ผิดคาดหมด "ริดสีดวงหายเองได้ไหม" หมอมาตอบเอง หลายคนไม่เคยรู้

"ริดสีดวงหายเองได้ไหม?" เช็กอาการแต่ละระยะ ตั้งแต่ระยะ 1–4 พร้อมวิธีดูแลตัวเอง และสัญญาณเตือนที่ควรพบแพทย์

"หมอเจดนพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา ได้ออกมาโพสต์ข้อความระบุว่า 

ริดสีดวงหายเองได้ไหม? ระยะไหนดูแลได้ ระยะไหนควรรักษาจริงจัง!
ใครเคยเป็นริดสีดวงแล้วแอบหวังแบบนี้บ้างครับ
“ถ้ารอไปก่อน มันจะยุบเองไหม?”
“ถ้าเลือดหยุดแล้ว แปลว่าหายหรือยัง?”
“ถ้ามีก้อนโผล่ออกมา แต่ดันกลับเข้าไปได้ ยังต้องรักษาไหม?”
เรื่องริดสีดวงมีจุดที่ทำให้คนสับสนเยอะครับ เพราะอาการมันขึ้น ๆ ลง ๆ ได้จริง บางช่วงแทบไม่รู้สึกอะไรเลย แต่พอท้องผูก เบ่งหนัก นั่งห้องน้ำนาน หรือมีท้องเสียหลายวัน ก้อนกลับบวม เลือดออก หรือเจ็บขึ้นมาอีก
ก่อนอื่นผมอยากอธิบายแบบนี้ครับ
ริดสีดวงไม่ได้หมายความว่าจะต้องผ่าทุกคน และก็ไม่ได้แปลว่าปล่อยไว้แล้วจะหายไปหมดทุกคน
สิ่งที่ “หายเอง” ได้บ่อยคืออาการ เช่น บวมลด เลือดหยุด เจ็บน้อยลง หรือก้อนยุบลงหลังแก้ท้องผูกและลดการเบ่ง
แต่เนื้อเยื่อริดสีดวงที่โป่งหรือหย่อนมากแล้ว อาจยังอยู่ และกลับมากำเริบได้ถ้าปัจจัยเดิมยังเหมือนเดิมครับ
ทีนี้คำถามสำคัญคือ เราอยู่ระดับไหน และระดับไหนยังดูแลเองได้ก่อน

ผิดคาดหมด "ริดสีดวงหายเองได้ไหม" หมอมาตอบเอง หลายคนไม่เคยรู้

1️⃣ ระยะที่ 1 ยังไม่มีก้อนโผล่ออกมา ส่วนใหญ่เริ่มจากปรับการขับถ่ายก่อน
ริดสีดวงภายในระยะที่ 1 มักยังอยู่ด้านในครับ
สิ่งที่คนสังเกตได้บ่อยคือ ถ่ายแล้วมีเลือดแดงสดติดกระดาษชำระ หยดลงโถ หรือเคลือบผิวอุจจาระ แต่ยังไม่มีก้อนยื่นออกมาทางทวาร
ระยะนี้หลายคนอาการดีขึ้นได้มากจากการแก้ “ต้นเหตุของแรงเบ่ง”
ถ้าถ่ายแข็ง เบ่งทุกวัน นั่งเล่นโทรศัพท์ในห้องน้ำนาน ๆ ต่อให้ทายาดีแค่ไหน สุดท้ายหลอดเลือดบริเวณนี้ก็ยังรับแรงซ้ำอยู่ครับ
สิ่งที่ผมให้ความสำคัญคือทำให้อุจจาระนิ่มและถ่ายง่ายขึ้น เพิ่มใยอาหารจากผัก ผลไม้ ถั่ว และธัญพืช ดื่มน้ำให้เหมาะกับร่างกาย ขยับตัวสม่ำเสมอ และพยายามเข้าห้องน้ำเมื่อปวด ไม่กลั้นไว้นาน
บางคนปรับแค่นี้ เลือดที่ออกเป็นพัก ๆ ก็หายไปได้ครับ
แต่มีเรื่องหนึ่งที่ผมอยากย้ำมาก
เลือดออกทางทวารไม่ควรถูกสรุปว่าเป็นริดสีดวงทุกครั้ง
โดยเฉพาะถ้าอายุเข้าเกณฑ์คัดกรองมะเร็งลำไส้ มีน้ำหนักลด ซีด ลักษณะการขับถ่ายเปลี่ยนไป มีประวัติครอบครัวมะเร็งลำไส้ หรือเลือดออกซ้ำ ๆ ควรให้แพทย์ประเมินครับ

