- 02 ต.ค. 2569
"สส.ไอเดียร์" ลุยเข้าแจ้งความ บก.ปอท. ดำเนินคดี “รังสิมันต์ โรม” ข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ปมพาดพิงสามีเอี่ยวแก๊งสแกมเมอร์
เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 2 ต.ค. 69 น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ หรือ ไอเดียร์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย เดินทางกลับหลังเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน บก.ปอท. กรณีถูกกล่าวพาดพิงถึงสามี โดยระบุว่า การแจ้งความครั้งนี้เป็นการรักษาสิทธิของตัวเองและครอบครัว และแจ้งดำเนินคดีในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา โดยขั้นตอนทั้งหมดอยู่ระหว่างการดำเนินการทางกฎหมาย และหลังจากนี้ตำรวจและทนายความจะหารือกันต่อไป
น.ส.สุชาดา กล่าวว่า การแจ้งความหมิ่นประมาท นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ทราบดีว่าจะต้องไปพิสูจน์กันในชั้นศาลว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดหรือไม่ โดยจะพิจารณาตามข้อกฎหมาย หากผู้ใดมีความผิดก็ต้องได้รับผลของการกระทำ แต่หากพิสูจน์แล้วพบว่าสิ่งที่กล่าวถึงเป็นความจริงหรือมีหลักฐาน ก็ยินดีที่จะเปิดเผยข้อมูล และให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย
“คนที่ผิดก็ผิดนะคะ และถ้าคนที่มีความผิดยังไง ไม่ว่าจะเป็นด้วยคำพูดอะไรก็ตาม ก็ต้องได้รับผลของการกระทำค่ะ แต่ถ้าพิสูจน์แล้วปรากฏว่า หากมันเป็นความจริงหรือมันมีหลักฐานเนี่ย ยินดีที่จะเปิดเผยข้อมูล คนที่ผิดก็ว่าไปตามผิดค่ะ” น.ส.สุชาดา กล่าว
น.ส.สุชาดา กล่าวว่า โดยเฉพาะกรณีที่มีการกล่าวถึงสามีของตน ตนยินดีที่จะเปิดเผยข้อมูลตามกระบวนการ พร้อมยืนยันว่าตนเองและครอบครัวเป็นผู้บริสุทธิ์ และการเดินทางมาที่ บก.ปอท.ครั้งนี้เป็นการรักษาสิทธิของตัวเอง และพร้อมเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่าคณะกรรมาธิการจะเรียกไปชี้แจงในวันที่ 7 ต.ค. น.ส.สุชาดา กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่เห็นเอกสาร หากมีหนังสือมาอย่างถูกต้องตามกฎหมายและระเบียบ ก็พร้อมไปชี้แจง แต่ขณะนี้ยังไม่ได้เห็นหนังสือดังกล่าว
กล่าวถึงประเด็นที่มีการกล่าวถึงเงินเกือบ 2,000 ล้านบาทว่า เป็นข้อกล่าวหาเดิมที่มีการพูดถึง และการเดินทางมาที่ บก.ปอท.ครั้งนี้ก็เป็นการแสดงให้เห็นว่าพร้อมเข้าสู่กระบวนการเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงการเตรียมตัวและหารือกับสามีเกี่ยวกับเส้นทางการเงินหรือรายรับจำนวนเกือบ 2,000 ล้านบาท น.ส.สุชาดา กล่าวว่า แน่นอนว่าต้องมีการหารือกัน แต่ไม่ได้จำเป็นต้องเตรียมตัวอะไรเป็นพิเศษ เพราะเป็นสิ่งที่พิสูจน์ได้อยู่แล้ว และจากนี้จะเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมายเพื่อพิสูจน์ว่าใครถูกใครผิด
