- 22 ก.ย. 2569
เช็กวิธีรับเงิน 1,000 บาท "ไทยช่วยไทย พลัส เฟส 2" ผ่านแอปฯเป๋าตัง หลัง ครม.เคาะต่ออายุ "ไทยช่วยไทยพลัส" อีก 2 เดือน พ.ย.-ต.ค.69
ไทยช่วยไทย พลัส เฟส 2 ต่ออายุอีก 2 เดือน ล่าสุด 22 ก.ย.69 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานการแถลงข่าว โครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส" ณ ศูนย์แถลงข่าวรัฐบาล ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล มีรายละเอียดต่างๆที่น่าสนใจ รวมทั้งวิธีรับเงิน 1,000 บาท "ไทยช่วยไทย พลัส" ช่วงเดือนตุลาคม - พฤศจิกายน 2569 สำหรับคนเก่า และ กลุ่มที่ลงทะเบียนใหม่
โดย ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้ให้ต่ออายุโครงการไทยช่วยไทย พลัส 60/10 ออกไปอีก 2 เดือน ในเดือน ต.ค.-พ.ย. 2569 โดยมีวงเงินใช้จ่าย 1,000 บาท ที่รัฐสมทบให้ ซึ่งอยู่ภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานฯ พ.ศ. 2569 ภายหลังโครงการเดิมได้สิ้นสุดระยะเวลาในวันที่ 30 ก.ย. 2569
- โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (เพิ่มเติม)
จะมุ่งเน้น การช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบให้กับประชาชนกลุ่มเปราะบางผ่านกลไกของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน ) และ การบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายและประคับประคองกำลังซื้อภาคประชาชนรวมถึงช่วยเหลือผู้ค้าขายรายย่อยให้สามารถประกอบอาชีพได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศผ่านโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) โดยมีรายละเอียด ดังนี้
1. โครงการเพิ่มวงเงินเพิ่มเติมฯ
โครงการเพิ่มวงเงินเพิ่มเติมฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อเยียวยาผู้มีรายได้น้อยซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเปราะบางทางด้านรายได้ ทรัพย์สิน และหนี้สิน จึงเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบอย่างรวดเร็วและรุนแรงจากสถานการณ์วิกฤตความผันผวนของราคาพลังงานอย่างต่อเนื่อง โดยการเพิ่มวงเงินค่าซื้อสินค้าจากร้านค้าธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น และร้านอื่น ๆ ที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด เพิ่มเติมให้แก่ผู้ผ่านคุณสมบัติตามโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ที่ผ่านคุณสมบัติก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2569
เป็นจำนวน 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน (จากเดิมได้รับวงเงินจำนวน 300 บาทต่อคนต่อเดือน และได้เพิ่มอีกจำนวน 700 บาทต่อคนต่อเดือน) ในเดือนตุลาคม 2569
2. โครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ระยะเวลาโครงการไทยช่วยไทย พลัส
จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม - 30 พฤศจิกายน 2569 มีรายละเอียด ดังนี้
วิธีรับเงิน 1,000 บาท "ไทยช่วยไทยพลัสเฟส 2" ผ่านแอป เป๋าตัง
- การยืนยันสิทธิของประชาชน
เปิดให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่มีคุณสมบัติครบถ้วนมากดยืนยันสิทธิเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ตั้งแต่วันที่ 1 - 15 ตุลาคม 2569
- การยืนยันสิทธิของผู้ประกอบการ
เปิดให้ผู้ประกอบการที่มีสิทธิเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) มากดยืนยันสิทธิเพื่อเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม - 30 พฤศจิกายน 2569
- การใช้สิทธิโครงการไทยช่วยไทย พลัส
ประชาชนผู้ได้รับสิทธิสามารถใช้สิทธิโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม - 30 พฤศจิกายน 2569 โดยสามารถซื้ออาหาร เครื่องดื่ม สินค้า และบริการที่กำหนดจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) เวลา 06.00 - 23.00 น.