2️⃣ ระยะที่ 2 ก้อนโผล่ตอนถ่าย แต่กลับเข้าเองได้ ยังดูแลแบบไม่ผ่าตัดได้ในหลายคน
ระยะนี้จะเริ่มรู้สึกชัดขึ้นครับ
ตอนเบ่งหรือถ่ายอาจมีก้อนยื่นออกมาที่ปากทวาร แต่พอถ่ายเสร็จ ก้อนก็หดกลับเข้าไปเอง
บางคนมีเลือดออก
บางคนคันหรือมีความรู้สึกเหมือนถ่ายไม่สุด
บางคนมีเมือกหรือระคายเคืองรอบทวารร่วมด้วย
ถ้าอาการไม่มาก ยังเริ่มด้วยการปรับพฤติกรรมเหมือนระยะที่ 1 ได้ครับ
จุดสำคัญมากคือ ลดการเบ่งและลดเวลานั่งห้องน้ำ
หลายคนบอกผมว่า “ผมนั่งไม่นานนะหมอ”
พอถามจริง ๆ
เข้าไปพร้อมโทรศัพท์
เปิดคลิปหนึ่งอัน
เลื่อนต่ออีกนิด
เงยหน้ามาอีกที 20 นาที
สำหรับริดสีดวง นี่คือการให้แรงกดบริเวณนั้นนานเกินไปครับ
พยายามทำธุระให้เสร็จแล้วออก ไม่ต้องนั่งรอว่า “เผื่อจะออกอีก”
ถ้าปรับแล้วเลือดยังออกบ่อย ก้อนยื่นรบกวนชีวิต หรือเป็นซ้ำเรื่อย ๆ แพทย์อาจพิจารณาวิธีรักษาแบบไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ เช่น การรัดยางริดสีดวง หรือ rubber band ligation ในริดสีดวงภายในบางรายครับ

3️⃣ ระยะที่ 3 ก้อนออกมาแล้วต้องใช้นิ้วดันกลับ อันนี้เริ่มควรคุยเรื่องรักษาจริงจัง
พอมาถึงระยะนี้ ลักษณะจะต่างจากระยะ 2 ชัดครับ
ก้อนออกมาตอนถ่ายแล้ว ไม่กลับเข้าไปเอง
ต้องใช้นิ้วช่วยดันกลับ
บางคนยังอยู่กับมันได้หลายปี เพราะไม่เจ็บมาก แต่เริ่มรำคาญ มีเลือดออกง่าย มีเมือก เปื้อนกางเกงใน หรือรู้สึกว่าต้องคอยดันกลับแทบทุกครั้งที่ถ่าย
ถ้าเป็นแบบนี้ ผมไม่ค่อยอยากให้พึ่งแค่ยาเหน็บหรือยาทาไปเรื่อย ๆ ครับ
ยาอาจช่วยลดอาการช่วงกำเริบ เช่น คัน ระคายเคือง หรือบวมได้ในบางคน แต่ไม่ได้แก้เนื้อเยื่อที่หย่อนลงมาแล้วทั้งหมด
แพทย์จะดูขนาด จำนวนก้อน อาการเลือดออก และความรบกวนชีวิตก่อนเลือกวิธี
บางรายยังใช้การรัดยางหรือหัตถการบางชนิดได้
บางรายถ้าก้อนใหญ่ ยื่นบ่อย หรือมีหลายก้อน อาจต้องคุยเรื่องการผ่าตัดหรือหัตถการที่เหมาะกับลักษณะริดสีดวงครับ
คำว่า “ต้องรักษาจริงจัง” ไม่ได้แปลว่าทุกคนต้องเข้าห้องผ่าตัดทันทีนะครับ
แต่หมายความว่า ไม่ควรใช้วิธีเดิมซ้ำไปเรื่อย ๆ ทั้งที่โครงสร้างมันเปลี่ยนไปแล้ว