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 1 ต.ค. นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้กล่าวพาดพิงระหว่างการตั้งกระทู้ถามเรื่องความคืบหน้ากรณีมีผู้เสนอสินบนให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นเงินจำนวน 40 ล้านบาท โดยมีการกล่าวถึงและเสนอให้ตรวจสอบการประกอบอาชีพของสามี น.ส.สุชาดา ภายหลังการกล่าวถึงดังกล่าว น.ส.สุชาดา ได้โต้กลับว่า การกล่าวดังกล่าวเป็นการกล่าวเลื่อนลอยและไม่มีหลักฐาน พร้อมระบุว่า สภาผู้แทนราษฎรเป็นสภาฯ ที่ประชาชนติดตามรับชมอยู่เป็นจำนวนมาก หากจะพูดอะไรควรมีหลักฐานก่อน โดยเฉพาะนายรังสิมันต์ โรม ซึ่งเป็นประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ย่อมรู้เรื่องกฎหมาย และสามารถใช้ กมธ.ตรวจสอบหรือดำเนินการตามระเบียบได้
น.ส.สุชาดา กล่าวว่า การกล่าวถึงบุคคลโดยไม่มีหลักฐานและทำให้ครอบครัวของตนเองได้รับความเสียหาย เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ และนายรังสิมันต์ไม่ได้มีเจตจำนงที่จะรับผิดชอบหรือถอนคำพูดที่ไม่ใช่เรื่องจริงและพิสูจน์ไม่ได้
“มีหลักฐานแล้ว ทำไมไม่เปิดล่ะคะ ท่านจะมาพูดจาเลื่อนลอยทำไมคะ ที่นี่คือสภาฯ ประชาชนดูอยู่ทั้งบ้านเต็มไปหมด ท่านเป็น สส. ก่อนจะพูดอะไรหลักฐานต้องมีกองแล้ว ต้องมีการพิสูจน์ได้ ท่านพูดเฉย ๆ โดยที่สามีของตนเองไม่สามารถมาชี้แจงในสภาฯ ได้ เป็นการเอาเปรียบโดยตำแหน่งของท่าน ซึ่งตนเองไม่เห็นข้อเท็จจริง ทั้งนี้ หากในอนาคตมีหลักฐานก็พร้อมที่จะพิสูจน์ เพราะไม่มีอยู่แล้ว”
น.ส.สุชาดา กล่าวด้วยว่า ตนเองได้ชี้แจงบัญชีทรัพย์สินทุกอย่างตามกฎหมายด้วยความถูกต้อง และพร้อมที่จะพิสูจน์ แต่ไม่ยอมรับการกล่าวหาโดยไม่มีหลักฐาน “ดิฉันชี้แจงบัญชีทรัพย์สินทุกอย่างตามกฎหมาย ด้วยความถูกต้องทุกอย่าง พร้อมค่ะ พร้อมที่จะสู้ค่ะ แต่รับไม่ได้ ท่านอย่ามากล่าวหาโดยไม่มีหลักฐาน ท่านโตแล้วค่ะ” น.ส.สุชาดา กล่าว
เมื่อถามว่ากรณีดังกล่าวจะมีช่องทางเอาผิดทางกฎหมายเรื่องการหมิ่นประมาทหรือไม่ น.ส.สุชาดา กล่าวว่า เรื่องที่ไม่ใช่เรื่องจริง ตนเองจะดำเนินการทางกฎหมายอย่างเต็มที่ โดยจะไปปรึกษาทนายและดำเนินการเอาผิดถึงที่สุด สำหรับประเด็นเอกสารและข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทต่าง ๆ รวมถึงการกู้ยืมเงินจำนวน 1,400 ล้านบาท น.ส.สุชาดา กล่าวว่า เอกสารส่วนใหญ่ที่มีการอ้างถึง ระบุว่าเป็นเอกสารที่ตนเองเป็นผู้ชี้แจงต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หากเป็นเอกสารดังกล่าวจริง ก็ต้องถามกลับว่าหากไม่ถูกต้องแล้วตนจะชี้แจงต่อ ป.ป.ช.ไปเพื่ออะไร ส่วนเอกสารอื่นที่ไม่ได้เป็นเอกสารที่ตนเองเป็นผู้ชี้แจง หากมีการจัดทำขึ้นหรือไม่ใช่เอกสารที่ตนยื่นต่อ ป.ป.ช. ก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย
น.ส.สุชาดา กล่าวว่า ขณะนี้มีข้อมูลข่าวสารออกมาจำนวนมาก และตนเองยังไม่ได้เห็นทั้งหมด จึงไม่สามารถรับรองเอกสารที่ปรากฏขึ้นมาได้ทั้งหมด ต้องตรวจสอบว่าเอกสารใดเป็นเอกสารจริงที่ตนเองยื่นต่อ ป.ป.ช. สำหรับเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการให้สามียืมเงิน น.ส.สุชาดา กล่าวว่า เป็นการชี้แจงตามหน้าที่ของ สส.ที่ต้องชี้แจงต่อ ป.ป.ช. และยอดเงินดังกล่าวเป็นยอดที่ตนเองชี้แจงเอง ไม่ใช่การไปขุดตามเส้นทางการเงินตามที่มีการกล่าวถึง พร้อมยืนยันว่ามีเอกสารเกี่ยวกับการให้กู้ยืมและการคืนเงิน รวมถึงมีเอกสารชี้แจงต่อ ป.ป.ช.ทั้งหมด
