- 05 ต.ค. 2569
ชาวประมง กาฬสินธุ์ แฉ ปลาหมอคางดำ เขื่อนลำปาว ปรับตัวคล้าย ปลานิล มี ไข่เต็มท้อง ยอดสะสมพุ่งกว่า 200 ตัว จี้รัฐชัดเจน
ชาวประมงพื้นบ้านรอบ เขื่อนลำปาว เขตรอยต่อ 3 อำเภอ ได้แก่ อ.สหัสขันธ์, อ.หนองกุงศรี และ อ.สามชัย จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นจุดที่พบ ปลาหมอคางดำ มากที่สุด ยังคงออกเรือจับปลาตามกิจวัตร พร้อมปฏิบัติตามมาตรการ “เจอ แจ้ง จับ จบ” เพื่อเฝ้าระวัง การแพร่ระบาด อย่างเคร่งครัด ส่งผลให้จับ ปลาหมอคางดำ ได้อย่างต่อเนื่อง คาดว่ายอดสะสมตั้งแต่วันที่ 31 ส.ค. 2569 ถึงปัจจุบัน มีจำนวนไม่น้อยกว่า 200 ตัว
นายยุติธรรม ภูบัวนาค ชาวประมงบ้านหนองสรวง ต.หนองสรวง อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์ เจ้าของเพจ ยุติธรรม คนหากินริมเขื่อน ผู้จับ ปลาหมอคางดำ ตัวแรกใน เขื่อนลำปาว ได้เมื่อวันที่ 31 ส.ค. 2569 เปิดเผยว่า การพบปลาชนิดนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญ เพราะเป็นจังหวัดแรกใน ภาคอีสาน ที่พบ ปลาหมอคางดำ โผล่ในพื้นที่ จนนำไปสู่การออกมาตรการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีการจัด หน่วยเคลื่อนที่เร็ว และ ประมงอาสา ออกล่าอย่างต่อเนื่อง
กระทั่งวันที่ 26 ก.ย. 2569 นายวัชระพล ขาวขำ รมช.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการติดตามสถานการณ์และแก้ไขปัญหา การแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่ เขื่อนลำปาว หลังรับรายงานการพบปลาอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม นายยุติธรรมระบุว่า แม้ประมงพื้นบ้านจะปฏิบัติตามแนวทาง แต่ 5 มาตรการ ของภาครัฐ ทั้งการปราบปรามเชิงรุก การจำกัดการแพร่กระจาย การสร้างการรับรู้ การนำไปแปรรูปใช้ประโยชน์ และมาตรการทางกฎหมาย รวมถึงการดึง 29 หน่วยงานร่วมระดมสรรพกำลัง การจัดสรรงบประมาณอุปกรณ์ ตั้งด่านกักกันในรัศมี 5-10 กม. และการสร้างแรงจูงใจร่วมกับโรงงานหรือวิสาหกิจชุมชน ยังคงไม่มีความชัดเจนออกมาในเชิงปฏิบัติ
สำหรับจุดที่พบมากที่สุดในปัจจุบันคือ บริเวณบ้านคำเขื่อนแก้ว ต.สำราญใต้ อ.สามชัย โดยอุปกรณ์ที่ใช้จับส่วนใหญ่คือ ตุ้ม, ยอ และ แห ซึ่งได้ปลาหลายรุ่นหลายขนาด แต่สิ่งที่ถือเป็น สัญญาณอันตราย คือ ปลาหมอคางดำ เริ่ม ปรับตัวเข้ากับน้ำจืด ได้เป็นอย่างดี มีรูปร่างหน้าตาคล้าย ปลานิล อย่างมาก บริเวณคางไม่มีรอยดำ และเกล็ดเริ่มนิ่มลง จุดแตกต่างเดียวที่ใช้แยกแยะได้คือ หางปลา ที่ไม่มีลายตัดเหมือน ปลานิล ที่สำคัญจากการตรวจสอบพบว่าเป็น วัยเจริญพันธุ์ มี ไข่อยู่เต็มท้อง ในตัวเมีย คาดว่าสามารถ ขยายพันธุ์ ใน น้ำจืด ได้อย่างรวดเร็ว
ปัจจุบัน ปลาหมอคางดำ ที่จับได้ หากเป็นตัวขนาดใหญ่จะนำไป ประกอบอาหาร ในครัวเรือน ส่วนตัวเล็กที่ไม่สามารถทำอาหารได้จะนำไป ทำลาย ทันที พร้อมแจ้งข้อมูลเข้าไลน์กลุ่ม ประมงอาสา แม้ช่วงนี้จะยังไม่กระทบต่อระบบนิเวศมากนัก และชาวบ้านยังจับปลาอื่นได้ตามปกติ แต่ในอนาคตหากเกิด การระบาดทั่วเขื่อนลำปาว ถือเป็นเรื่องที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด และรอพิสูจน์ผลงานของหน่วยงานราชการในการ กำจัดปลาหมอคางดำ อย่างจริงจัง โดยชาวประมงและอาสาประมงพร้อมให้ความร่วมมือเต็มที่
