"บุ๋ม ปนัดดา" ไม่ถอย! จับมือกู้ภัยฝ่าน้ำ ช่วยชาวบ้านถึงค่ำ

"บุ๋ม ปนัดดา" นำทีมมูลนิธิองค์กรทำดี ผนึกกำลังกู้ภัยเมืองพัทยาและบางคล้า ลุยน้ำท่วม อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา ตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำ

4 ต.ค. 2569 ดร.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี หรือ “บุ๋ม ปนัดดา” ประธานมูลนิธิองค์กรทำดี ร่วมกับทีมตอบโต้ภัยพิบัติ มูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถาน เมืองพัทยา และหน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทรา จุดบางคล้า นำเรือท้องแบนและรถขับเคลื่อนสี่ล้อแบบยกสูง ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา

"บุ๋ม ปนัดดา" ไม่ถอย! จับมือกู้ภัยฝ่าน้ำ ช่วยชาวบ้านถึงค่ำ

ภารกิจเริ่มตั้งแต่ช่วงเช้า โดย “บุ๋ม ปนัดดา” ร่วมกับทีมกู้ภัยเข้าช่วยอพยพนักศึกษากว่า 300 คน ออกจากหอพักภายในมหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ ศูนย์บางคล้า หมู่ 4 ต.หัวไทร อ.บางคล้า หลังพื้นที่ดังกล่าวมีน้ำท่วมสูงประมาณ 1.5 เมตร ส่งผลให้การเดินทางเข้า-ออกเป็นไปด้วยความยากลำบาก

นอกจากนักศึกษาแล้ว เจ้าหน้าที่และทีมอาสาสมัครยังช่วยอพยพประชาชนกลุ่มเปราะบาง ทั้งผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และเด็กเล็ก ออกจากพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ เพื่อไปยังจุดพักพิงหรือสถานที่ปลอดภัย

"บุ๋ม ปนัดดา" ไม่ถอย! จับมือกู้ภัยฝ่าน้ำ ช่วยชาวบ้านถึงค่ำ

จากนั้นในช่วงบ่ายต่อเนื่องถึงค่ำ “บุ๋ม ปนัดดา” และทีมกู้ภัยยังคงลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนใน ต.หัวไทร โดยนำสิ่งของจำเป็น ถุงยังชีพ และอาหารกล่องไปแจกจ่ายให้กับชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม

ภารกิจช่วงค่ำยังได้ช่วยเหลือหญิงสูงวัยอายุประมาณ 80 ปี ซึ่งได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมและต้องออกจากบ้านไปพักอาศัยกับญาติ โดยทีมกู้ภัยช่วยอำนวยความสะดวกในการเคลื่อนย้ายจนสามารถไปอยู่กับญาติได้อย่างปลอดภัย

"บุ๋ม ปนัดดา" ไม่ถอย! จับมือกู้ภัยฝ่าน้ำ ช่วยชาวบ้านถึงค่ำ

สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ อ.บางคล้า เคยเกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่เมื่อปี 2556 โดยในขณะนั้นพื้นที่ ต.หัวไทร และ ต.ปากน้ำ ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเป็นเวลานาน เนื่องจากเป็นพื้นที่ปลายน้ำที่ได้รับอิทธิพลจากมวลน้ำเหนือและแม่น้ำสายหลัก

"บุ๋ม ปนัดดา" ไม่ถอย! จับมือกู้ภัยฝ่าน้ำ ช่วยชาวบ้านถึงค่ำ

อย่างไรก็ตาม สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมในปี 2569 ชาวบ้านในพื้นที่ระบุว่ามีความรุนแรงมากกว่าหลายปีที่ผ่านมา เนื่องจากมีมวลน้ำหลากเข้าพื้นที่ในปริมาณมาก และบางจุดที่ไม่เคยประสบปัญหาน้ำท่วมมาก่อนก็ได้รับผลกระทบในครั้งนี้ ทำให้หลายพื้นที่ยังคงอยู่ในภาวะวิกฤตและต้องเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด