- 27 ต.ค. 2569
สะเทือนใจ! หนุ่มลูกนอกสมรสวัย 41 ปี บินไปเชียงใหม่หวังพบพ่ออดีตนายทหารระดับสูง เพื่อกราบเท้าสักครั้ง แต่กลับไร้วี่แวว ก้มกราบพื้นหน้าบ้านแทน
จากกรณีที่เพจเฟซบุ๊กชื่อดัง “อยากดังเดี๋ยวจัดให้ รีเทิร์น part 7” ได้โพสต์คลิปวิดีโอพร้อมข้อความที่สร้างความสะเทือนใจให้กับผู้ที่พบเห็น โดยเป็นเหตุการณ์ของชายคนหนึ่ง ซึ่งระบุว่าตัวเองเป็นลูกชายของอดีตนายพลระดับสูง เดินทางไปจังหวัดเชียงใหม่ เพราะต้องการกราบเท้าพ่อผู้ให้กำเนิด แต่กลับไม่ได้พบหน้า จึงตัดสินใจก้มกราบลงกับพื้นบริเวณหน้าบ้านแทน พร้อมระบายความในใจว่า พ่อเคยเป็นผู้บังคับบัญชา สามารถดูแลลูกน้องและดูแลประเทศชาติได้ แต่กลับดูแลลูกในไส้ของตัวเองไม่ได้ แม้แต่จะออกมาเจอหน้าก็ยังไม่กล้า
โดยคลิปดังกล่าวผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ โฟล์ค ไตรภพ ปทุมต้องรอด ได้โพสต์ข้อความเอาไว้ว่า มาเชียงใหม่รอบ2เพื่อกราบเท้าพ่อแท้ๆสักครั้ง แต่ท่านไม่ออกมาเลยกราบหน้าบ้าน #ลูกนายพล **ท่านเป็นอดีตผบ. ท่านดูแลลูกน้องท่านได้ดูแลประเทศชาติได้แต่ดูแลลูกในไส้ท่านไม่ได้ ไม่กล้าแม้แต่จะเจอหน้า** #ลูกบ้านเล็ก เรื่องราวของผมย่อๆคือตั้งแต่เด็กจนโตผมไม่เคยรู้ว่าผมมีพ่อ แม่ผมดูแลผมเป็น single mom มาคนเดียวผมรู้ว่าตัวเองเป็นเด็กกำพร้ามาตลอด จนกระทั่งแม่ผมป่วยติดเตียงประมาณปี 59-60 ผมต้องลาออกจากงานผู้จัดการโตโยต้ามาดูแลแม่ พี่สาวของผมซึ่งเป็นพี่สาวต่างบิดารู้เรื่องราวมาตลอดจึงปรึกษากับแม่ว่าควรบอกผมดีไหมว่าพ่อผมเป็นใครเพราะสงสารผม (ตอนนั้นพ่อเป็นผบ. กองพันแห่งหนึ่งที่เชียงใหม่) ณ ตอนนั้น พี่สาวจึงติดต่อพ่อให้ พ่อก็รับทราบความเป็นอยู่ของผมจึงได้โอนเงินมาช่วยตอนที่แม่ป่วยติดเตียงก้อนหนึ่ง ครั้งแรก 30,000 ครั้งที่ 2 20,000 และครั้งที่ 3 อีก 20,000 บาท
แล้วประมาณปี 62 แม่ผมเสียชีวิตผมจะโทรกลับไปแจ้งพ่อว่าแม่ผมตายแล้ว ก็ติดต่อไม่ได้โดนบล็อคไลน์ ผมเลยเริ่มออกไปติดตามหาเมื่อปีที่แล้วไปตามสำเนาทะเบียนบ้านพ่อ ข้อมูลปรากฏว่าเป็นที่พักตากอากาศที่แม่ริมทหารที่เฝ้าบ้านบอกว่าท่านมีที่พักในเมืองผมเลยกลับมาตั้งหลักใหม่ จนสืบข้อมูลทราบว่าท่านอยู่บ้านที่นี่ที่ผมไปล่าสุดเมื่อวานนี้
เมื่อเช้านี้ผมตัดสินใจไปเจอหน้าพ่ออีกครั้งหนึ่งแต่พ่อไม่ออกมาเพราะภรรยาท่านก็นั่งอยู่ด้วย ผมเลยตัดสินใจกราบท่านที่หน้าบ้านและก็กลับมาโดยทิ้งจดหมายไว้ ผมมาเห็นบ้านพ่อแล้วค่อนข้างช็อค ครับผมกับแม่โคตรลำบากเลยแต่ผมก็โตมาจนเป็นคนดีได้ แต่แม่ผมตายเร็วเพราะอะไรเพราะเขาต้องดูแลลูก 3 คน เป็นลูกจ้างทหารอากาศกลับบ้านมาต้องทำร้านเสริมสวยต่อถึงเที่ยงคืนตี 1 รับสารเคมีตลอดเวลาพอเกษียณก็โรคภัยถามหาหลายโรคหัวใจเบาหวานความดัน ในที่สุดก็โรคไต ต้องฟอกไตวันเว้นวัน จนป่วยติดเตียงแล้วตายเร็วกว่าเพื่อนๆในรุ่น
