- 03 ต.ค. 2569
หนุ่มวัย 23 ปี ที่ จ.อุดรธานี จุดไฟเผาบ้านที่ใช้พักอาศัยของตัวเอง ก่อนนั่งรอดูเหตุการณ์ไม่หลบหนี เปิดใจทั้งน้ำตา อ้างหิวข้าว ไม่มีงานทำ
เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2569 เวลา 19.00 น. หน่วยบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลตำบลบ้านเชียง อ.หนองหาน จ.อุดรธานี รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านพักหลังหนึ่งริมถนนสายบ้านเชียง-บ้านหนองลาด หมู่ 13 ต.บ้านเชียง จึงนำรถดับเพลิงเข้าระงับเหตุทันที
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียว พบเพลิงกำลังลุกไหม้ภายในบ้าน โดยบริเวณห้องโถงมียางรถยนต์จำนวน 2 เส้นถูกไฟไหม้ เจ้าหน้าที่ใช้เวลาประมาณ 30 นาที สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ก่อนที่จะลุกลามเสียหายทั้งหลัง โชคดีที่ตัวบ้านเป็นปูน ทำให้สามารถสกัดเพลิงไว้ได้ทัน
หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบชายหนุ่มนั่งอยู่ริมถนนใกล้บ้านที่เกิดเหตุ ไม่ได้หลบหนีไปไหน และนั่งดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทราบชื่อภายหลังคือ นายธนกร (สงวนนามสกุล) หรือ “ท็อป” อายุ 23 ปี ซึ่งพักอาศัยอยู่ภายในบ้านหลังดังกล่าวเพียงลำพัง
นายวรินทร บุญเสริม กำนันตำบลบ้านเชียง พร้อมด้วยนายดาวเรือง อุตมะชะ สมาชิกสภาเทศบาลตำบลบ้านเชียง เข้าไปสอบถามถึงสาเหตุที่ตัดสินใจจุดไฟเผาบ้านตัวเอง โดยนายท็อปเปิดใจทั้งน้ำตาว่า วันนี้ตนไม่ได้กินข้าวทั้งวัน เพราะไม่มีเงินและไม่มีงานทำ จึงไปขอข้าวจากยาย แต่ไม่ได้กิน ทำให้รู้สึกเสียใจและน้อยใจ
นายท็อปเล่าว่า หลังจากคุณตาเสียชีวิตไปไม่นาน ชีวิตของตนก็เหมือนอยู่ตัวคนเดียว แม่ไปมีครอบครัวใหม่และไม่ได้ดูแล ส่วนยายเปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยวอยู่บริเวณหน้าโรงเรียน เมื่อไปขอข้าวกินก็ไม่ได้รับ
ด้วยความรู้สึกสิ้นหวังและไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร จึงตัดสินใจจุดไฟเผาบ้านที่เคยใช้พักอาศัย โดยหวังว่าจะถูกจับเข้าคุก เพราะมองว่าการอยู่ในคุกยังมีข้าวกิน ดีกว่าการใช้ชีวิตอยู่ข้างนอกโดยไม่มีงานและไม่มีอาหาร จนเกรงว่าจะต้องบีบตัวเองให้ไปลักขโมยของชาวบ้าน
ด้านเพื่อนรุ่นพี่ของนายท็อป เปิดเผยว่า รู้สึกเห็นใจและสงสารน้อง เพราะก่อนหน้านี้เห็นเดินอยู่ในหมู่บ้านโดยไม่มีข้าวกิน จึงซื้ออาหารมาให้ และน้องยังบอกว่าหิวข้าวมาทั้งวัน ไปขอข้าวจากยายก็ไม่ได้ จนกระทั่งตัดสินใจก่อเหตุเผาบ้าน เพราะต้องการให้ตัวเองถูกจับและได้เข้าไปอยู่ในเรือนจำ
สำหรับบ้านหลังดังกล่าวเป็นของนายประวิทย์ (สงวนนามสกุล) หรือ “ตู้โซ่” ซึ่งก่อนหน้านี้ยังมีชีวิตอยู่และเป็นผู้ดูแลหลานชาย แต่หลังจากนายประวิทย์เสียชีวิตได้ไม่นาน นายท็อปก็เหมือนขาดคนดูแลและต้องใช้ชีวิตอยู่เพียงลำพัง
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองหาน เดินทางมารับตัวนายท็อปไปสอบสวน โดยเจ้าตัวยอมรับว่าในวันเกิดเหตุมีการเสพยาด้วย เบื้องต้นตำรวจควบคุมตัวไปดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมแจ้งให้เจ้าของบ้านเข้าแจ้งความ เพื่อดำเนินคดีในข้อหา “วางเพลิงเผาทรัพย์” ต่อไป
ทั้งนี้ ในพื้นที่ตำบลบ้านเชียงวันเดียวกันยังเกิดเหตุอีกกรณี โดยนายเดี่ยว หรือ “อาฉือ” ซึ่งเป็นญาติของนายท็อป ก่อเหตุถือมีดอีโต้เข้าไปอาละวาดและทำลายร้านก๋วยเตี๋ยวของแม่บริเวณหน้าโรงเรียน หลังขอเงินจากแม่ไม่ได้ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงกลางวัน ก่อนที่ช่วงเย็นนายท็อป ซึ่งเป็นหลานชาย จะมาก่อเหตุจุดไฟเผาบ้านที่ใช้พักอาศัยของตัวเองตามมา
