- 17 ก.ย. 2569
ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศโปรดเกล้าฯให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่อดีตข้าราชการตุลาการ สังกัดศาลยุติธรรม จำนวน 9 ราย ประพฤติชั่วร้ายแรงจนถูกไล่ออก
ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ อดีตข้าราชการตุลาการศาลยุติธรรม ๙ ราย หลังถูกลงโทษไล่ออกและให้ออกจากราชการจากความผิดทางวินัย พร้อมถอนชื่อออกจากรายชื่อผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์แล้ว
วันที่ ๑๗ กันยาน ๒๕๖๙ เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่อดีตข้าราชการตุลาการ สังกัดศาลยุติธรรม จำนวน ๙ ราย ได้รับพระราชทานทุกชั้นตรา เนื่องจากถูกลงโทษไล่ออก และให้ออกจากราชการ โดยคำสั่งอันถึงที่สุด ตามข้อ ๖ และข้อ ๗ (๔) ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ พ.ศ. ๒๕๔๘ ดังนี้
๑. นายเลิศพงษ์ พุ่มนาวิน ตำแหน่งเลขานุการศาลอุทธรณ์ภาค ๒ สังกัดศาลยุติธรรม กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ฐานทุจริตต่อหน้าที่ราชการ ไม่ถือและปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนและประเพณีของทางราชการและจริยธรรมของข้าราชการตุลาการ และการไม่ถือปฏิบัตินั้นเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง และเป็นการประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๗๗ (๑) (๓) และ (๕) และมีคำสั่งลงโทษไล่ออกจากราชการ ตั้งแต่วันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ อันเป็นวันที่สั่งพักราชการ ให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นมหาปรมาภรณ์ช้างเผือก มหาวชิรมงกุฎ ประถมาภรณ์ช้างเผือก ประถมาภรณ์มงกุฎไทย ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก และทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย
๒. นายสราวุธ ศิริภาณุรักษ์ ตำแหน่งผู้พิพากษาศาลฎีกา สังกัดศาลยุติธรรม กระทำผิดวินัยไม่ร้ายแรง ฐานไม่ถือและปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนและประเพณีปฏิบัติของทางราชการและจริยธรรมของข้าราชการตุลาการตามที่ ก.ต. กำหนด ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๖๒ ประกอบประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการ ข้อ ๑ และข้อ ๔๓ โดยที่เป็นกรณีที่ผลการสอบสวนไม่ได้ความเป็นสัตย์ว่า นายสราวุธ ศิริภาณุรักษ์ กระทำผิดที่จะต้องถูกลงโทษไล่ออก ปลดออก หรือให้ออก แต่เห็นว่ามีมลทินหรือมัวหมอง ซึ่งหากให้รับราชการต่อไปจะเป็นการเสียหายแก่ราชการ ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๓๕ วรรคสอง (๑) และมีคำสั่งลงโทษให้ออกจากราชการ ตั้งแต่วันที่ ๗ มิถุนายน ๒๕๖๔ ให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นมหาปรมาภรณ์ช้างเผือก มหาวชิรมงกุฎ ประถมาภรณ์ช้างเผือก ประถมาภรณ์มงกุฎไทย ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก ทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย ตริตาภรณ์ช้างเผือก ตริตาภรณ์มงกุฎไทย จตุรถาภรณ์ช้างเผือก และเหรียญจักรพรรดิมาลา
๓. นายปรเมษฐ์หรือนายคมสัน โตวิวัฒน์ ตำแหน่งอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค ๑ สังกัดศาลยุติธรรม กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ฐานเข้าไปก้าวก่ายแทรกแซงการพิจารณาพิพากษาคดีของข้าราชการตุลาการอื่น อันเป็นเหตุให้การพิจารณาพิพากษาของข้าราชการตุลาการอื่นขาดความเป็นอิสระหรือความยุติธรรม ซึ่งพฤติการณ์ดังกล่าวส่อไปในทางทุจริต และไม่ถือปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนและประเพณีปฏิบัติของทางราชการและจริยธรรมของข้าราชการตุลาการตามที่ ก.ต. กำหนด ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๖๒ และมาตรา ๖๖ ประกอบประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการ ข้อ ๓๗ และมีคำสั่งลงโทษให้ออกจากราชการ ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๔ อันเป็นวันที่มีคำสั่งให้พ้นจากราชการและพ้นจากตำแหน่ง ให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นมหาปรมาภรณ์ช้างเผือก มหาวชิรมงกุฎ ประถมาภรณ์ช้างเผือก ประถมาภรณ์มงกุฎไทย ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก ทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย ตริตาภรณ์ช้างเผือก ตริตาภรณ์มงกุฎไทย จตุรถาภรณ์ช้างเผือก และเหรียญจักรพรรดิมาลา
๔. นายชยกร ธนาวัชน์ หรือนายวิชญ์ธรรมนาถ สุวรรณโกตา หรือนายชยกร สุวรรณโกตา ตำแหน่งผู้พิพากษาศาลจังหวัดภูเก็ตแผนกคดีเยาวชนและครอบครัว สังกัดศาลยุติธรรม กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ฐานประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๗๗ (๕) และมีคำสั่งลงโทษไล่ออกจากราชการ ตั้งแต่วันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๖๕ ให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นมหาวชิรมงกุฎ ประถมาภรณ์ช้างเผือก ประถมาภรณ์มงกุฎไทย ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก และทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย
๕. นายอรรถพร เพชรแก้ว ตำแหน่งผู้พิพากษาศาลจังหวัดสงขลา สังกัดศาลยุติธรรม กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ฐานไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวัง ทำให้เกิดความเสียหายแก่ราชการ ไม่ถือและปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนและประเพณีปฏิบัติของทางราชการ และจริยธรรมของข้าราชการตุลาการตามที่ ก.ต. กำหนด และเข้าไปก้าวก่ายหรือแทรกแซงดุลยพินิจการสั่งปล่อยชั่วคราวของข้าราชการตุลาการอื่น อันเป็นเหตุให้การพิจารณาพิพากษาคดีของข้าราชการตุลาการอื่นขาดความเป็นอิสระหรือความยุติธรรม ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๕๗ วรรคหนึ่ง มาตรา ๖๒ และมาตรา ๖๖ ประกอบประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการ ข้อ ๑ ข้อ ๑๑ วรรคสอง และข้อ ๓๗ เห็นสมควรลงโทษให้ออกจากราชการ ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๗๖ (๓) และมีคำสั่งลงโทษให้ออกจากราชการ ตั้งแต่วันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๖๖ ให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นประถมาภรณ์มงกุฎไทย ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก และทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย
