- 09 ต.ค. 2569
น้ำท่วมอยุธยา ยังวิกฤต! ชุมชนเกาะเรียนท่วมสูง 2 เมตร ชาวบ้านเร่งย้ายของ หลังน้ำทะลักรวดเร็ว แม้ เขื่อนเจ้าพระยา และ เขื่อนพระราม 6 ปรับลดการระบายน้ำ
วันที่ 9 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงาน สถานการณ์น้ำท่วมอยุธยา พบว่าระดับน้ำยังคงท่วมสูงในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะ ชุมชนริมแม่น้ำ คลอง และพื้นที่นอกแนวคันกั้นน้ำ แม้ล่าสุดจะมีการปรับลดการระบายน้ำจากเขื่อนหลักทั้งสองแห่งแล้วก็ตาม
สำหรับ การระบายน้ำ ล่าสุด เขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท ปรับลดการระบายน้ำลงสู่พื้นที่ท้ายเขื่อนอยู่ที่อัตรา 2,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่ เขื่อนพระราม 6 อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปรับลดการระบายน้ำอยู่ที่อัตรา 710 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้มวลน้ำจาก แม่น้ำเจ้าพระยา และ แม่น้ำป่าสัก ไหลมารวมกันบริเวณหน้าวัดพนัญเชิงวรวิหาร ก่อนไหลผ่านพื้นที่อำเภอพระนครศรีอยุธยา อำเภอบางปะอิน และอำเภอบางไทร มุ่งหน้าสู่กรุงเทพมหานครเพื่อออกสู่ทะเล
จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ น้ำท่วมชุมชนเกาะเรียน ตำบลเกาะเรียน อำเภอพระนครศรีอยุธยา ซึ่งตั้งอยู่กลางแม่น้ำเจ้าพระยา พบว่าบ้านเรือนประชาชนถูกน้ำท่วมสูง ชาวบ้านต้องใช้เรือเป็นพาหนะเดินทางเข้า-ออกสู่ถนนสายหลัก ขณะที่พื้นที่หมู่ 6 ตำบลเกาะเรียน ซึ่งอยู่ติดแม่น้ำ ระดับน้ำท่วมสูง 2 เมตร ทำให้ต้องพึ่งพาการเดินทางทางเรือเป็นหลัก
นางละออ จิตนาริน อายุ 63 ปี ผู้ได้รับผลกระทบน้ำท่วม เปิดเผยว่า น้ำเริ่มท่วมชุมชนมาประมาณ 1 สัปดาห์ แม้ปีนี้น้ำจะมาช้ากว่าหลายปีที่ผ่านมา แต่กลับเพิ่มระดับอย่างรวดเร็ว โดยเพียงแค่ 3 วัน ระดับน้ำพุ่งสูงถึงประมาณ 1.80 เมตร จนถนนทางเข้าชุมชนไม่สามารถใช้สัญจรได้ บ้านเรือนบางหลังน้ำท่วมถึงพื้นบ้าน ส่วนบ้านใต้ถุนสูงยังพอใช้วางพักและเก็บสิ่งของได้
ปัจจุบันชาวบ้านต้องพายเรือออกไปทำงานและค้าขาย โดยเฉพาะ ผู้สูงอายุ ในชุมชนหลายรายที่ต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด เนื่องจาก การเดินทางทางน้ำ มีความเสี่ยงพลัดตกเรือได้ง่าย ด้าน เทศบาลเมืองเกาะเรียน ได้จัดส่งเรือให้ชาวบ้านยืมใช้ในช่วง วิกฤตน้ำท่วม อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านบางส่วนยังต้องการ โฟมลอยน้ำ เพื่อนำมาใช้เป็นอุปกรณ์ช่วยยกสิ่งของหนีน้ำ เนื่องจากช่วยให้ข้าวของลอยเหนือระดับน้ำได้ โดยไม่ต้องเสียเวลาย้ายของซ้ำหลายรอบตามระดับน้ำที่เพิ่มขึ้น
ส่วนขั้นตอน ขอรับการช่วยเหลือเยียวยา ชาวบ้านระบุว่าได้ยื่นเอกสารเรียบร้อยแล้ว และได้รับความสะดวกจาก เทศบาลเมืองเกาะเรียน เป็นอย่างดี เนื่องจากมีการปรับลดขั้นตอนให้ใช้เพียง บัตรประชาชน ใบเดียวในการดำเนินการ จากเดิมที่ต้องเตรียมเอกสารและภาพถ่ายประกอบหลายรายการ ช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ประสบภัยได้เป็นอย่างมาก
