- 12 ก.ย. 2569
"ริดสีดวงหายเองได้ไหม?" เช็กอาการแต่ละระยะ ตั้งแต่ระยะ 1–4 พร้อมวิธีดูแลตัวเอง และสัญญาณเตือนที่ควรพบแพทย์
"หมอเจด" นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา ได้ออกมาโพสต์ข้อความระบุว่า
ริดสีดวงหายเองได้ไหม? ระยะไหนดูแลได้ ระยะไหนควรรักษาจริงจัง!
ใครเคยเป็นริดสีดวงแล้วแอบหวังแบบนี้บ้างครับ
“ถ้ารอไปก่อน มันจะยุบเองไหม?”
“ถ้าเลือดหยุดแล้ว แปลว่าหายหรือยัง?”
“ถ้ามีก้อนโผล่ออกมา แต่ดันกลับเข้าไปได้ ยังต้องรักษาไหม?”
เรื่องริดสีดวงมีจุดที่ทำให้คนสับสนเยอะครับ เพราะอาการมันขึ้น ๆ ลง ๆ ได้จริง บางช่วงแทบไม่รู้สึกอะไรเลย แต่พอท้องผูก เบ่งหนัก นั่งห้องน้ำนาน หรือมีท้องเสียหลายวัน ก้อนกลับบวม เลือดออก หรือเจ็บขึ้นมาอีก
ก่อนอื่นผมอยากอธิบายแบบนี้ครับ
ริดสีดวงไม่ได้หมายความว่าจะต้องผ่าทุกคน และก็ไม่ได้แปลว่าปล่อยไว้แล้วจะหายไปหมดทุกคน
สิ่งที่ “หายเอง” ได้บ่อยคืออาการ เช่น บวมลด เลือดหยุด เจ็บน้อยลง หรือก้อนยุบลงหลังแก้ท้องผูกและลดการเบ่ง
แต่เนื้อเยื่อริดสีดวงที่โป่งหรือหย่อนมากแล้ว อาจยังอยู่ และกลับมากำเริบได้ถ้าปัจจัยเดิมยังเหมือนเดิมครับ
ทีนี้คำถามสำคัญคือ เราอยู่ระดับไหน และระดับไหนยังดูแลเองได้ก่อน
1️⃣ ระยะที่ 1 ยังไม่มีก้อนโผล่ออกมา ส่วนใหญ่เริ่มจากปรับการขับถ่ายก่อน
ริดสีดวงภายในระยะที่ 1 มักยังอยู่ด้านในครับ
สิ่งที่คนสังเกตได้บ่อยคือ ถ่ายแล้วมีเลือดแดงสดติดกระดาษชำระ หยดลงโถ หรือเคลือบผิวอุจจาระ แต่ยังไม่มีก้อนยื่นออกมาทางทวาร
ระยะนี้หลายคนอาการดีขึ้นได้มากจากการแก้ “ต้นเหตุของแรงเบ่ง”
ถ้าถ่ายแข็ง เบ่งทุกวัน นั่งเล่นโทรศัพท์ในห้องน้ำนาน ๆ ต่อให้ทายาดีแค่ไหน สุดท้ายหลอดเลือดบริเวณนี้ก็ยังรับแรงซ้ำอยู่ครับ
สิ่งที่ผมให้ความสำคัญคือทำให้อุจจาระนิ่มและถ่ายง่ายขึ้น เพิ่มใยอาหารจากผัก ผลไม้ ถั่ว และธัญพืช ดื่มน้ำให้เหมาะกับร่างกาย ขยับตัวสม่ำเสมอ และพยายามเข้าห้องน้ำเมื่อปวด ไม่กลั้นไว้นาน
บางคนปรับแค่นี้ เลือดที่ออกเป็นพัก ๆ ก็หายไปได้ครับ
แต่มีเรื่องหนึ่งที่ผมอยากย้ำมาก
เลือดออกทางทวารไม่ควรถูกสรุปว่าเป็นริดสีดวงทุกครั้ง
โดยเฉพาะถ้าอายุเข้าเกณฑ์คัดกรองมะเร็งลำไส้ มีน้ำหนักลด ซีด ลักษณะการขับถ่ายเปลี่ยนไป มีประวัติครอบครัวมะเร็งลำไส้ หรือเลือดออกซ้ำ ๆ ควรให้แพทย์ประเมินครับ
