิดภัยพิบัติ
- หน่วยงานผู้โอนเงิน : โอนเงินตรงเข้าบัญชีเกษตรกรโดย ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)
4 ขั้นตอนการให้ความช่วยเหลือผู้เกษตรกรประสบภัยพิบัติด้านพืช
- ขั้นตอนที่ 1 (ประกาศเขตภัยพิบัติ) : เริ่มต้นเมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศให้พื้นที่นั้นเป็น "เขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน"
- ขั้นตอนที่ 2 (ยื่นแบบ กษ 01) : เกษตรกรยื่นคำร้องขอรับความช่วยเหลือผ่าน แบบ กษ 01 ซึ่งต้องได้รับการตรวจสอบและรับรองความเสียหายจากผู้ใหญ่บ้าน, กำนัน, นายก อบต. หรือนายกเทศมนตรี
- ขั้นตอนที่ 3 (ตรวจสอบระดับหมู่บ้าน) : คณะอนุกรรมการตรวจสอบความเสียหายระดับหมู่บ้าน ลงพื้นที่ตรวจสอบและรับรองความถูกต้องอีกครั้ง
- ขั้นตอนที่ 4 (ติดประกาศรายชื่อ) : นำรายชื่อเกษตรกรที่ผ่านการตรวจสอบทั้งหมดไป ติดประกาศตามสถานที่กำหนดไว้ไม่น้อยกว่า 3 วัน เพื่อเปิดให้มีการตรวจสอบความโปร่งใสก่อนส่งเรื่องเบิกจ่ายต่อไป
***คำแนะนำ: หากอยู่ในพื้นที่ประสบภัย ควรรีบติดต่อผู้นำชุมชนหรือเกษตรอำเภอเพื่อยื่นแบบ กษ 01 และติดตามประกาศในพื้นที่อย่างใกล้ชิด
ขั้นตอนการพิจารณาเงินเยียวยาเกษตรกร
เมื่อเกิดภัยพิบัติและผ่านการตรวจสอบความเสียหายแล้ว กระบวนการพิจารณาอนุมัติวงเงินช่วยเหลือจากภาครัฐมีขั้นตอนตามลำดับ ดังนี้
- ระดับอำเภอ (ก.ช.ภ.อ.) : สำนักงานเกษตรอำเภอนำเสนอเรื่องต่อ คณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติอำเภอ (ก.ช.ภ.อ.) เพื่อพิจารณาจ่ายเงินตามวงเงินที่ผู้ว่าราชการจังหวัดจัดสรรไว้
- ระดับจังหวัด (ก.ช.ภ.จ.) : หากวงเงินในระดับอำเภอ ไม่เพียงพอ สำนักงานเกษตรจังหวัดจะส่งเรื่องต่อให้ คณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจังหวัด (ก.ช.ภ.จ.) พิจารณาให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติม
- ระดับกระทรวง (ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์) : หากงบประมาณระดับจังหวัดยังไม่พออีก ทางคณะกรรมการ ก.ช.ภ.จ. จะพิจารณาให้ความเห็นชอบเพื่อ ขอใช้เงินทดรองราชการในอำนาจของปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต่อไป
***ข้อควรรู้: กระบวนการพิจารณาเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้การช่วยเหลือเข้าถึงเกษตรกรอย่างเป็นระบบและครอบคลุมภายใต้งบประมาณฉุกเฉิน
ขอบคุณ กรมส่งเสริมการเกษตร
