ยึดเกล็ดตัวลิ่น 70 โลคา บขส.มุกดาหาร ตลาดมืดทะลุ 2.8 ล้าน

ยึดเกล็ดตัวลิ่น 70 กิโลกรัม ซุก บขส.มุกดาหาร มูลค่าตลาดมืด 2.8 ล้าน วงจรปิดจับภาพสามล้อขนทิ้งเช้ามืด สังเวยลิ่นกว่า 200 ตัว หมอยันเคราตินไร้สรรพคุณยา

มุกดาหาร (5 ตุลาคม 2569) - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 5 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ทหารพราน ร้อย.ฉก.ทพ.2103 ได้รับแจ้งเบาะแสจากประชาชนว่า พบกล่องลังกระดาษขนาดใหญ่จำนวน 2 กล่อง ถูกวางทิ้งไว้บริเวณชานชลาหมายเลข 9 ริมข้างอาคารผู้โดยสาร สถานีขนส่งผู้โดยสารมุกดาหาร สงสัยว่าภายในอาจมีสิ่งของผิดกฎหมาย จึงประสานกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ, เจ้าหน้าที่ด่านตรวจสัตว์มุกดาหาร และสำนักงานขนส่งจังหวัดมุกดาหาร เข้าทำการตรวจสอบพื้นที่ทันที เมื่อเปิดกล่องลังกระดาษออก พบด้านในบรรจุกระสอบอีกชั้นหนึ่ง และเมื่อเปิดกระสอบออกดู เจ้าหน้าที่ถึงกับผงะเมื่อพบซากสัตว์ป่าเป็น "เกล็ดตัวลิ่น" หรือตัวนิ่ม อัดแน่นอยู่เต็มกระสอบทั้งสองลัง ชั่งน้ำหนักรวมได้ประมาณ 70 กิโลกรัม จึงได้ทำการยึดไว้เป็นของกลาง

 

ต่อมา เจ้าหน้าที่ได้ประสานขอตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดของสถานีขนส่งผู้โดยสารมุกดาหาร พบเบาะแสสำคัญว่า เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 05.30 น. ได้มีรถสามล้อเครื่อง (รถตุ๊กตุ๊ก) ขับเคลื่อนมาจากบริเวณด้านหลังสถานีขนส่ง ก่อนจะนำลังกระดาษทั้งสองกล่องมาวางทิ้งไว้ที่จุดเกิดเหตุแล้วขับหลบหนีไป เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตั้งข้อสันนิษฐานว่า เกล็ดตัวลิ่นดังกล่าวน่าจะเตรียมนำขึ้นรถโดยสารประจำทางสาย กรุงเทพฯ–มุกดาหาร เพื่ออำพรางการขนส่งข้ามจังหวัดหรือเตรียมลักลอบส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสืบสวนเร่งรัดติดตามตัวคนขับรถสามล้อเครื่องและขยายผลหาตัวนายทุนผู้ร่วมขบวนการต่อไป

 

ยึดเกล็ดตัวลิ่น 70 โลคา บขส.มุกดาหาร ตลาดมืดทะลุ 2.8 ล้าน

ยึดเกล็ดตัวลิ่น 70 โลคา บขส.มุกดาหาร ตลาดมืดทะลุ 2.8 ล้าน

สำหรับการประเมินมูลค่าของกลางที่ตรวจยึดได้ในครั้งนี้ เกล็ดตัวลิ่นถือเป็นของกลางราคาสูง โดยในตลาดมืดปัจจุบันมีราคาซื้อขายสูงถึงกิโลกรัมละ 40,000 บาท ทำให้เกล็ดตัวลิ่นล็อตนี้มีมูลค่าขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 2.8 ล้านบาท และหากสามารถลักลอบส่งออกไปยังประเทศที่สามได้สำเร็จ ราคาจะยิ่งพุ่งสูงขึ้นอีกหลายเท่าตัว ทั้งนี้ ตัวลิ่น หรือตัวนิ่มพันธุ์มลายู ถือเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองของประเทศไทย และเป็นสัตว์ป่าในบัญชีหมายเลข 1 ตามอนุสัญญาว่าด้วยการค้าสัญญาระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่กำลังจะสูญพันธุ์ (CITES) ซึ่งประเทศไทยเป็นสมาชิกลำดับที่ 80 โดยกฎหมายห้ามส่งออก นำเข้า หรือมีไว้ครอบครองโดยเด็ดขาด เว้นแต่เพื่อการศึกษาวิจัยเท่านั้น

 

นอกจากนี้ ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ระบุว่า การจะได้เกล็ดตัวลิ่นน้ำหนัก 1 กิโลกรัม จะต้องฆ่าตัวลิ่นขนาดโตเต็มวัยมากถึง 3 ตัว นั่นหมายความว่าเกล็ดตัวลิ่น 70 กิโลกรัมในล็อตนี้ เกิดจากการสังหารตัวลิ่นไปมากกว่า 210 ตัวอย่างน่าสลด โดยกลุ่มผู้ค้ามักล่าเอาเนื้อไปทำอาหารเปิบพิสดาร และแกะเอาเกล็ดไปขาย ซึ่งแท้จริงแล้วเกล็ดตัวลิ่นมีองค์ประกอบทางกายภาพเป็นสาร "เคราติน" (Keratin) ชนิดเดียวกับเล็บหรือผมของมนุษย์เท่านั้น แม้ตำรายาจีนโบราณจะมีความเชื่อผิดๆ ว่าเกล็ดตัวลิ่นสามารถรักษาอาการเมาค้าง โรคตับ หรือช่วยขับน้ำนมในหญิงหลังคลอดได้ แต่ทางการแพทย์แผนปัจจุบันได้รับการยืนยันแล้วว่า เกล็ดตัวลิ่นไม่ได้มีสรรพคุณทางยาหรือประโยชน์ต่อสุขภาพแต่อย่างใด

 

ยึดเกล็ดตัวลิ่น 70 โลคา บขส.มุกดาหาร ตลาดมืดทะลุ 2.8 ล้าน

ยึดเกล็ดตัวลิ่น 70 โลคา บขส.มุกดาหาร ตลาดมืดทะลุ 2.8 ล้าน

ยึดเกล็ดตัวลิ่น 70 โลคา บขส.มุกดาหาร ตลาดมืดทะลุ 2.8 ล้าน