- 09 ก.ย. 2569
ผลแล็บยันพบปลาหมอคางดำบุกเขื่อนลำปาว กาฬสินธุ์สั่งระดมกำลังตรวจเข้ม หวั่นกระทบแหล่งเลี้ยงกุ้ง-ปลานิล สัตว์น้ำเศรษฐกิจมูลค่ากว่า 2 พันล้านบาท
เขื่อนลำปาว สะเทือนหนัก หลังผลตรวจทางห้องปฏิบัติการเบื้องต้นยืนยันชัดเจนว่า เอเลี่ยนสปีชีส์ ตัวฉกาจอย่าง ปลาหมอคางดำ ได้หลุดรอดและแพร่กระจายเข้าสู่แหล่งน้ำสำคัญของ จังหวัดกาฬสินธุ์ แล้ว สร้างความวิตกกังวลให้กับเกษตรกรทั่วทั้งพื้นที่ เนื่องจากที่นี่ถือเป็นหัวใจหลักในการผลิต สัตว์น้ำเศรษฐกิจ อันดับ 1 ของภาคอีสาน ที่มีมูลค่ารวมสูงกว่า 2,000 ล้านบาทต่อปี
ความคืบหน้านี้ได้รับการเปิดเผยเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 โดย นายบุญธง เภาเจริญ ประมงจังหวัดกาฬสินธุ์ ระบุว่า จากการส่งตัวอย่างปลาต้องสงสัยที่จับได้ใน เขื่อนลำปาว ไปตรวจพิสูจน์ที่กองวิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืด กรมประมง ล่าสุดมีผลแจ้งเบื้องต้นกลับมาว่าเป็น ปลาหมอคางดำ จริง เนื่องจากพบสรีระลำตัวเพรียวตรงตามลักษณะเฉพาะของสายพันธุ์อย่างครบถ้วน ซึ่งคาดว่าจะมีการออกหนังสือรับรองผลตรวจอย่างเป็นทางการภายในสัปดาห์นี้
จากสถานการณ์ดังกล่าว ทำให้ ประมงจังหวัดกาฬสินธุ์ ต้องประสานความร่วมมือกับ ผู้ว่าราชการจังหวัด ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง วางแผนระดมกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบเชิงลึกอีกรอบในวันที่ 12 กันยายนนี้ โดยมีผู้อำนวยการกองวิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดเดินทางร่วมตรวจสอบด้วยตนเอง แสดงให้เห็นถึงการยกระดับความเข้มงวดในการรับมือปัญหา
พื้นที่ กาฬสินธุ์ ถือเป็นศูนย์กลาง สัตว์น้ำเศรษฐกิจ ที่สำคัญ โดยมีตัวเลขการประกอบอาชีพของคนในพื้นที่ ดังนี้
- การเลี้ยงกุ้งก้ามกรามในบ่อดิน: เกษตรกร 1,225 ราย พื้นที่เพาะเลี้ยงรวมกว่า 8,500 ไร่ สร้างมูลค่าผลผลิตประมาณ 1,000 ล้านบาทต่อปี
- การเลี้ยงปลานิลในกระชัง: เกษตรกร 425 ราย จำนวนกระชังรวมกว่า 12,000 กระชัง ซึ่งเป็นแหล่งผลิตปลานิลอันดับ 1 ของภาคอีสาน
ผลผลิตของ กุ้งก้ามกราม และ ปลานิล รวมกันมีมูลค่ามหาศาลถึง 2,000 ล้านบาทต่อปี ภาครัฐจึงจำเป็นต้องเร่งเครื่องจัดทำมาตรการสกัดกั้นทันที เพื่อหยุดยั้งไม่ให้ หมอคางดำ ระบาดลุกลามจนสร้างความเสียหายต่ออาชีพและรายได้ของเกษตรกร เหมือนกับวิกฤตที่เคยเกิดขึ้นในหลายจังหวัดก่อนหน้านี้