หรือผ่านผู้ให้บริการระบบขนส่งอาหาร (Food Delivery Platform) ที่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) และเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) เวลา 06.00 - 21.00 น. ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง”
- กลุ่มเป้าหมาย
- ผู้ได้รับสิทธิตามโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) อยู่ในปัจจุบัน
- ผู้ไม่ได้รับสิทธิบัตรฯ ปี 69 ทั้งกลุ่มผู้มีบัตรฯ ปี 65 เดิม และ กลุ่มที่ลงทะเบียนใหม่
โดยมีคุณสมบัติ ดังนี้
1) เป็นผู้มีสัญชาติไทย
2) มีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ยืนยันเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (เพิ่มเติม)
3) มีบัตรประจำตัวประชาชน
4) ไม่เป็นผู้ที่ถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการของรัฐ ได้แก่ (1) โครงการคนละครึ่ง (2) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 2 (3) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 (4) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 (5) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5 (6) โครงการคนละครึ่ง พลัส และ (7) โครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40)
- ขั้นตอน ลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัสเฟส 2 (กลุ่มที่ลงทะเบียนใหม่)
- อัปเดตแอปฯเป๋าตัง ผ่านทางระบบ App Store หรือ Google Play Store
- เปิดแอปฯ ล็อกอิน แล้วเลือกปุ่ม "ไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2" ผ่านระบบ G-Wallet
- ระบบจะแสดงสถานะ หากได้รับสิทธิ ให้กด "ยอมรับเงื่อนไข"
- สแกนใบหน้า ถ่ายในที่สว่าง ไม่สวมหมวกและใส่แว่นดำ เพื่อให้ตรงกับรูปบนบัตรประชาชน
- การใช้จ่าย
ภาครัฐสนับสนุนเงินร่วมจ่ายค่าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้า และบริการที่กำหนด ในอัตราร้อยละ 60 แต่ไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน และไม่เกิน 1,000 บาทต่อคน โดยสามารถใช้จ่ายกับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (เพิ่มเติม) ได้ระหว่างเดือนตุลาคม - พฤศจิกายน 2569 (2 เดือน) ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง”
เพื่อซื้ออาหาร เครื่องดื่ม สินค้า และบริการที่กำหนดจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (เพิ่มเติม) หรือซื้ออาหารและเครื่องดื่มจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (เพิ่มเติม) ผ่านผู้ให้บริการระบบขนส่งอาหาร (Food Delivery Platform) ที่ได้รับอนุมัติให้เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (เพิ่มเติม) โดยรับชำระเงินผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ซึ่งกระทรวงการคลัง โดยกรมบัญชีกลางจะดำเนินการโอนเงินในส่วนที่ภาครัฐร่วมจ่ายให้แก่ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (เพิ่มเติม) ภายในระยะเวลาที่กำหนดต่อไป
ด้าน นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบการปรับลดกรอบวงเงินที่เคยได้รับอนุมัติสำหรับดำเนินโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) และอนุมัติโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (เพิ่มเติม)” ประกอบด้วย
(1) โครงการเพิ่มวงเงินสวัสดิการให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 เพิ่มเติม (โครงการเพิ่มวงเงินเพิ่มเติมฯ)
(2) โครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40)(เพิ่มเติม) เพื่อลดผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตพลังงานที่ยังคงมีแนวโน้มยืดเยื้อและไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะสิ้นสุดลงเมื่อใดและในทิศทางใด อันส่งผลต่อประชาชนทุกสาขาอาชีพและผู้ประกอบการ ผ่านแหล่งเงินเพิ่มเติมภายใต้แผนงานหรือโครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการ ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน (แผนงานหรือโครงการที่ 1) ตามบัญชีท้าย พ.ร.ก. ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 โดยในระยะสั้นหากไม่ดำเนินมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติม
จะส่งผลให้กำลังซื้อของภาคครัวเรือนและการบริโภคภาคเอกชนซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจไทยลดลงและอาจก่อให้เกิดแรงกดดันต่อเศรษฐกิจไทยให้ขยายตัวในอัตราที่ต่ำมาก ควบคู่กับอัตราเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น
