- 04 ต.ค. 2569
อัปเดตมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม เยียวยาน้ำท่วม 2 ระบบ ยื่นออนไลน์ทั้ง “ทางรัฐ–กทม.” โดย ทางรัฐลงทะเบียนแล้วราว 2.3 แสนครัวเรือน
นางสาวทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยรายละเอียดหลักเกณฑ์และขั้นตอนการยื่นขอรับเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ณ ศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพมหานคร สำนักการระบายน้ำ เขตดินแดง โดย กทม. อยู่ระหว่างเร่งปรับกระบวนการให้ประชาชนเข้าถึงการช่วยเหลือได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น พร้อมประสานกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมบัญชีกลาง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การเยียวยาเป็นไปตามระเบียบและหลักเกณฑ์ของทางราชการ
กทม. ได้ปรับกระบวนการยื่นขอรับความช่วยเหลือ โดยประชาชนไม่จำเป็นต้องไปแจ้งความที่สถานีตำรวจอีกต่อไป สามารถดำเนินการยื่นคำร้องตามเอกสารหลักฐานที่กำหนดได้โดยตรง ทั้งที่สำนักงานเขตและผ่านระบบออนไลน์
ในกรณีที่ต้องขอข้อมูลเพิ่มเติม กทม. จะประสานประชาชนผ่าน SMS เพื่อลดภาระการเดินทางและการจัดเตรียมเอกสาร ขณะที่ประชาชนที่ไม่สะดวกใช้งานระบบออนไลน์ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ สามารถเดินทางไปยื่นเรื่องที่สำนักงานเขตได้ตามปกติ และหากประชาชนได้เดินทางไปยื่นเรื่องที่เขตไว้แล้ว สำนักงานเขตสามารถรับเรื่องไว้ดำเนินการได้เช่นกัน
นางสาวทวิดา กล่าวว่า สำหรับหลักเกณฑ์การช่วยเหลือ กทม. ได้มีการปรับเพดานเงินช่วยเหลือในหลายรายการ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์และความเสียหาย โดยเป็นการดำเนินการภายใต้ระเบียบกระทรวงการคลังและหลักเกณฑ์ด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อาทิ
- ค่าวัสดุซ่อมแซมบ้าน กรณีบ้านเสียหายทั้งหลัง เดิมจ่ายตามความเสียหายจริงไม่เกิน 49,500 บาท ปรับเพดานเป็น 88,600 บาท
- ค่าที่พักชั่วคราว กรณีผู้ประสบภัยต้องย้ายออกไปพักอาศัยที่อื่น จ่ายไม่เกิน 3,000 บาทต่อเดือน (ไม่เกิน 2 เดือน) โดยต้องมีหลักฐานประกอบตามหลักเกณฑ์
- ค่าเครื่องมือประกอบอาชีพและเงินทุน จ่ายตามความเสียหายจริง เดิมไม่เกิน 11,900 บาท ปรับเป็นไม่เกิน 13,500 บาทต่อครัวเรือน
- ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก จ่ายตามจริงไม่เกิน 2,000 บาทต่อราย ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยใน จ่ายตามจริงไม่เกิน 4,000 บาทต่อราย เงินปลอบขวัญกรณีบาดเจ็บ จำนวน 2,300 บาทต่อราย ตามหลักฐาน
- ค่าจัดการศพผู้เสียชีวิต ปรับขึ้นเป็นไม่เกิน 35,700 บาทต่อราย
- ค่าดำรงชีพเบื้องต้น สำหรับกรณีบ้านเสียหายทั้งหลังหรือเสียหายบางส่วน อยู่ที่ประมาณ 1,900–3,800 บาท ตามระดับความเสียหายและหลักเกณฑ์ที่กำหนด
ทั้งนี้ การจ่ายเงินช่วยเหลือจะพิจารณาตามประเภทความเสียหาย หลักฐาน และหลักเกณฑ์ของทางราชการ โดยในส่วนของค่าซ่อมแซมบ้านจะเกี่ยวข้องกับเจ้าของบ้าน ขณะที่ผู้เช่าสามารถขอรับความช่วยเหลือในส่วนความเสียหายอื่นที่อยู่ในหลักเกณฑ์ได้ โดยต้องมีหลักฐานแสดงการเช่าและการอยู่อาศัยตามที่กำหนด
