- 26 ต.ค. 2569
อาจารย์แดงย์ร่ำไห้ เพิ่มเงินรางวัลเป็น 100,000 บาทก็แล้ว ยังหา นกแก้วแสนรัก ไม่เจอ เบาะแสล่าสุด ทำหัวใจแทบสลาย
เรื่องราวที่ทำเอาคนรักสัตว์สะเทือนใจ เมื่ออดีตอาจารย์มหาวิทยาลัยรายหนึ่งยังคงตามหานกแก้วแสนรักที่บินหายออกจากบ้าน แม้จะมีพลเมืองดีพบเจอและประกาศตามหาเจ้าของ แต่กลับมีชายหญิงคู่หนึ่งอ้างตัวเป็นเจ้าของมารับนกไปก่อน ล่าสุดเจ้าของประกาศเพิ่มเงินรางวัลเป็น 100,000 บาท หวังได้นกกลับคืนสู่อ้อมอกอีกครั้ง
เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก น.ส.นวลจันทร์ ปัทพงศ์ หรือ อาจารย์แดง อายุ 69 ปี อดีตอาจารย์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ ซึ่งพักอาศัยอยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ต.พิมลราช อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ถึงกรณีติดตามหา “พอฟัด” นกแก้วสายพันธุ์แอฟริกันเกรย์ เพศผู้ อายุ 10 ปี 4 เดือน ที่บินหายออกจากบ้านตั้งแต่วันที่ 13 ธันวาคม 2568 แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้กลับคืนมา
อาจารย์แดงเล่าด้วยน้ำตาคลอเบ้าว่า ตนเลี้ยงนกไว้ 2 ตัว ได้แก่ พอฟัด นกแก้วสายพันธุ์แอฟริกันเกรย์ เพศผู้ และโอ๊ะโอ๋ นกสายพันธุ์อิเล็กตัส เพศเมีย อายุ 18 ปี โดยช่วงเช้าวันที่ 13 ธันวาคม 2568 ขณะเปิดประตูบ้านออกมาบริเวณโรงจอดรถ ตนปิดประตูไม่สนิท ทำให้พอฟัดบินลอดช่องประตูออกไปบนท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว ตนตกใจและทำอะไรไม่ถูกในตอนนั้น
หลังเกิดเหตุ อาจารย์แดงจัดทำป้ายไวนิลจำนวน 3,000 แผ่น พร้อมภาพและรายละเอียดของพอฟัด นำไปติดตามเสาไฟฟ้าและแหล่งชุมชน โดยตั้งเงินรางวัล 20,000 บาทให้ผู้ที่ช่วยตามหานกกลับคืนมา ก่อนจะเพิ่มเป็น 100,000 บาทในปัจจุบัน แต่แม้เวลาจะผ่านไปเกือบ 10 เดือน ก็ยังไม่พบพอฟัด
ต่อมา อาจารย์แดงพบโพสต์ในเพจ “คนรักปากเกร็ด” ระบุว่า น้องแป๋ม หญิงสาวที่ทำงานอยู่ร้านกาแฟ พบนกแก้วเกาะอยู่บนต้นมะม่วงภายในวัดใหญ่สว่างอารมณ์ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ในช่วงค่ำวันที่ 13 ธันวาคม 2568 จึงโพสต์ประกาศตามหาเจ้าของในวันที่ 14 ธันวาคม 2568
เมื่ออาจารย์แดงทราบข่าว จึงรีบติดต่อไปหาน้องแป๋ม แต่ได้รับแจ้งว่ามีชายหญิงคู่หนึ่งขับรถเก๋งฮอนด้า ซีวิค สีเทา มารับนกไปแล้วตั้งแต่คืนวันที่พบ โดยทั้งคู่กล่าวอ้างว่าเป็นเจ้าของ พร้อมนำกรงสุนัขมาใส่นก และแสดงภาพนกแก้วสายพันธุ์แอฟริกันเกรย์ให้น้องแป๋มดู เพื่อยืนยันความเป็นเจ้าของ