4️⃣ ระยะที่ 4 ก้อนคาอยู่ข้างนอก ดันกลับไม่ได้ ควรประเมินกับแพทย์
ริดสีดวงภายในระยะที่ 4 คือก้อนยื่นออกมาและไม่สามารถดันกลับเข้าไปได้ตามปกติครับ
คนกลุ่มนี้อาจมีทั้งก้อนใหญ่ ระคายเคือง มีน้ำหรือเมือกซึม คัน เลือดออก หรือดูแลความสะอาดยากขึ้น
บางครั้งก้อนบวมมากจนเจ็บด้วย
ระยะนี้โดยทั่วไปควรให้แพทย์ประเมิน เพราะโอกาสที่ปรับอาหารอย่างเดียวแล้วก้อนจะกลับเข้าไปเหมือนระยะแรกค่อนข้างน้อย
วิธีรักษาขึ้นกับลักษณะจริงครับ
อาจเป็นการผ่าตัดริดสีดวงแบบมาตรฐาน หรือหัตถการอื่นตามความเหมาะสมกับแต่ละคน
อย่ากลัวคำว่า “ผ่า” จนยอมทนทุกวันนะครับ
ถ้าก้อนทำให้เลือดออกเรื้อรัง ดูแลยาก เจ็บบ่อย หรือรบกวนการใช้ชีวิต การรักษาที่เหมาะสมบางครั้งช่วยให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นมากกว่าการพยายามประคองอาการไปทุกเดือน

5️⃣ ถ้าเป็น “ริดสีดวงภายนอก” อย่าเอาระยะ 1–4 ไปใช้ปนกัน
ตรงนี้คนสับสนกันเยอะมากครับ
การแบ่งระยะ 1–4 ที่พูดมาตั้งแต่ต้น ใช้กับ ริดสีดวงภายใน เป็นหลัก
ส่วนริดสีดวงภายนอกอยู่บริเวณรอบปากทวาร และถ้ามีลิ่มเลือดเกิดขึ้นข้างใน จะเรียกว่า thrombosed external hemorrhoid
อันนี้มักมาแบบค่อนข้างชัด
อยู่ ๆ มีก้อนเจ็บมาก
นั่งลำบาก
จับแล้วเป็นไตแข็ง
บางคนก้อนมีสีคล้ำออกม่วง
อาการปวดมักแรงในช่วงแรก แล้วหลายกรณีค่อย ๆ ดีขึ้นในช่วงหลายวันถึงสองสามสัปดาห์เมื่อร่างกายค่อย ๆ จัดการลิ่มเลือดครับ
แต่ถ้าปวดมาก โดยเฉพาะเพิ่งเริ่มในช่วงสั้น ๆ แพทย์อาจพิจารณาหัตถการเอาลิ่มเลือดหรือก้อนออกในบางกรณี

ดังนั้นอย่าเห็นคำว่า “ริดสีดวง” แล้วใช้วิธีรักษาเดียวกันหมดครับ
ชนิดภายในกับภายนอก ลักษณะปัญหาและแนวทางรักษาไม่เหมือนกันทั้งหมด
แล้วริดสีดวง “หายเอง” ได้ไหม?
ถ้าตอบให้ตรงที่สุด ผมจะตอบว่า
อาการอาจหายเองหรือดีขึ้นได้ โดยเฉพาะระยะต้น แต่ตัวริดสีดวงไม่ได้หายถาวรทุกคนครับ
ถ้าแก้เรื่องท้องผูก
ถ่ายนิ่มขึ้น
หยุดเบ่งหนัก
นั่งห้องน้ำน้อยลง
ขยับมากขึ้น

ก้อนที่บวมอยู่สามารถยุบลง เลือดหยุด และไม่มีอาการเป็นเดือนหรือเป็นปีได้
แต่ถ้าริดสีดวงหย่อนมากจนต้องดันกลับ หรือคาอยู่ภายนอกตลอด การคาดหวังให้กินผักแล้วก้อนหายไปหมดอาจไม่สมจริงครับ
ผมชอบให้ดูที่ อาการและการรบกวนชีวิต มากกว่าดูคำว่า “มีริดสีดวงหรือไม่มี”
ถ้ามีแต่ไม่เลือดออก ไม่ปวด ไม่ยื่นรบกวน และแพทย์ประเมินแล้วไม่มีสิ่งอื่นน่ากังวล หลายคนไม่จำเป็นต้องทำอะไรใหญ่โตครับ