ส่วนกรณีที่มีการกล่าวถึงการให้กู้เงิน 1,400 ล้านบาท และมีการคืนเงิน 100 ล้านบาท รวมถึงตั้งข้อสังเกตว่าเส้นทางการเงินไม่สอดคล้องกัน น.ส.สุชาดา กล่าวว่า มีเอกสารชี้แจงเรื่องดังกล่าวทั้งหมด และเงินที่จ่ายคืนกลับมาก็มีเอกสารประกอบ
น.ส.สุชาดา ยังกล่าวถึงกรณีที่มีการอ้างถึงนายสิริโชค ซึ่งออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวและตั้งคำถามเกี่ยวกับบริษัทต่าง ๆ ว่า ตนไม่แน่ใจว่าเป็นใคร และข้อมูลที่มีการนำเสนอหรือเอกสารที่ปรากฏนั้น ตนเองและทีมกฎหมายจะรวบรวมข้อมูลเพื่อนำไปดำเนินการตามกฎหมาย
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงข้อสังเกตเกี่ยวกับอายุของสามีและจำนวนเงินเกือบ 2,000 ล้านบาท รวมถึงคำถามว่าเงินดังกล่าวมาจากไหน น.ส.สุชาดา กล่าวว่า ข้อสังเกตดังกล่าวเป็นการตั้งสมมติฐานตามความคิดของผู้ที่กล่าวถึง และตนเองจะรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
น.ส.สุชาดา กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีข้อกล่าวหาหรือข้อพิสูจน์ว่าสามีของตนทำผิด และบริษัทที่สามีทำงานหรือก่อตั้งขึ้นอยู่ในต่างประเทศ ซึ่งเป็นประเทศที่มีธรรมาภิบาลในเรื่องความโปร่งใสสูง พร้อมระบุว่า คดีที่มีผู้กระทำผิดก็มีการจับกุมไปแล้วบางส่วน
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่มีการพาดพิงว่าบุคคลรอบตัวของสามีถูกจับประมาณ 3-4 คน แต่เหตุใดสามีจึงไม่ถูกจับกุม น.ส.สุชาดา กล่าวว่า ไม่แน่ใจว่าผู้ที่กล่าวถึงมีข้อมูลมากน้อยเพียงใด และหากไม่ได้อยู่ในวงด้วย จะทราบได้อย่างไรว่าบุคคลดังกล่าวเป็นคนรอบตัวของสามี พร้อมยกตัวอย่างว่า การที่ตนรู้จัก สว.บางพรรค รู้จักชื่อและทักทายกัน ไม่ได้หมายความว่าเป็นคนรอบตัวของตน
น.ส.สุชาดา กล่าวว่า การใส่ข้อสันนิษฐานหรือความคิดเห็นลงไปควรพิจารณาให้รอบคอบ สำหรับประเด็นที่มีการตั้งคำถามว่าสามีประกอบอาชีพอะไร น.ส.สุชาดา กล่าวว่า สามีทำงานในหลายด้าน มีบริษัทหลายแห่งที่ลงทุน เป็นนักธุรกิจและนักลงทุน รวมถึงทำธุรกิจสตาร์ทอัพ โดยบริษัทต่าง ๆ มีการจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย และมีการชี้แจงรายละเอียดต่อ ป.ป.ช.
น.ส.สุชาดา กล่าวว่า จุดมุ่งหมายของสตาร์ทอัพคือการที่บริษัทสามารถ Exit ได้ โดยมีการลงทุนจากนักลงทุนรายใหญ่ เมื่อมีปริมาณเงินหรือจำนวนเงินที่พอใจ ก็สามารถ Exit และถือว่าจบการเป็นสตาร์ทอัพ
“อาชีพอะไร มันจะต้องตอบว่าเป็นอาชีพอะไรอ่ะคะ ในเมื่อชี้แจงบริษัทก็ชี้แจง ใช่ไหมคะ ไม่ได้มีเงินเดือน ก็ลงทุนในบริษัท คือมันไม่ได้มีเงินเดือน ที่คุณโรม ฉะนั้น จะมาบังคับให้ไอเดียพูดว่า เป็นอาชีพอะไรเนี่ย ก็เขาทำงานในหลาย ๆ ด้าน ก็เลยถึงถามไงคะ บอกว่าเป็นอาชีพสามีไอเดียได้ไหมคะ” น.ส.สุชาดา กล่าว
น.ส.สุชาดา ยังยืนยันว่า สามีไม่ได้เกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์ พร้อมระบุว่า หากมีข้อสงสัยก็พร้อมเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