รวบ "พระดาว" ซิ่งเก๋งชนสาวเก็บข้าวดับ ก่อนหนีซุกกุฏิร้าง

จนมุมกลางป่า! ตร.บุรีรัมย์ บุกจับ "พระดาว" แอบซ่อนกุฏิร้าง หลังซิ่งเก๋งชนสาวเก็บข้าวดับ-ชนควายตาย คุมตัวสึกทันที เจ้าตัวแถอ้างรถบังไม่ได้เมา ตร. ฟัน 3 ข้อหาหนัก

บุรีรัมย์ (29 ตุลาคม 2569) - ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีอุบัติเหตุสะเทือนขวัญ รถยนต์เก๋งสีบรอนซ์ ซึ่งมี พระอิทธิฤทธิ์ หรือ พระดาว อายุ 55 ปี พระลูกวัดแห่งหนึ่ง เป็นคนขับ ข้ามเลนพุ่งชน น.ส.รุจิกร อายุ 21 ปี ขณะกำลังช่วยญาติตักและกรอกข้าวเปลือกที่ตากไว้ริมถนนในหมู่บ้านโคกเจริญ ตำบลบ้านยาง อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ ได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตลงในเวลาต่อมาที่โรงพยาบาล โดยหลังเกิดเหตุ รถเก๋งคันดังกล่าวไม่ได้หยุดลงมาช่วยเหลือ แต่กลับเร่งเครื่องหลบหนีอย่างรวดเร็ว และระหว่างทางยังพุ่งชนควายของชาวบ้านตายไปอีก 1 ตัว ขณะที่พลเมืองดีได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ไล่ติดตามไปไกลกว่า 10 กิโลเมตร จนพบรถเก๋งถูกจอดทิ้งไว้ในวัดศรีสว่าง ตำบลอิสาณ สภาพหน้ารถพังเสียหาย โดยจากการตรวจค้นกุฏิของพระดาวก่อนหน้านี้ พบขวดเหล้าขาวที่ถูกดื่มไปแล้วพร้อมกับแกล้มบนโต๊ะ ซึ่งเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อช่วงเย็นวันที่ 27 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา

 

กระทั่งล่าสุด เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (29 ตุลาคม 2569) พ.ต.อ.จำรัส ศิริเลี้ยง ผู้กำกับการ สภ.เมืองบุรีรัมย์ พร้อมด้วย พ.ต.ท.ชำนาญ ช่วงไกร รองผู้กำกับการสืบสวน สภ.เมืองบุรีรัมย์, พ.ต.ท.สุชาติ วิชาสวัสดิ์ สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองบุรีรัมย์ และกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองบุรีรัมย์ ได้บูรณาการกำลังร่วมกับผู้นำชุมชนและชาวบ้านในพื้นที่ ปิดล้อมพื้นที่ป่าหลังวัดโคกเจริญ ตำบลบ้านยาง หลังสืบทราบเบาะแสว่าพระดาวแอบซ่อนตัวอยู่ และสามารถเข้าควบคุมตัวพระดาว หรือ พระอิทธิฤทธิ์ ได้คาผ้าเหลืองขณะซ่อนตัวอยู่ในกุฏิร้างกลางป่าหลังวัด ท่ามกลางชาวบ้านและญาติผู้เสียชีวิตที่มารอดูหน้าด้วยความแค้นเคือง จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวพระดาวไปทำการสึกให้ออกจากการเป็นพระภิกษุสงฆ์ที่วัดศรีสว่าง ก่อนคุมตัวไปสอบสวนต่อที่ สภ.เมืองบุรีรัมย์

จากการสอบสวน ทิดดาว (อดีตพระดาว) ให้การปฏิเสธเสียงแข็งว่า วันเกิดเหตุไม่ได้ดื่มสุราจนเมา ส่วนขวดเหล้าและกับแกล้มที่พบในกุฏินั้น อ้างว่ามีเพื่อนที่เป็นญาติโยมมาหาและซื้อมากิน แต่ตนไม่ได้กินด้วย พร้อมอ้างว่าขับรถเก๋งมาจากวัดศรีสว่างเพื่อไปธุระที่หมู่บ้านโคกเจริญ เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุเป็นช่วงเวลาโพล้เพล้ ประกอบกับมีรถจอดบังสายตาจึงขับหลบข้ามเลนไป และอ้างว่าไม่รู้ตัวว่าขับรถชนคนเสียชีวิต จึงขับรถไปเรื่อยๆ มารู้ทีหลังว่าชนคนจึงตกใจหลบไปตั้งหลักจนกระทั่งถูกตำรวจจับกุม

 

อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ปักใจเชื่อคำให้การเนื่องจากพยานหลักฐานและคำให้การของพยานในจุดเกิดเหตุชัดเจน โดยพบว่ารถเก๋งคันก่อเหตุซื้อต่อมาในราคา 27,000 บาท อีกทั้งจากการตรวจสอบประวัติพบว่า ทิดดาวเคยบวชเรียนมาแล้วถึง 2 ครั้ง โดยครั้งแรกถูกจับสึกเพราะดื่มสุรา ครั้งที่สองสึกไปมีภรรยา ก่อนจะกลับมาบวชเป็นครั้งที่ 3 จนกระทั่งมาก่อเหตุขับรถชนคนและชนควายตาย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้ง 3 ข้อหาหนัก ได้แก่ "ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย", "ขับรถในทางก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินของผู้อื่น แล้วไม่หยุดช่วยเหลือ แสดงตัว และแจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ใกล้เคียงทันที" และ "ไม่แจ้งชื่อตัว ชื่อสกุล ที่อยู่ และทะเบียนรถแก่ผู้ได้รับความเสียหาย" ทั้งนี้ หากผลการตรวจเลือดพบปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกาย จะแจ้งข้อหา "ขับรถในขณะเมาสุราเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย" เพิ่มเติมเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป