เมียช้ำ สามีทหาร คบชู้ รอง ผอ.รร. จับได้คาโรงแรม ช็อกซ้ำทั้งคู่เป็นญาติกัน

เมียหลวงสุดช้ำ สามีทหาร คบชู้ รอง ผอ.โรงเรียน จับได้คาโรงแรม ช็อกซ้ำทั้งคู่เป็นญาติสนิทกัน เตรียมเอาผิดทางวินัยทางวินัยทั้งคูู่

เมื่อวันที่ 27 ต.ค. 2569 นางสาวหนึ่ง (นามสมมติ) อายุ 41 ปี เดินทางเข้าขอความช่วยเหลือจาก นายพงศ์พัฒน์ โพธิ์ทองคำ ผู้อำนวยการศูนย์ช่วยเหลือทางกฎหมาย สภาทนายความจังหวัดกาญจนบุรี หลังสืบทราบว่า สามี ซึ่งมีอาชีพเป็นทหารยศจ่าสิบเอก สังกัดกองพลทหารราบที่ 9 ค่ายสุรสีห์ จังหวัดกาญจนบุรี ได้แอบคบชู้ กับหญิงรายหนึ่ง ซึ่งมีตำแหน่งเป็นถึงรองผู้อำนวยการโรงเรียน

 

เมียช้ำ สามีทหาร คบชู้ รอง ผอ.รร. จับได้คาโรงแรม ช็อกซ้ำทั้งคู่เป็นญาติกัน

โดย นางสาวหนึ่ง ได้นำคลิปวีดีโอ ซึ่งบันทึกภาพเหตุการณ์ ขณะที่นางสาวหนึ่ง ติดตามไปพบสามี และชู้ ซึ่งเป็นรองผู้อำนวยการโรงเรียน อยู่ด้วยกันสองต่อสอง ในห้องพักของโรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 


นางสาวหนึ่ง ให้ข้อมูลว่า ตนเองเริ่มสงสัยว่าสามี น่าจะแอบคบหากับหญิงรายหนึ่ง จึงตัดสินใจติด GPS ไว้ที่รถของสามี สิ้นเดือนทางไปปฏิบัติราชการอยู่ที่หน่วยในพื้นที่อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี โดยเมื่อตรวจสอบสัญญาณ GPS พบว่า ตั้งแต่สามีไปปฏิบัติราชการ ไม่เคยนอนพักอยู่ที่หน่วยเลย แต่กลับพบสัญญาณไปอยู่ตามโรงแรมหลายแห่งในพื้นที่อำเภอทองผาภูมิ ในวันที่ 21 ตุลาคม 2569 ตนจึงตัดสินใจติดตามสัญญาณ GPS ขึ้นไปด้วยตนเองพร้อมน้องสาวและเพื่อน โดยพบว่าสัญญาณ GPS ไปอยู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่ง 


เมื่อตามไปถึงที่ห้อง จึงได้พบว่าสามีกำลังอยู่กับหญิงที่เป็นชู้รัก ในห้องพักโรงแรมแบบสองต่อสอง ตนจึงตัดสินใจเดินเข้าไปหาและถ่ายคลิปไว้เป็นหลักฐาน ซึ่งในช่วงแรกสามีก็ยังปฏิเสธ แต่เมื่อตนเอาหลักฐานต่างๆรวมถึงถามคาดคั้น ทำให้สามียอมรับในที่สุดว่าได้แอบคบชู้กับหญิงคนดังกล่าวจริง 


ส่วนหญิงสาวรายนี้ ซึ่งมีตำแหน่งเป็นถึงรองผู้อำนวยการโรงเรียน และยังมีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องกับสามีของตน กลับพูดตอบโต้กลับมา ด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไร้วี่แววของความสำนึกผิด โดยถามตนว่าเมื่อรู้แบบนี้แล้ว ยังจะกลับไปอยู่กินกันฉันสามีภรรยาเป็นครอบครัวเหมือนเดิมหรือไม่ ทำให้ตนเองรู้สึกตกใจกับคำถามดังกล่าวอย่างมาก แทนที่จะรู้สึกผิด แต่กลับถามตอนกลับมาด้วยคำถามเช่นนี้

 