2️⃣ ระยะที่ 2 ก้อนโผล่ตอนถ่าย แต่กลับเข้าเองได้ ยังดูแลแบบไม่ผ่าตัดได้ในหลายคน
ระยะนี้จะเริ่มรู้สึกชัดขึ้นครับ
ตอนเบ่งหรือถ่ายอาจมีก้อนยื่นออกมาที่ปากทวาร แต่พอถ่ายเสร็จ ก้อนก็หดกลับเข้าไปเอง
บางคนมีเลือดออก
บางคนคันหรือมีความรู้สึกเหมือนถ่ายไม่สุด
บางคนมีเมือกหรือระคายเคืองรอบทวารร่วมด้วย
ถ้าอาการไม่มาก ยังเริ่มด้วยการปรับพฤติกรรมเหมือนระยะที่ 1 ได้ครับ
จุดสำคัญมากคือ ลดการเบ่งและลดเวลานั่งห้องน้ำ
หลายคนบอกผมว่า “ผมนั่งไม่นานนะหมอ”
พอถามจริง ๆ
เข้าไปพร้อมโทรศัพท์
เปิดคลิปหนึ่งอัน
เลื่อนต่ออีกนิด
เงยหน้ามาอีกที 20 นาที
สำหรับริดสีดวง นี่คือการให้แรงกดบริเวณนั้นนานเกินไปครับ
พยายามทำธุระให้เสร็จแล้วออก ไม่ต้องนั่งรอว่า “เผื่อจะออกอีก”
ถ้าปรับแล้วเลือดยังออกบ่อย ก้อนยื่นรบกวนชีวิต หรือเป็นซ้ำเรื่อย ๆ แพทย์อาจพิจารณาวิธีรักษาแบบไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ เช่น การรัดยางริดสีดวง หรือ rubber band ligation ในริดสีดวงภายในบางรายครับ
3️⃣ ระยะที่ 3 ก้อนออกมาแล้วต้องใช้นิ้วดันกลับ อันนี้เริ่มควรคุยเรื่องรักษาจริงจัง
พอมาถึงระยะนี้ ลักษณะจะต่างจากระยะ 2 ชัดครับ
ก้อนออกมาตอนถ่ายแล้ว ไม่กลับเข้าไปเอง
ต้องใช้นิ้วช่วยดันกลับ
บางคนยังอยู่กับมันได้หลายปี เพราะไม่เจ็บมาก แต่เริ่มรำคาญ มีเลือดออกง่าย มีเมือก เปื้อนกางเกงใน หรือรู้สึกว่าต้องคอยดันกลับแทบทุกครั้งที่ถ่าย
ถ้าเป็นแบบนี้ ผมไม่ค่อยอยากให้พึ่งแค่ยาเหน็บหรือยาทาไปเรื่อย ๆ ครับ
ยาอาจช่วยลดอาการช่วงกำเริบ เช่น คัน ระคายเคือง หรือบวมได้ในบางคน แต่ไม่ได้แก้เนื้อเยื่อที่หย่อนลงมาแล้วทั้งหมด
แพทย์จะดูขนาด จำนวนก้อน อาการเลือดออก และความรบกวนชีวิตก่อนเลือกวิธี
บางรายยังใช้การรัดยางหรือหัตถการบางชนิดได้
บางรายถ้าก้อนใหญ่ ยื่นบ่อย หรือมีหลายก้อน อาจต้องคุยเรื่องการผ่าตัดหรือหัตถการที่เหมาะกับลักษณะริดสีดวงครับ
คำว่า “ต้องรักษาจริงจัง” ไม่ได้แปลว่าทุกคนต้องเข้าห้องผ่าตัดทันทีนะครับ
แต่หมายความว่า ไม่ควรใช้วิธีเดิมซ้ำไปเรื่อย ๆ ทั้งที่โครงสร้างมันเปลี่ยนไปแล้ว
4️⃣ ระยะที่ 4 ก้อนคาอยู่ข้างนอก ดันกลับไม่ได้ ควรประเมินกับแพทย์
ริดสีดวงภายในระยะที่ 4 คือก้อนยื่นออกมาและไม่สามารถดันกลับเข้าไปได้ตามปกติครับ
คนกลุ่มนี้อาจมีทั้งก้อนใหญ่ ระคายเคือง มีน้ำหรือเมือกซึม คัน เลือดออก หรือดูแลความสะอาดยากขึ้น