" #เอาจริงๆนะผมไม่ได้ตั้งใจจะให้ทัวร์ไปลงพ่อ แค่อยากทำตามความรู้สึกที่ตั้งใจเดินทางมา เพราะเห็นเขามองออกมาจากข้างในบ้านแต่ไม่มีทีท่าว่าจะออกมาพบเจอ "..ทีแรกผมแค่จะไปกราบท่านจริงๆและก็อยากหาคำตอบว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมอยู่ๆก็ติดต่อไม่ได้ แต่พอผมเห็นท่านรับนามบัตรแล้วทำเฉยผมเลยรู้เลยว่าท่านเจตนา ความรู้สึกผมเปลี่ยนไปเป็นอยากจะกู้ศักดิ์ศรีให้แม่แทนทันที แม่ผมเก็บความลับไว้ให้ท่าน 30 กว่าปี เขาลอยตัว แต่แม่ผมลำบากมาก.. ตอนนี้ผมกับรู้สึกสงสารแม่มากที่เก็บความลับไว้ 30 กว่าปีโดยที่เขาไม่ได้รู้สึกอะไรเลย
ล่าสุด เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปสอบถามข้อเท็จจริงกับนายไตรภพ ดีบ้านคลอง อายุ 41 ปี เจ้าของคลิปวิดีโอดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งทางการเมืองท้องถิ่น และพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ตำบลลาดสวาย อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี นายไตรภพเปิดเผยว่า ตลอดชีวิตที่ผ่านมา ตนเติบโตมาโดยไม่เคยรู้ว่าพ่อที่แท้จริงเป็นใคร เพราะแม่เป็นคนเลี้ยงดูมาเพียงลำพัง และในเอกสารต่าง ๆ ก็ใส่ชื่อบุคคลอื่นเป็นพ่อ
จนกระทั่งตอนอายุประมาณ 34 ปี ขณะนั้นตนทำงานเป็นผู้จัดการบริษัทรถยนต์ แม่เกิดล้มป่วยหนักจนกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง พี่สาวต่างบิดาจึงแนะนำให้แม่บอกความจริง โดยหวังว่าจะขอความช่วยเหลือได้ ตนจึงได้ทราบว่าพ่อแท้ ๆ เป็นอดีตนายทหารระดับสูงที่อาศัยอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่
หลังจากได้ทราบความจริง ตนได้ติดต่อไปหาพ่อ ซึ่งพ่อเคยโอนเงินมาให้ความช่วยเหลือ 2 ครั้ง เป็นจำนวน 30,000 บาท และ 20,000 บาท ก่อนจะขาดการติดต่อกันไป ต่อมาเมื่อแม่เสียชีวิตในปี 2562 ตนพยายามติดต่อพ่ออีกครั้ง แต่กลับถูกบล็อกช่องทางการติดต่อ นายไตรภพเล่าต่อว่า ในปี 2568 ตนได้รับข้อมูลที่อยู่ของพ่อจากเพื่อนของพ่อ จึงเดินทางไปจังหวัดเชียงใหม่เพื่อหวังจะพบหน้า แต่ก็ไม่พบตัว
กระทั่งช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ตนได้เดินทางไปหาอีกครั้ง เมื่อไปถึงหน้าบ้าน ตนยอมรับว่ารู้สึกประหม่าและเกรงใจภรรยาของพ่อ เพราะตนเป็นลูกนอกสมรส จึงฝากนามบัตรไว้กับทหารยามที่เฝ้าประตู พร้อมกำชับว่าไม่อยากให้ภรรยาของพ่อทราบเรื่อง ในระหว่างนั้น ตนเหลือบไปมองที่บานเกล็ดหน้าต่าง และเห็นพ่อกำลังมองมา ก่อนจะก้มหน้ากลับไปเล่นโทรศัพท์ต่อ โดยไม่ได้ออกมาพบหน้า แม้ตนจะยืนรออยู่นาน แต่พ่อก็ยังไม่ออกมาพบ
ต่อมาในช่วงเที่ยงวันเดียวกัน ตนจึงตัดสินใจเขียนจดหมายฝากไว้ โดยมีใจความว่า การเดินทางมาครั้งนี้ไม่ได้ต้องการมารบกวนหรือเรียกร้องทรัพย์สินใด ๆ แต่ตนเป็นเพียงเด็กคนหนึ่งที่เติบโตขึ้นมาจนประสบความสำเร็จในชีวิต มีธุรกิจเป็นของตัวเอง และมีตำแหน่งทางการเมืองในจังหวัดปทุมธานี สิ่งที่ตนต้องการมีเพียงการได้พบพ่อผู้ให้กำเนิดสักครั้ง เพื่อกราบเท้าและบอกเล่าเรื่องราวชีวิตที่ผ่านมาให้พ่อได้รับรู้เท่านั้น
แต่เมื่อไม่ได้พบหน้าตามที่ตั้งใจไว้ ตนจึงตัดสินใจก้มลงกราบพื้นบริเวณหน้าบ้าน เพื่อปลดปล่อยความรู้สึกที่อยู่ในใจ และถือว่าอย่างน้อยตนก็ได้ทำหน้าที่ลูกแล้ว หลังจากนี้จะไม่มีอะไรติดค้างต่อกันอีกต่อไป