น้องแป๋มจึงมอบนกให้ไป แม้จะยังไม่มั่นใจนัก แต่เนื่องจากตนพักอาศัยอยู่ในคอนโดมิเนียมและไม่สามารถเลี้ยงนกได้ จึงยอมส่งมอบให้ชายหญิงคู่นั้นไป
อาจารย์แดงระบุว่า หลังทราบเรื่องได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.ปากเกร็ด ต่อมาเจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลทะเบียนรถและติดต่อชายหญิงคู่ดังกล่าว ซึ่งทราบชื่อฝ่ายหญิงว่าเบนซ์ และฝ่ายชายว่าโน้ต พักอาศัยอยู่ในจังหวัดฉะเชิงเทรา โดยทั้งคู่แจ้งให้อาจารย์แดงไปดูนกที่บ้าน
อย่างไรก็ตาม เมื่อไปถึงและเห็นนกตัวดังกล่าว อาจารย์แดงยืนยันว่าไม่ใช่พอฟัด เนื่องจากมีลักษณะแตกต่างกันอย่างชัดเจน ขณะที่คลิปวิดีโอที่น้องแป๋มบันทึกไว้ขณะพบนกนั้น ทำให้อาจารย์แดงมั่นใจว่าเป็นพอฟัดที่หายออกจากบ้านไปจริง ๆ
อาจารย์แดงกล่าวว่า ตนไม่เข้าใจว่าเหตุใดชายหญิงคู่นี้จึงอ้างตัวเป็นเจ้าของนก และระบุว่าตามข้อมูลที่ตนทราบ ทั้งคู่ไม่มีใบอนุญาตครอบครองนกสายพันธุ์ดังกล่าว โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจเคยติดต่อให้ทั้งคู่นำนกที่นำไปแสดงต่ออาจารย์แดงมาที่ สภ.ปากเกร็ด เพื่อสอบปากคำและใช้เป็นหลักฐาน แต่ได้รับคำชี้แจงว่าขายนกไปแล้ว
อาจารย์แดงระบุเพิ่มเติมว่า คดีนี้มีการส่งสำนวนให้อัยการจังหวัดนนทบุรีแล้ว และมีรายงานว่าอัยการมีความเห็นสั่งฟ้องในข้อกล่าวหาลักทรัพย์โดยใช้กลอุบาย รวมถึงประเด็นการครอบครองนกโดยไม่มีใบอนุญาต ทั้งนี้ ข้อกล่าวหาและรายละเอียดทางกฎหมายต้องเป็นไปตามสำนวนและการพิจารณาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
แม้จะดำเนินเรื่องตามกฎหมาย แต่อาจารย์แดงยืนยันว่า สิ่งที่ตนต้องการมากที่สุดคือการได้พอฟัดกลับคืนมา เพราะโอ๊ะโอ๋ นกอีกตัวที่ยังอยู่ด้วยกัน มีพฤติกรรมเปลี่ยนไปหลังน้องหายตัวไป ทั้งไม่ยอมเข้ากรงนอนและกินอาหารน้อยลง
อาจารย์แดงจึงประกาศเพิ่มเงินรางวัลจาก 20,000 บาท เป็น 100,000 บาททันที สำหรับผู้ที่สามารถนำพอฟัดกลับมาคืนได้ โดยยืนยันว่าไม่มีข้อแม้ และจะไม่ดำเนินคดีหรือเอาเรื่องผู้ที่นำนกมาคืน พร้อมฝากประชาสัมพันธ์ให้ผู้ที่พบเห็นช่วยติดต่อกลับ
ผู้ที่มีเบาะแสหรือนำนกพอฟัดกลับมาคืน สามารถติดต่ออาจารย์แดงได้ที่หมายเลข 087-743-5888
ท้ายที่สุด อาจารย์แดงได้นำโอ๊ะโอ๋มาแสดงความน่ารักให้ผู้สื่อข่าวชม ทั้งการคาบปากกามาคืนเจ้าของ และเมื่ออาจารย์แดงพูดว่า “จุ๊บซิจุ๊บซิ” เจ้าโอ๊ะโอ๋ก็หันมาจุ๊บทันที ภาพดังกล่าวสะท้อนความผูกพันระหว่างเจ้าของกับนกที่เลี้ยงดูมานาน และความหวังของอาจารย์แดงที่อยากให้พอฟัดกลับมาอยู่พร้อมหน้ากันอีกครั้ง