ส่วนเอกสาร เช่น สำเนาโฉนดหรือเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ กทม. อยู่ระหว่างหารือกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อพิจารณาลดเอกสารให้เหลือเท่าที่จำเป็น โดยจะประกาศรายละเอียดเอกสารที่ต้องใช้ให้ชัดเจนภายในวันนี้
อัปเดตมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม
- เยียวยา 2 ระบบ “ทางรัฐ” ตามมติ ครม. และระบบ กทม. ตามความเสียหายจริง ปัจจุบันข้อมูลยังไม่เชื่อมกัน จึงต้องยื่นแยก
- ทางรัฐลงทะเบียนแล้วราว 2.3 แสนครัวเรือน ครอบคลุมน้ำท่วม–น้ำล้อมตามเงื่อนไข ส่วน กทม. ช่วยค่าซ่อมบ้าน เครื่องมือทำกิน ค่าเช่าที่พัก และรายการตามเกณฑ์
- พร้อมขยายจุดช่วยกรอกข้อมูล ไปยังศูนย์พักพิงประมาณ 250 แห่ง พร้อมลดเอกสารและขั้นตอน เพื่อให้ประชาชนยื่นเรื่องง่ายขึ้น
- เก็บหลักฐานให้ครบ ภาพน้ำท่วม–ความเสียหาย ใบเสร็จค่าซ่อม และหลักฐานการอยู่อาศัย เพื่อประกอบการขอรับความช่วยเหลือ
- เจ้าของบ้าน–ผู้เช่าสิทธิต่างกัน ผู้เช่าอาจขอค่าเช่าที่พักชั่วคราวสูงสุด 6,000 บาท และความช่วยเหลือหมวดอื่นตามเกณฑ์
- ยื่นคำร้องภายใน 90 วัน นับจากวันประกาศเขตภัยพิบัติ กทม. เตรียม FAQ ช่วยประชาชนตรวจสอบสิทธิให้ชัดเจน
- เตรียมรับน้ำเหนือ กทม. เตรียมกระสอบทราย คันกั้นน้ำ ระบบระบายน้ำ และ Cell Broadcast สำหรับแจ้งเตือนประชาชน
การขอรับความช่วยเหลือแบ่งเป็น 2 ระบบหลัก ซึ่งมีหลักเกณฑ์แตกต่างกัน ประชาชนสามารถยื่นข้อมูลผ่านระบบออนไลน์ได้ โดยควรตรวจสอบและยื่นข้อมูลให้ครบถ้วน เพื่อไม่ให้เสียสิทธิ
ระบบแรก คือ การลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ตามหลักเกณฑ์การช่วยเหลือจากมติคณะรัฐมนตรี เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น ครอบคลุมกรณีน้ำท่วมไม่ถึง 7 วันแต่ทรัพย์สินได้รับความเสียหาย น้ำท่วมต่อเนื่องเกิน 7 วัน หรือบ้านและอาคารถูกน้ำล้อมตามเงื่อนไขที่กำหนด ปัจจุบันมีประชาชนลงทะเบียนแล้วประมาณ 230,000 ครัวเรือน
ระบบที่สอง เป็นการขอรับความช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังและระเบียบของกรุงเทพมหานคร โดยพิจารณาจากความเสียหายจริง เช่น ที่อยู่อาศัย เครื่องมือประกอบอาชีพ ค่าเช่าที่พักชั่วคราว และค่าใช้จ่ายอื่นตามหลักเกณฑ์ ซึ่งต้องมีการตรวจสอบเอกสารและประเมินความเสียหายในพื้นที่
“หากประชาชนยื่นผ่านระบบออนไลน์ ขอให้เข้าใช้งานทั้งระบบทางรัฐและระบบออนไลน์ของกรุงเทพมหานคร เนื่องจากปัจจุบันทั้ง 2 ระบบยังไม่สามารถเชื่อมต่อข้อมูลกันได้ ส่วนการยื่นเอกสารที่สำนักงานเขต เจ้าหน้าที่ทั้ง 50 เขตสามารถช่วยดำเนินการให้ได้ทั้ง 2 ระบบ” รองผู้ว่าฯ ทวิดา กล่าว
เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน กรุงเทพมหานครเตรียมขยายจุดช่วยกรอกข้อมูลออนไลน์ไปยังศูนย์พักพิงประมาณ 250 แห่งที่เปิดใช้งานอยู่เดิม โดยจัดเจ้าหน้าที่เขต ผู้อำนวยการโรงเรียน ครู และอาสาสมัครร่วมอำนวยความสะดวก ประชาชนสามารถนำเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องไปด้วย เพื่อให้การกรอกข้อมูลเป็นไปอย่างรวดเร็ว
