ขนลุก! ยายวัย 79 ตั้งนะโมท่องคาถากันลมกลางพายุ บ้านไม่พังเสียหาย

พายุฝนและกระแสลมแรงพัดถล่มพื้นที่ อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา สร้างความเสียหายให้บ้านเรือนประชาชนหลายหลัง

เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 นางจรัสโฉม ไวยสิงห์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางปะแดง อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วยนางดวงฤดี ปะริเตสัง ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลบางปะแดง รองนายก อบต. และเจ้าหน้าที่กองช่าง ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายของบ้านเรือนประชาชน หลังเกิดพายุฝนและกระแสลมแรงพัดกระหน่ำพื้นที่เมื่อช่วงเย็นวันที่ 2 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ส่งผลให้บ้านเรือนหลายหลังได้รับความเสียหาย

จุดที่ได้รับความเสียหายหนักอยู่ที่บ้านเลขที่ 61 หมู่ 2 ต.บางปะแดง เป็นบ้านไม้เก่า โดยหลังคาด้านหลังถูกแรงลมพัดเปิดออกไปประมาณครึ่งหลัง ส่วนหลังคากระเบื้องได้รับความเสียหายบางส่วน นอกจากนี้ บริเวณรอบบ้านยังมีคราบน้ำและดินโคลนหลงเหลือจากสถานการณ์น้ำท่วมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเพิ่งลดระดับลงได้เพียงไม่กี่วัน

นางสาวณัฐติกาญจน์ ไวยทิพย์ อายุ 38 ปี เจ้าของบ้าน เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุมีฝนตกหนักและลมพายุพัดมาอย่างรวดเร็ว กระแสลมแรงและเสียงดังน่ากลัว ก่อนที่หลังคาบ้านจะถูกพัดเปิดออกไปประมาณครึ่งหลัง เศษไม้บางส่วนยังปลิวไปตกบริเวณบ้านที่อยู่ติดกันอีกด้วย

ขนลุก! ยายวัย 79 ตั้งนะโมท่องคาถากันลมกลางพายุ บ้านไม่พังเสียหาย

ขณะที่นางสมศรี ไวยทิพย์ อายุ 79 ปี ซึ่งอาศัยอยู่บ้านอีกหลังที่อยู่ติดกัน เล่าว่า ขณะเกิดเหตุมีลมพายุและฝนตกอย่างรุนแรง จึงรีบปิดประตูหน้าต่าง ก่อนมานั่งอยู่บริเวณกลางบ้าน พร้อมตั้งนะโม 3 จบ และท่องคาถากันลมที่พ่อเคยสอนไว้ โดยมีถ้อยคำว่า “ไปล่มไปป่าหิมพานต์” หลังจากท่องคาถาแล้วลมจึงสงบลง บ้านของตนไม่ได้รับความเสียหาย มีเพียงฝนสาดเข้ามาภายในบ้านเท่านั้น ทั้งนี้ คุณยายยังได้ท่องคาถาดังกล่าวให้ผู้สื่อข่าวฟังอย่างคล่องแคล่ว

ขนลุก! ยายวัย 79 ตั้งนะโมท่องคาถากันลมกลางพายุ บ้านไม่พังเสียหาย

นอกจากนี้ ยังมีบ้านเรือนประชาชนในหมู่ 5 ต.บางปะแดง ได้รับความเสียหายจากแรงลมเช่นกัน โดยหลังคาสังกะสีและหลังคากระเบื้องถูกพัดปลิว ส่วนที่วัดชีประขาว พบว่ารถกระบะของคนขับเรือยนต์ลากจูง ซึ่งจอดอยู่บริเวณท่าน้ำ ถูกต้นไม้หักโค่นล้มทับจนได้รับความเสียหาย เจ้าหน้าที่กองช่างจึงนำรถเครนเข้าช่วยพยุงต้นไม้ ก่อนใช้เลื่อยยนต์ตัดกิ่งไม้ออก เพื่อเคลื่อนย้ายอย่างปลอดภัย

นางจรัสโฉม เปิดเผยว่า ภายหลังเกิดเหตุได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ อบต. ลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหาย พร้อมประสานกำนันและผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ เบื้องต้นพบบ้านเรือนได้รับความเสียหายประมาณ 5 หลังคาเรือน โดยบ้านที่ได้รับความเสียหายหนักที่สุดมีหลังคาถูกแรงลมพัดเปิดออกไปประมาณครึ่งหลัง เนื่องจากตั้งอยู่ในแนวที่กระแสลมพัดผ่านโดยตรง

อย่างไรก็ตาม การสำรวจความเสียหายยังไม่แล้วเสร็จ เนื่องจากช่วงเกิดเหตุเป็นช่วงเย็นและมีฝนตกหนัก จึงได้รายงานสถานการณ์ให้นายอำเภอบางปะอินและสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพระนครศรีอยุธยาทราบแล้ว

สำหรับแนวทางช่วยเหลือ นายอำเภอบางปะอินได้ให้คำแนะนำว่า ความเสียหายจากพายุครั้งนี้เข้าหลักเกณฑ์ที่สามารถพิจารณาใช้สิทธิประกันภัยบ้านเรือนประชาชนที่รัฐบาลจัดทำไว้ โดยปลัด อบต. ได้ประสานบริษัทประกันภัยแล้ว เพื่อเตรียมลงพื้นที่ตรวจสอบและประเมินความเสียหาย ก่อนดำเนินการช่วยเหลือตามขั้นตอนต่อไป

ขนลุก! ยายวัย 79 ตั้งนะโมท่องคาถากันลมกลางพายุ บ้านไม่พังเสียหาย