ถ้าจะดูแลให้ริดสีดวงสงบ ผมอยากให้แก้การขับถ่ายก่อน

• เพิ่มใยอาหารและอาหารที่มีจุลินทรีย์อย่างค่อยเป็นค่อยไป ถ้าปกติกินผักน้อยแล้วเพิ่มทีเดียวเยอะมาก บางคนจะท้องอืดจนถอดใจเสียก่อน
• ดื่มน้ำให้เพียงพอตามสุขภาพและกิจกรรมของตัวเอง แต่คนที่ต้องจำกัดน้ำจากโรคหัวใจหรือโรคไตควรทำตามแผนของแพทย์
• ถ้าอุจจาระแข็งมาก อาจต้องใช้ยาที่ช่วยให้อุจจาระนิ่มตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร แทนการปล่อยให้เบ่งทุกวัน
• เข้าห้องน้ำเมื่อปวด ไม่กลั้นนาน และไม่จำเป็นต้องนั่งแช่เผื่อว่าจะถ่ายเพิ่ม
• ขยับร่างกายสม่ำเสมอ เพราะการนั่งทั้งวันและท้องผูกมักเดินมาด้วยกัน
• ช่วงที่ระคายเคือง การแช่น้ำอุ่นหรือดูแลความสะอาดอย่างอ่อนโยนอาจช่วยให้อาการสบายขึ้นได้ในบางคน

สิ่งที่ผมไม่อยากให้ทำคือ ซื้อยาเหน็บหรือยาทามาใช้ต่อเนื่องหลายสัปดาห์โดยไม่รู้ว่าเป็นริดสีดวงจริงหรือไม่ครับ
โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่มีสเตียรอยด์ ใช้นานเกินไปอาจทำให้ผิวบริเวณนั้นบางและระคายเคืองมากขึ้นได้
มีเลือดแบบไหนที่ไม่ควรนั่งรอดูว่า “เดี๋ยวริดสีดวงก็หาย”?
เรื่องนี้สำคัญที่สุดของบทความเลยครับ
ถ่ายเป็นเลือดแดงสดพบในริดสีดวงได้จริง
แต่เลือดออกจากลำไส้ยังเกิดจากแผลปริทวาร ติ่งเนื้อ ลำไส้อักเสบ มะเร็งลำไส้ และโรคอื่นได้เหมือนกัน
ถ้าเลือดออกซ้ำ ๆ ปริมาณมากจนหน้ามืด ใจสั่น ซีด มีอุจจาระดำ น้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจ ปวดท้องผิดปกติ ลักษณะการขับถ่ายเปลี่ยนไปนาน หรืออายุถึงช่วงที่ควรคัดกรองมะเร็งลำไส้แต่ยังไม่เคยตรวจ ผมอยากให้ไปประเมินครับ
อย่าใช้ประโยคว่า
“ผมเป็นริดสีดวงอยู่แล้ว เลือดคงมาจากอันเดิม”
เพราะต่อให้มีริดสีดวงจริง ก็ยังสามารถมีโรคอื่นพร้อมกันได้ครับ
ริดสีดวงไม่ใช่โรคที่ทุกคนต้องผ่าครับ
ถ้าเป็นระยะต้น โดยเฉพาะระยะ 1–2 และอาการไม่มาก การแก้ท้องผูก ลดการเบ่ง เพิ่มใยอาหาร และปรับพฤติกรรมการขับถ่าย ทำให้อาการสงบลงได้มากในหลายคน
แต่ถ้าก้อนยื่นออกมาแล้วต้องดันกลับบ่อย ๆ เป็นระยะ 3 หรือคาอยู่ข้างนอก ดันกลับไม่ได้แบบระยะ 4 รวมถึงเลือดออกซ้ำหรือรบกวนชีวิตมาก ควรคุยกับแพทย์เรื่องหัตถการหรือการรักษาที่จริงจังขึ้นครับ

สิ่งที่ผมอยากให้จำที่สุดคือ อย่าโฟกัสแค่ว่า “ก้อนหายไหม”
ให้ดูด้วยว่าเรายังถ่ายแข็งไหม ยังเบ่งทุกวันไหม เลือดยังออกไหม และมีสัญญาณอะไรที่อาจไม่ใช่ริดสีดวงหรือเปล่า
เพราะถ้ายังปล่อยต้นเหตุเดิมไว้ ต่อให้ก้อนยุบวันนี้ อีกไม่กี่เดือนก็กลับมาทักทายกันใหม่ได้ครับ