- 27 ต.ค. 2569
สนามบินดอนเมือง ออกกฎใหม่ ใช้การตรวจค้นผู้โดยสารด้วยมือ โดยยกเลิกการใช้เครื่องตรวจจับโลหะแบบมือถือ (HHMD) เริ่ม 1 พ.ย. 69 นี้
ท่าอากาศยานดอนเมือง ปรับรูปแบบการตรวจค้นผู้โดยสารใหม่ เป็น “การตรวจค้นด้วยมือ” เริ่ม 1 พฤศจิกายน 2569 เป็นต้นไป ขอประชาสัมพันธ์ให้ผู้โดยสารได้รับทราบว่า ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 เป็นต้นไป ท่าอากาศยานดอนเมือง จะยกเลิกการใช้เครื่องตรวจจับโลหะแบบมือถือ (HHMD) เป็น “การตรวจค้นด้วยมือ” ภายหลังจากที่ผู้โดยสารผ่านเครื่องตรวจจับโลหะแบบเดินผ่าน (WTMD) หรือเครื่องตรวจวัตถุตามร่างกาย (Body Scanner) แล้ว
โดยการปรับรูปแบบการตรวจค้นนี้ เป็นไปตามข้อกำหนดใหม่ของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ฉบับที่ 113 เพื่อให้การตรวจค้นผู้โดยสารมีความละเอียดและทำให้ระบบรักษาความปลอดภัยมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ ท่าอากาศยานดอนเมือง ยังได้ปรับมาตรการตรวจกระเป๋าโหลดใต้ท้องเครื่อง เริ่ม 16 ตุลาคม 2569 ปลอดภัย จะมีการเปิดตรวจเฉพาะใบที่มีเหตุต้องสงสัยเท่านั้น มีการบันทึกวิดีโอไว้เป็นหลักฐานทุกขั้นตอน และจะใส่ เอกสารแจ้งการตรวจค้น ไว้ในกระเป๋าเพื่อแจ้งให้ทราบทุกครั้ง
- ข้อแนะนำเตรียมตัวก่อนเดินทาง
- ตรวจสอบสิ่งของต้องห้าม โดยเฉพาะ Power Bank แบตเตอรี่สำรองของอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นๆ อุปกรณ์ที่มีแบตเตอรี่ วัตถุระเบิด อาวุธ วัตถุไวไฟ และสารเคมีอันตราย
- แนะนำใช้กุญแจ TSA Lock เพื่อความสะดวกและป้องกันความเสียหายหากต้องเปิดตรวจ
- พกของมีค่าติดตัวขึ้นเครื่องเสมอ
ท่าอากาศยานดอนเมือง (ทดม.) ขอความร่วมมือผู้โดยสารตรวจสอบสิ่งของภายในสัมภาระลงทะเบียนก่อนเดินทาง ภายหลังประกาศสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) เรื่อง การตรวจค้นสัมภาระลงทะเบียนที่จะบรรทุกไปกับอากาศยาน พ.ศ. 2569 มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม 2569 เป็นต้นมา เพื่อป้องกันการนำสิ่งของต้องห้ามขึ้นสู่อากาศยานและยกระดับความปลอดภัยในการเดินทางทางอากาศ พร้อมแนะนำให้ผู้โดยสารศึกษาข้อกำหนดเกี่ยวกับการนำสิ่งของขึ้นอากาศยานและเงื่อนไขการขนส่งสัมภาระของสายการบินที่ใช้บริการก่อนออกเดินทางทุกครั้ง
เรืออากาศเอก ปกป้อง สุวรรณโมฬี ผู้เชี่ยวชาญ 10 และรักษาการ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานดอนเมือง บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ทดม. ให้ความสำคัญกับการรักษาความปลอดภัยในการเดินทางทางอากาศ โดยดำเนินงานตามประกาศ กพท. ทั้งนี้ การเปิดตรวจสัมภาระลงทะเบียนสามารถดำเนินการได้เมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่าสัมภาระอาจมีวัตถุต้องห้าม วัตถุอันตราย หรือสิ่งของที่อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของอากาศยานและผู้โดยสาร โดยไม่จำเป็นต้องดำเนินการต่อหน้าผู้โดยสาร ซึ่งการตรวจค้นจะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ กพท. กำหนด
สำหรับผลการดำเนินงานด้านการรักษาความปลอดภัยของ ทดม. ระหว่างวันที่ 16–22 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสัมภาระลงทะเบียนจำนวน 927 ใบ พบสิ่งของต้องห้ามหรือสิ่งของที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดจำนวน 1,122 รายการ โดยสิ่งของที่ตรวจพบมากที่สุด ได้แก่ พาวเวอร์แบงค์ ไฟแช็ก บุหรี่ไฟฟ้า และวัตถุไวไฟ ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการตรวจ สอบสิ่งของภายในสัมภาระก่อนเดินทาง เพื่อป้องกันความเสี่ยงและลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในกระบวนการเดินทางทางอากาศ
ในการเตรียมสัมภาระสำหรับโหลดใต้ท้องเครื่องบิน ผู้โดยสารควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีสิ่งของต้องห้ามในการขนส่งในรูปแบบสัมภาระลงทะเบียน โดยเฉพาะ Power Bank แบตเตอรี่สำรองของอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นๆ อุปกรณ์ที่มีแบตเตอรี่ วัตถุระเบิด อาวุธ วัตถุไวไฟ และสารเคมีอันตราย ซึ่งเป็นสิ่งของต้องห้ามในการขนส่งในรูปแบบสัมภาระลงทะเบียน นอกจากนี้ สิ่งของบางประเภทอาจมีเงื่อนไขและข้อจำกัดในการขนส่งที่แตกต่างกัน
ผู้โดยสารจึงควรตรวจสอบข้อกำหนดและเงื่อนไขของสายการบินที่ใช้บริการให้ชัดเจนก่อนจัดเตรียมสัมภาระ และ ทดม.ขอแนะนำให้ผู้โดยสารใช้อุปกรณ์ล็อกสัมภาระมาตรฐาน เช่น TSA Lock เพื่อช่วยลดความเสี่ยงต่อความเสียหาย ในกรณีที่จำเป็นต้องเปิดตรวจสัมภาระตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง โดยหากเจ้าหน้าที่จำเป็นต้องเปิดตรวจสัมภาระ จะมีการบันทึกภาพระหว่างดำเนินการและใส่เอกสารแจ้งการตรวจค้น (Notice of Baggage Inspection) ไว้ภายในสัมภาระ เพื่อให้เจ้าของสัมภาระรับทราบ และผู้โดยสารไม่ควรเก็บสิ่งของมีค่าไว้ภายในสัมภาระโหลดใต้ท้องเครื่องบิน
เรืออากาศเอก ปกป้อง กล่าวในตอนท้ายว่า ทดม. มุ่งมั่นดำเนินมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเคร่งครัดตามระเบียบและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้โดยสาร โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้โดยสารและอากาศยานเป็นสำคัญ พร้อมขอความร่วมมือผู้โดยสารปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านการรักษาความปลอดภัย เพื่อร่วมกันสร้างความปลอดภัยในการเดินทางทางอากาศ
