น้ำหนุนถล่มอัมพวา-แม่กลอง หนักสุดในรอบ 10 ปี ร้านค้าโอดรายได้หด

วิกฤตน้าหนุนถล่มสมุทรสงคราม! เอ่อท่วมตลาดน้ำอัมพวาและตลาดแม่กลอง จมฟุตปาทสูงเลยข้อเท้า ชาวบ้านเผยหนักสุดในรอบกว่า 10 ปี รุนแรงกว่าปี 54 พ่อค้าแม่ค้าเดือดร้อนรายได้หายครึ่งวัน

สมุทรสงคราม (29 ตุลาคม 2569) - ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำทะเลหนุนสูงในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2569 ซึ่งยังคงส่งผลกระทบอย่างหนักต่อบ้านเรือนประชาชน ย่านเศรษฐกิจ และแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัด โดยเฉพาะพื้นที่ตลาดน้ำอัมพวา อำเภออัมพวา และตลาดแม่กลอง บริเวณถนนหน้าวัดเพชรสมุทรวรวิหาร อำเภอเมืองสมุทรสงคราม หลังระดับน้ำในแม่น้ำแม่กลองและลำคลองสาขาเอ่อทะลักล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำ ถนน ทางเท้า และบ้านเรือนประชาชนอย่างรวดเร็ว แม้ระดับน้ำจะทยอยลดลงตามจังหวะน้ำขึ้นน้ำลงตามธรรมชาติ แต่ระดับน้ำที่หนุนสูงผิดปกติในครั้งนี้ได้สร้างความเดือดร้อนและความเสียหายให้กับผู้ประกอบการและชาวบ้านอย่างหนัก

 

จากการลงพื้นที่สำรวจบริเวณตลาดน้ำอัมพวา พบว่า มวลน้ำทะเลหนุนได้เอ่อล้นท่วมบ้านเรือนริมคลอง ตรอกทางเดิน รวมถึงลานจอดรถซึ่งในสภาวะปกติระดับน้ำไม่เคยท่วมถึง โดยผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับ นางวรรณา อายุ 66 ปี ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่อัมพวามานานกว่า 45 ปี ซึ่งกำลังได้รับผลกระทบจากน้ำทะลักเข้าบ้านพัก โดยนางวรรณา เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมา ไม่เคยพบสถานการณ์น้ำทะเลหนุนสูงถึงระดับนี้มาก่อน ปกติทุกปีเมื่อเกิดน้ำทะเลหนุน น้ำจะท่วมเพียงบริเวณตรอกทางเดินด้านล่างเท่านั้น ไม่เคยเอ่อล้นขึ้นมาถึงลานจอดรถ

 

น้ำหนุนถล่มอัมพวา-แม่กลอง หนักสุดในรอบ 10 ปี ร้านค้าโอดรายได้หด

น้ำหนุนถล่มอัมพวา-แม่กลอง หนักสุดในรอบ 10 ปี ร้านค้าโอดรายได้หด

 

แม้กระทั่งช่วงมหาอุทกภัยปี 2554 น้ำก็ยังไม่ขึ้นมาถึงบริเวณดังกล่าว แต่ปีนี้แตกต่างออกไปอย่างมาก น้ำได้ไหลทะลักเข้าท่วมตัวบ้านไปจนถึงด้านหลังบ้านและชานหน้าห้องน้ำ ซึ่งเป็นผลกระทบจากน้ำทะเลหนุนสูงเป็นหลัก ต่างจากช่วง 2–3 สัปดาห์ก่อนที่มีน้ำระบายท้ายเขื่อนเข้ามาสมทบ โดยน้ำหนุนรอบนี้มีลักษณะขึ้นเร็วลงเร็ว แต่ระดับน้ำสูงผิดปกติ เอ่อท่วมลานจอดรถติดต่อกันถึง 3 วัน ตั้งแต่ช่วงแรม 1 ค่ำ ถึงแรม 3 ค่ำ ถือเป็นสถานการณ์น้ำหนุนที่รุนแรงที่สุดในรอบกว่า 10 ปี

 

ขณะเดียวกัน บริเวณตลาดแม่กลอง ถนนหน้าวัดเพชรสมุทรวรวิหาร อำเภอเมืองสมุทรสงคราม พบว่าน้ำทะเลหนุนได้เอ่อล้นเข้าท่วมถนนและทางเท้าหน้าร้านค้าหลายแห่ง ส่งผลให้ประชาชนและร้านค้าได้รับความเดือดร้อน โดย น.ส.อำพร อายุ 49 ปี เจ้าของร้านจำหน่ายสังฆภัณฑ์บนถนนหน้าวัดเพชรสมุทร เปิดเผยว่า น้ำทะเลหนุนรอบนี้มีระดับสูงมาก หากเปรียบเทียบกับช่วงที่ได้รับผลกระทบจากการระบายน้ำท้ายเขื่อนพบว่า น้ำจะท่วมอยู่เพียงระดับผิวถนน ไม่เอ่อล้นขึ้นมาบนทางเท้า แต่เมื่อเกิดน้ำทะเลหนุนสูง น้ำจะทะลักขึ้นมาบนฟุตปาทจนสูงเลยข้อเท้า ผลกระทบที่เห็นได้ชัดคือเรื่องการค้าขาย เนื่องจากระดับน้ำเริ่มเอ่อท่วมทางเท้าตั้งแต่เวลาประมาณ 07.30 น. ทำให้ลูกค้าไม่สามารถเข้ามาซื้อสินค้าได้ ร้านค้าสูญเสียโอกาสขายของตลอดช่วงครึ่งวันเช้า กว่าน้ำจะลดและมีลูกค้ากลับเข้ามาก็เป็นช่วงหลังเที่ยงไปแล้ว โดยวันที่น้ำท่วมหนัก ตลอดทั้งวันขายสินค้าได้เพียงประมาณ 2,000 บาทเท่านั้น เนื่องจากน้ำลดลงช้ากว่าปกติ ทางร้านจึงต้องแก้ไขปัญหาด้วยการลงทุนก่อกำแพงอิฐบล็อกและฉาบปิดรอยรั่วรอบร้าน พร้อมติดตั้งเครื่องสูบน้ำระบายน้ำออกอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้สินค้าภายในร้านได้รับความเสียหาย

 

น้ำหนุนถล่มอัมพวา-แม่กลอง หนักสุดในรอบ 10 ปี ร้านค้าโอดรายได้หด

น้ำหนุนถล่มอัมพวา-แม่กลอง หนักสุดในรอบ 10 ปี ร้านค้าโอดรายได้หด

น้ำหนุนถล่มอัมพวา-แม่กลอง หนักสุดในรอบ 10 ปี ร้านค้าโอดรายได้หด