เมียช้ำ สามีทหาร คบชู้ รอง ผอ.รร. จับได้คาโรงแรม ช็อกซ้ำทั้งคู่เป็นญาติกัน
 

นางสาวหนึ่ง ให้ข้อมูลอีกว่า หญิงสาวคนดังกล่าวเป็นลูกสาวของน้องสาวแม่สามีตน และรู้จักกับสามีของตนมาตั้งแต่ สมัยเป็นวัยรุ่น กระทั่งสามีของตน มารับราชการอยู่ที่จังหวัดกาญจนบุรีและแต่งงานอยู่กินกับตนมาเป็นเวลา 14 ปี ก็ไม่เคยมีพฤติกรรมนอกลู่นอกทางเช่นนี้ 


แต่ตนเริ่มรู้สึกผิดสังเกตตั้งแต่เมื่อช่วงปี 2568 ที่สามีของตนไปปฏิบัติราชการทหาร อยู่ในพื้นที่สู้รบในจังหวัดสุรินทร์ สามีเริ่มไม่รับโทรศัพท์ ติดต่อได้ยาก อีกครั้งเมื่อได้ลาพักกลับบ้าน ก็มักจะหายไปคุยโทรศัพท์เป็นเวลานาน ๆ โทรศัพท์ที่ไม่เคยตั้งรหัสล็อก ก็กลับมีการตั้งรหัสคล้ายกับมีความลับปิดบัง เมื่อตนแอบเปิดเช็คโทรศัพท์ ก็ได้พบว่าสามี โทรวีดีโอคอลหาหญิงสาวรายดังกล่าวเป็นเวลานานหลายครั้ง 


เมื่อตนถามว่าคุยกันเรื่องอะไร สามีก็จะโมโหจนทำให้ทะเลาะกัน มีอยู่ครั้งหนึ่ง ตนโทรศัพท์ไปหาสามีขณะปฏิบัติ ราชการทหารอยู่ในค่ายที่จังหวัดสุรินทร์ แต่สามีไม่รับโทรศัพท์ จึงตัดสินใจโทรไปหาน้าซึ่ง ไปปฏิบัติราชการทหารอยู่ที่จุดเดียวกัน น้าไปดูที่ห้องพักของสามีก็พบว่าสามีไม่อยู่ที่ห้องพัก ก่อนจะมีการตรวจสอบและพบว่า สามีแอบหนีออกจากบริเวณจุดปฏิบัติการ จนถูกหัวหน้ากองร้อย สั่งทำโทษและให้ ทำบันทึกชี้แจง 


โดยสามีอ้างว่าออกไปกับเพื่อนทหารอีก 1 คน โดยไปร้านสะดวกซื้อและไปร้านอาหาร แต่เพื่อนสามียืนยันว่า มีผู้หญิงขับรถมารับสามีออกไป ซึ่งข้อมูลของรถคันดังกล่าวก็ตรงกับรถที่ หญิงซึ่งเป็นรองผู้อำนวยการโรงเรียนรายนี้ใช้อยู่ ทำให้ตนยิ่งเกิดความสงสัยมากขึ้น 


อีกทั้งสามีของรองผู้อำนวยการโรงเรียนรายนี้ ก็ได้โทรศัพท์มาให้ข้อมูลกับตน ว่าสามีของตนและรองผู้อำนวยการโรงเรียนรายนี้น่าจะกำลังคบหากันอยู่ ทำให้ตนยิ่งเกิดความสงสัยมากขึ้น แต่เมื่อตนเริ่มสงสัยและถามสามีมากขึ้น ก็ทำให้สามี เกิดอารมณ์โมโหและมักจะข่มขู่ตนหลายครั้ง โดยมีอยู่ครั้งหนึ่งสามีโพสต์ภาพอาวุธปืนพร้อมด้วยลูกกระสุน และข้อความเขียนว่าระเบิดเวลา ซึ่งน่าจะต้องการสื่อให้ตนรู้ว่ากำลังจะหมดความอดทนลง 


อย่างไรก็ตาม ตนยังคงเฝ้าเก็บรวบรวมหลักฐานต่างๆจนสามารถจับได้คาหนังคาเขา กับเหตุการณ์ที่ปรากฏภายในคลิป โดยหลังจากนี้ตนจะได้ขอให้ทางสภาทนายความจังหวัดกาญจนบุรีดำเนินการทางกฎหมาย รวมถึงยื่นเรื่องร้องเรียนต่อหน่วยงานต้นสังกัดของทั้งสองฝ่าย เพื่อให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและพิจารณาทางวินัยตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง โดยยืนยันว่าจะไม่มีการเจรจาใด ๆ และจะเดินหน้า เอาผิดกับทั้งสองคนให้ถึงที่สุด