- 22 ต.ค. 2569
ชายหาดชะอำ จ.เพชรบุรี คึกคัก หลังเกิดปรากฏการณ์ที่ชาวบ้านเรียกว่า "น้ำเบียด" พบปลาหลายชนิดลอยตัวและถูกคลื่นซัดเข้าฝั่งตลอดแนวชายหาดกว่า 1.5 กิโลเมตร
เพชรบุรี – ชายหาดชะอำ คึกคัก หลังเกิดปรากฏการณ์ที่ชาวบ้านเรียกว่า “น้ำเบียด” บริเวณชุมชนบ้านคลองเทียน อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ภายหลังมีฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่ พบปลาหลายชนิดลอยตัวบริเวณผิวน้ำและถูกคลื่นซัดเข้ามาเกยตื้นตามแนวชายหาดเป็นระยะทางกว่า 1.5 กิโลเมตร ส่งผลให้ชาวบ้านนับร้อยคนพากันนำอวน แห และสวิงมาจับปลากันอย่างคึกคัก
เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2569 บริเวณชายหาดชะอำ โดยเฉพาะพื้นที่ชุมชนบ้านคลองเทียน มีประชาชนทยอยเดินทางมาจับปลาที่ลอยอยู่บริเวณผิวน้ำและริมชายฝั่ง บางส่วนใช้วิธีทอดแห ขณะที่บางกลุ่มใช้อวนล้อมจับและลากปลาเข้าหาฝั่ง สามารถจับปลาได้เป็นจำนวนมากตลอดแนวชายหาด สร้างความคึกคักให้กับพื้นที่เป็นอย่างมาก
สำหรับสัตว์น้ำที่พบ มีทั้งปลากระบอกขนาดใหญ่และขนาดเล็ก ปลากดทะเล ปลาสลิดทะเล รวมถึงกุ้งและปู นอกจากนี้ ยังพบปลานิลขนาดประมาณ 2–3 ตัวต่อกิโลกรัม ซึ่งได้รับความสนใจจากชาวบ้านเป็นพิเศษ โดยมีการตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นปลาที่หลุดออกจากบ่อเพาะเลี้ยงในพื้นที่ หลังได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมและถูกกระแสน้ำพัดลงสู่ทะเล อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันแหล่งที่มาของปลานิลดังกล่าวอย่างเป็นทางการ
ปรากฏการณ์ “น้ำเบียด” เป็นคำที่ชาวบ้านใช้เรียกสถานการณ์ที่มีน้ำจืดจากฝนและน้ำหลากไหลลงสู่ทะเลในปริมาณมาก โดยเฉพาะหลังฝนตกหนักต่อเนื่อง ซึ่งอาจทำให้สภาพแวดล้อมบริเวณชายฝั่งเปลี่ยนแปลง ทั้งความเค็ม อุณหภูมิ และคุณภาพน้ำ ส่งผลต่อสัตว์น้ำบางชนิดที่อาจปรับตัวไม่ทัน จนเกิดอาการผิดปกติ ลอยตัวขึ้นมาบริเวณผิวน้ำ หรือถูกกระแสน้ำและคลื่นพัดเข้าหาฝั่ง
อย่างไรก็ตาม การพบปลาลอยตัวหรือเกยตื้นจำนวนมากยังไม่สามารถยืนยันได้แน่ชัดว่าเกิดจากการเปลี่ยนแปลงความเค็มของน้ำเพียงปัจจัยเดียว จำเป็นต้องรอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบคุณภาพน้ำและสภาพแวดล้อมทางทะเล เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง รวมถึงประเมินผลกระทบต่อระบบนิเวศชายฝั่ง
ขณะเดียวกัน แม้ปรากฏการณ์ดังกล่าวจะดึงดูดประชาชนให้เดินทางมาจับปลาจำนวนมาก แต่ควรเพิ่มความระมัดระวังในการลงน้ำและสัมผัสสัตว์น้ำ โดยเฉพาะปลาที่ตายหรือมีอาการผิดปกติ ควรหลีกเลี่ยงการนำมาบริโภคจนกว่าจะทราบสาเหตุและได้รับคำแนะนำจากหน่วยงานด้านประมงหรือสาธารณสุข
ส่วนสถานการณ์บริเวณชายหาดชะอำและผลกระทบต่อการท่องเที่ยว ควรติดตามประกาศจากหน่วยงานในพื้นที่อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะกรณีตรวจพบความผิดปกติของคุณภาพน้ำหรือมีคำเตือนด้านความปลอดภัยทางทะเล ขณะที่ระยะเวลาที่สถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติยังขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำจืดที่ไหลลงทะเล สภาพอากาศ กระแสน้ำ และผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ปรากฏการณ์ครั้งนี้ไม่เพียงสร้างความคึกคักให้กับชายหาดชะอำ แต่ยังเป็นประเด็นที่ต้องเฝ้าระวังผลกระทบต่อระบบนิเวศชายฝั่งภายหลังฝนตกหนักและน้ำหลาก เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถใช้พื้นที่ได้อย่างปลอดภัย ควบคู่กับการดูแลรักษาทรัพยากรทางทะเลในพื้นที่
