- 03 พ.ย. 2569
สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสอยดาว เผย ลูกช้างป่า สุขภาพทรงตัว ตื่นตัวดี แต่กินอาหารได้น้อยกว่าเกณฑ์ สัตวแพทย์เร่งเสริมวิตามินและปรับโภชนาการใกล้ชิด 24 ชม.
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดย สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสอยดาว จังหวัดจันทบุรี เปิดเผยความคืบหน้าการดูแลรักษาและฟื้นฟูสุขภาพ ลูกช้างป่า เพศผู้ อายุประมาณ 1–2 ปี
หลังทีมสัตวแพทย์ส่วนเพาะเลี้ยงสัตว์ป่า กองอนุรักษ์สัตว์ป่า ร่วมกับส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (ศรีราชา) เข้าติดตามอาการเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 พบว่า ลูกช้างป่า มีสุขภาพโดยรวมค่อนข้างคงที่ สภาพร่างกายมีแนวโน้มฟื้นตัวได้ดี สามารถพ่นน้ำ เล่นน้ำ และนอนหลับพักผ่อนตามธรรมชาติได้ตามปกติ แต่ปริมาณการกินอาหารยังคงต่ำกว่าเป้าหมาย จึงต้องควบคุมดูแลภาวะโภชนาการอย่างรัดกุม
นายชุมพร ขาวผ่อง หัวหน้า สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสอยดาว ระบุว่า ภาพรวมของ ลูกช้างป่า ถือว่าตื่นตัวและตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อมได้ดี มีพฤติกรรมวิ่งเข้าใส่เมื่อมีคนเข้าใกล้คอก สะท้อนถึงสัญชาตญาณความระแวดระวังตามธรรมชาติ
ในรอบวันที่ผ่านมา ลูกช้างป่า กินต้นและใบกล้วยป่าได้ 7 กิโลกรัม และกล้วยน้ำว้าสุก 2 กิโลกรัม รวมเป็น 9 กิโลกรัม แม้ระบบย่อยอาหาร การขับถ่ายอุจจาระและปัสสาวะจะปกติ แต่ปริมาณอาหารยังต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ทีมสัตวแพทย์จึงวางแผนปรับเพิ่มอาหารอย่างค่อยเป็นค่อยไปวันละ 1–2 กิโลกรัม ควบคู่กับการเสริม วิตามินซี แคลเซียม และโพรไบโอติก (Probiotics) เพื่อปรับสมดุลจุลินทรีย์ในระบบทางเดินอาหาร ตลอดจนเตรียมประเมินความปลอดภัยของมูลช้างป่าสด และเพิ่มความหลากหลายของชนิดพืชอาหารในระยะต่อไป
การดูแลครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ นายยงยุทธ นาควิโรจน์ อธิบดี กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่เน้นย้ำการเฝ้าระวัง ดูแลสุขภาพ และส่งเสริมสวัสดิภาพสัตว์ป่าอย่างรัดกุม โดยกำชับให้หน่วยงานในสังกัดเร่งฟื้นฟูสภาพร่างกายของสัตว์ป่าบาดเจ็บหรือสัตว์ป่าพลัดหลงให้กลับมาแข็งแรง สมบูรณ์ ตามหลักสัตวแพทย์อย่างเคร่งครัด
ทั้งนี้ สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสอยดาว ได้จัดเจ้าหน้าที่ประสานทีมสัตวแพทย์เฝ้าระวังอาการ ตรวจติดตามการขับถ่าย และบันทึกพฤติกรรมของ ลูกช้างป่า อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้การปรับสภาพโภชนาการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ช่วยให้ลูกช้างป่ามีความพร้อมและกลับมาแข็งแรงสมบูรณ์ต่อไป
ที่มา : กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