บางครั้งก้อนบวมมากจนเจ็บด้วย
ระยะนี้โดยทั่วไปควรให้แพทย์ประเมิน เพราะโอกาสที่ปรับอาหารอย่างเดียวแล้วก้อนจะกลับเข้าไปเหมือนระยะแรกค่อนข้างน้อย
วิธีรักษาขึ้นกับลักษณะจริงครับ
อาจเป็นการผ่าตัดริดสีดวงแบบมาตรฐาน หรือหัตถการอื่นตามความเหมาะสมกับแต่ละคน
อย่ากลัวคำว่า “ผ่า” จนยอมทนทุกวันนะครับ
ถ้าก้อนทำให้เลือดออกเรื้อรัง ดูแลยาก เจ็บบ่อย หรือรบกวนการใช้ชีวิต การรักษาที่เหมาะสมบางครั้งช่วยให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นมากกว่าการพยายามประคองอาการไปทุกเดือน
5️⃣ ถ้าเป็น “ริดสีดวงภายนอก” อย่าเอาระยะ 1–4 ไปใช้ปนกัน
ตรงนี้คนสับสนกันเยอะมากครับ
การแบ่งระยะ 1–4 ที่พูดมาตั้งแต่ต้น ใช้กับ ริดสีดวงภายใน เป็นหลัก
ส่วนริดสีดวงภายนอกอยู่บริเวณรอบปากทวาร และถ้ามีลิ่มเลือดเกิดขึ้นข้างใน จะเรียกว่า thrombosed external hemorrhoid
อันนี้มักมาแบบค่อนข้างชัด
อยู่ ๆ มีก้อนเจ็บมาก
นั่งลำบาก
จับแล้วเป็นไตแข็ง
บางคนก้อนมีสีคล้ำออกม่วง
อาการปวดมักแรงในช่วงแรก แล้วหลายกรณีค่อย ๆ ดีขึ้นในช่วงหลายวันถึงสองสามสัปดาห์เมื่อร่างกายค่อย ๆ จัดการลิ่มเลือดครับ
แต่ถ้าปวดมาก โดยเฉพาะเพิ่งเริ่มในช่วงสั้น ๆ แพทย์อาจพิจารณาหัตถการเอาลิ่มเลือดหรือก้อนออกในบางกรณี
ดังนั้นอย่าเห็นคำว่า “ริดสีดวง” แล้วใช้วิธีรักษาเดียวกันหมดครับ
ชนิดภายในกับภายนอก ลักษณะปัญหาและแนวทางรักษาไม่เหมือนกันทั้งหมด
แล้วริดสีดวง “หายเอง” ได้ไหม?
ถ้าตอบให้ตรงที่สุด ผมจะตอบว่า
อาการอาจหายเองหรือดีขึ้นได้ โดยเฉพาะระยะต้น แต่ตัวริดสีดวงไม่ได้หายถาวรทุกคนครับ
ถ้าแก้เรื่องท้องผูก
ถ่ายนิ่มขึ้น
หยุดเบ่งหนัก
นั่งห้องน้ำน้อยลง
ขยับมากขึ้น
ก้อนที่บวมอยู่สามารถยุบลง เลือดหยุด และไม่มีอาการเป็นเดือนหรือเป็นปีได้
แต่ถ้าริดสีดวงหย่อนมากจนต้องดันกลับ หรือคาอยู่ภายนอกตลอด การคาดหวังให้กินผักแล้วก้อนหายไปหมดอาจไม่สมจริงครับ
ผมชอบให้ดูที่ อาการและการรบกวนชีวิต มากกว่าดูคำว่า “มีริดสีดวงหรือไม่มี”
ถ้ามีแต่ไม่เลือดออก ไม่ปวด ไม่ยื่นรบกวน และแพทย์ประเมินแล้วไม่มีสิ่งอื่นน่ากังวล หลายคนไม่จำเป็นต้องทำอะไรใหญ่โตครับ
ถ้าจะดูแลให้ริดสีดวงสงบ ผมอยากให้แก้การขับถ่ายก่อน
• เพิ่มใยอาหารและอาหารที่มีจุลินทรีย์อย่างค่อยเป็นค่อยไป ถ้าปกติกินผักน้อยแล้วเพิ่มทีเดียวเยอะมาก บางคนจะท้องอืดจนถอดใจเสียก่อน