๖. นายชาญวุฒิ บุญญเขตโภศล ตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดน่าน สังกัดศาลยุติธรรม กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๖๒ ประกอบระเบียบคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม ว่าด้วยรถราชการและค่าตอบแทนเหมาจ่ายแทนการจัดหารถประจำตำแหน่ง พ.ศ. ๒๕๔๗ ข้อ ๓๔ เห็นสมควรลงโทษให้ออกจากราชการ ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๗๖ (๓) และมีคำสั่งลงโทษให้ออกจากราชการ ตั้งแต่วันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๖๖ ให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นมหาวชิรมงกุฎ ประถมาภรณ์ช้างเผือก ประถมาภรณ์มงกุฎไทย ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก ทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย ตริตาภรณ์มงกุฎไทย จตุรถาภรณ์ช้างเผือก และเหรียญจักรพรรดิมาลา
๗. นายอนันต์ ธนาวัฒนากุล ตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดระนอง สังกัดศาลยุติธรรม กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ฐานเข้าไปก้าวก่ายหรือแทรกแซงดุลยพินิจของผู้พิพากษาอื่นในการสั่งคำร้องขอปล่อยชั่วคราว ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของการพิจารณาพิพากษาคดี อันเป็นเหตุให้ข้าราชการตุลาการอื่นขาดความเป็นอิสระหรือความยุติธรรมและฐานไม่ถือและปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนและประเพณีปฏิบัติของทางราชการและจริยธรรมของข้าราชการตุลาการตามที่ ก.ต. กำหนด ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๖๒ และมาตรา ๖๖ ประกอบประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการ ข้อ ๓๗ เห็นสมควรลงโทษให้ออกจากราชการ ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๗๖ (๓) และมีคำสั่งลงโทษให้ออกจากราชการ ตั้งแต่วันที่ ๒๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ ให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นมหาปรมาภรณ์ช้างเผือก มหาวชิรมงกุฎ ประถมาภรณ์ช้างเผือก ประถมาภรณ์มงกุฎไทย ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก และทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย
๘. นายประดิษฐ์ อัครทวีทอง ตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดมุกดาหาร สังกัดศาลยุติธรรม กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ฐานละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่ราชการ โดยไม่อุทิศเวลาของตนให้แก่ราชการและไม่ถือและปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนและประเพณีปฏิบัติของทางราชการและจริยธรรมของข้าราชการตุลาการตามที่ ก.ต. กำหนด ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๕๕ และมาตรา ๖๒ ประกอบประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการ ข้อ ๓๕ และกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ฐานกระทำการอื่นใดซึ่งความประพฤติหรือการกระทำดังกล่าวอาจทำให้เสียเกียรติศักดิ์แห่งตำแหน่งหน้าที่ราชการ และเป็นการไม่ถือและปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนและประเพณีปฏิบัติของทางราชการ และจริยธรรมของข้าราชการตุลาการตามที่ ก.ต. กำหนด ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๖๐ วรรคสอง และมาตรา ๖๒ ประกอบประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการ ข้อ ๓๕ และมีคำสั่งลงโทษให้ออกจากราชการ ตั้งแต่วันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๖๗ ให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นมหาวชิรมงกุฎ ประถมาภรณ์ช้างเผือก ประถมาภรณ์มงกุฎไทย ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก และทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย
๙. นายณัฐจักรธร มีมากบาง ตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดระนอง สังกัดศาลยุติธรรม กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ฐานไม่อุทิศเวลาของตนให้แก่ราชการ ละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่ราชการ กระทำการอื่นใดซึ่งความประพฤติหรือการกระทำดังกล่าวอาจทำให้เสียเกียรติศักดิ์แห่งตำแหน่งหน้าที่ราชการ ไม่อุตสาหะและอำนวยความสะดวกในหน้าที่ราชการ ไม่ถือและปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนและประเพณีปฏิบัติของทางราชการและจริยธรรมของข้าราชการตุลาการตามที่ ก.ต. กำหนด และไม่ยึดถือจริยธรรมและประเพณีอันดีของตุลาการ ทั้งไม่วางตนให้เป็นที่เชื่อถือศรัทธาของคนทั่วไป ตามมาตรา ๕๘ มาตรา ๖๐ วรรคสอง มาตรา ๖๒ และมาตรา ๖๔ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ ประกอบประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการ ข้อ ๓๕ เห็นสมควรลงโทษให้ออกจากราชการ ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๗๖ (๓) และมีคำสั่งลงโทษให้ออกจากราชการ ตั้งแต่วันที่ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ ให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นประถมาภรณ์ช้างเผือก ประถมาภรณ์มงกุฎไทย ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก และทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย
ทั้งนี้ บุคคลทั้ง ๙ ราย เป็นผู้ถูกถอนชื่อออกจากรายชื่อผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องแล้ว
ประกาศ ณ วันที่ ๑๔ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๙