• ดื่มน้ำให้เพียงพอตามสุขภาพและกิจกรรมของตัวเอง แต่คนที่ต้องจำกัดน้ำจากโรคหัวใจหรือโรคไตควรทำตามแผนของแพทย์
• ถ้าอุจจาระแข็งมาก อาจต้องใช้ยาที่ช่วยให้อุจจาระนิ่มตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร แทนการปล่อยให้เบ่งทุกวัน
• เข้าห้องน้ำเมื่อปวด ไม่กลั้นนาน และไม่จำเป็นต้องนั่งแช่เผื่อว่าจะถ่ายเพิ่ม
• ขยับร่างกายสม่ำเสมอ เพราะการนั่งทั้งวันและท้องผูกมักเดินมาด้วยกัน
• ช่วงที่ระคายเคือง การแช่น้ำอุ่นหรือดูแลความสะอาดอย่างอ่อนโยนอาจช่วยให้อาการสบายขึ้นได้ในบางคน
สิ่งที่ผมไม่อยากให้ทำคือ ซื้อยาเหน็บหรือยาทามาใช้ต่อเนื่องหลายสัปดาห์โดยไม่รู้ว่าเป็นริดสีดวงจริงหรือไม่ครับ
โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่มีสเตียรอยด์ ใช้นานเกินไปอาจทำให้ผิวบริเวณนั้นบางและระคายเคืองมากขึ้นได้
มีเลือดแบบไหนที่ไม่ควรนั่งรอดูว่า “เดี๋ยวริดสีดวงก็หาย”?
เรื่องนี้สำคัญที่สุดของบทความเลยครับ
ถ่ายเป็นเลือดแดงสดพบในริดสีดวงได้จริง
แต่เลือดออกจากลำไส้ยังเกิดจากแผลปริทวาร ติ่งเนื้อ ลำไส้อักเสบ มะเร็งลำไส้ และโรคอื่นได้เหมือนกัน
ถ้าเลือดออกซ้ำ ๆ ปริมาณมากจนหน้ามืด ใจสั่น ซีด มีอุจจาระดำ น้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจ ปวดท้องผิดปกติ ลักษณะการขับถ่ายเปลี่ยนไปนาน หรืออายุถึงช่วงที่ควรคัดกรองมะเร็งลำไส้แต่ยังไม่เคยตรวจ ผมอยากให้ไปประเมินครับ
อย่าใช้ประโยคว่า
“ผมเป็นริดสีดวงอยู่แล้ว เลือดคงมาจากอันเดิม”
เพราะต่อให้มีริดสีดวงจริง ก็ยังสามารถมีโรคอื่นพร้อมกันได้ครับ
ริดสีดวงไม่ใช่โรคที่ทุกคนต้องผ่าครับ
ถ้าเป็นระยะต้น โดยเฉพาะระยะ 1–2 และอาการไม่มาก การแก้ท้องผูก ลดการเบ่ง เพิ่มใยอาหาร และปรับพฤติกรรมการขับถ่าย ทำให้อาการสงบลงได้มากในหลายคน
แต่ถ้าก้อนยื่นออกมาแล้วต้องดันกลับบ่อย ๆ เป็นระยะ 3 หรือคาอยู่ข้างนอก ดันกลับไม่ได้แบบระยะ 4 รวมถึงเลือดออกซ้ำหรือรบกวนชีวิตมาก ควรคุยกับแพทย์เรื่องหัตถการหรือการรักษาที่จริงจังขึ้นครับ
สิ่งที่ผมอยากให้จำที่สุดคือ อย่าโฟกัสแค่ว่า “ก้อนหายไหม”
ให้ดูด้วยว่าเรายังถ่ายแข็งไหม ยังเบ่งทุกวันไหม เลือดยังออกไหม และมีสัญญาณอะไรที่อาจไม่ใช่ริดสีดวงหรือเปล่า
เพราะถ้ายังปล่อยต้นเหตุเดิมไว้ ต่อให้ก้อนยุบวันนี้ อีกไม่กี่เดือนก็กลับมาทักทายกันใหม่ได้ครับ
